เสียงคุกเข่ากระแทกพื้นหินอ่อนในท้องพระโรงใหญ่ดังสนั่นหวั่นไหว ราวกับเสียงก้อนอัคนีที่ร่วงหล่นจากสรวงสวรรค์
สืออวี้มิได้ชายตามองเงาร่างที่กำลังสั่นเทิ้วด้วยความหวาดกลัวเบื้องล่าง นางเพียงป้องปลายนิ้วเรียวสวยลงบนถ้วยชาเคลือบหยกขาวที่ยังกรุ่นไอร้อน กลิ่นหอมละมุนของชาหลง징ถูกกลบด้วยกลิ่นอายคาวเลือดจางๆ ที่ลอยอบอวลมาจากภายนอก
อาภรณ์ปักลายหงส์เพลิงสีชาดทับด้วยผ้าโปร่งสีหมอกขับเน้นเอวบางระหงให้ดูสง่างามราวกับพญาหงส์ผู้กุมชะตาฟ้าดิน ทุกย่างก้าวที่นางก้าวเดินเข้ามาในเขตพระราชฐานชั้นในเมื่อครู่ ถูกร้อยเรียงด้วยความเงียบงันที่น่าสะพรึงกลัว ไม่มีขุนนางผู้ใดกล้าสบตา นางผู้เป็นเพียงกุนซือเบื้องหลังเงาขององค์ชายสี่ กลับเป็นผู้ถือกระบี่ที่คมกริบที่สุดในค่ำคืนนี้
"เอกสารฉบับนี้... อัครเสนาบดีหลี่คงต้องใช้เวลาชี้แจงกับฝ่าบาทอีกยาวนานทีเดียวค่ะ"
น้ำเสียงหวานใสทว่าเย็นเยียบดั่งน้ำค้างแข็งในเหมันต์ฤดูเอ่ยขึ้นเบาๆ แต่กลับดังชัดเจนก้องกังวานไปทั่วท้องพระโรง
บนพระแท่นมังกร ฮ่องเต้ผู้ชราภาพทอดพระเนตรแผ่นกระดาษสาที่เปื้อนหมึกและตราประทับลับประจำตระกูลหลี่ พระพักตร์เผือดสีด้วยความกริ้ว โกรธจนพระหัตถ์ที่กำพนักพิงสั่นเทา เอกสารการค้าอาวุธเถื่อนกับชนเผ่าทางเหนือจำนวนมหศาล บันทึกรายชื่อขุนนางกังฉินที่รับสินบน และเส้นทางลำเลียงที่ถูกบันทึกไว้อย่างละเอียดยิบ ทุกตัวอักษรคือหลักฐานมัดตัวที่ต่อให้มีปากเป็นร้อยก็มิอาจแก้ต่างได้
"บังอาจ! หลี่เทียน X... เจ้ากล้าดึงดันถึงเพียงนี้เชียวหรือ!" พระสุพันเสียงตวาดก้องสะท้อนผนังทองคำ
เงาร่างของข้าราชบริพารที่วิ่งวุ่นเข้ามาคุกเข่ารายงานด้วยความตื่นตระหนก "ทูล... ทูลฝ่าบาท! ตอนนี้กองกำลังราชองครักษ์ปิดล้อมจวนอัครเสนาบดีไว้หมดแล้วตามพระราชโองการด่วน... อัครเสนาบดีหลี่ถูกกักบริเวณชั่วคราว ณ เรือนรับรองภายในจวน ห้ามผู้ใดเข้าออกเด็ดขาดพ่ะย่ะค่ะ!"
สืออวี้แย้มยิ้มบางเบา รอยยิ้มที่งดงามหยาดเยิ้มทว่ากลับซ่อนประกายคมกริบดั่งใบมีดที่เคลือบยาพิษ นางช้อนสายตาขึ้นสบกับองค์ชายสี่—เฟิงอวี้หลาง ที่ประทับอยู่ ณ เบื้องพระพักตร์ พระองค์ทรงแย้มโอษฐ์น้อยๆ ส่งสายตาที่ลึกล้ำและเต็มไปด้วยความชื่นชมมายังนาง เป็นสายตาที่บอกกล่าวว่า *'เจ้าทำได้งดงามยิ่งนัก ยอดดวงใจของข้า'*
การล่มสลายของตระกูลหลี่ในหมากตระกูลนี้ มิใช่ชัยชนะของกำลังทหาร หากแต่เป็นชัยชนะของสติปัญญาและความแค้นที่สั่งสมมาข้ามภพชาติ ในชาติก่อน นางต้องตายอย่างไร้ค่าใต้เงื้อมมือของคนกลุ่มนี้ ในชาตินี้ นางเพียงใช้มือของพวกมันเองมาขุดหลุมฝังศพของพวกมันทีละคืบๆ จนมิดหัว
ทว่า... ท่ามกลางความเงียบงันที่เหล่าขุนนางกำลังก้มหน้าตัวสั่นด้วยความกลัวการกวาดล้าง เสียงฝีเท้าหนักแน่นคู่หนึ่งก็ดังแทรกขึ้นจากนอกประตูท้องพระโรง
*ก๊อป... ก๊อป... ก๊อป...*
จังหวะฝีเท้าที่มิได้เร่งร้อน แต่กลับหนักหน่วงราวดังค้อนทั่งตีเหล็ก ทุกผู้คนต่างขมวดคิ้วหันไปมองเป็นตาเดียว
ขันทีหน้าพระที่นั่งวิ่งหน้าตื่นเข้ามาด้วยความตกใจยิ่งกว่าเดิม ร่างกายสั่นเทาจนเกือบก้าวขาไม่ออก
"ทะ... ทูลฝ่าบาท! มี... มีราชสาส์นด่วนจากแดนประจิม... และ..." ขันทีกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้แม้แต่รอยยิ้มบนริมฝีปากของสืออวี้ต้องแข็งค้าง
"และ... แม่ทัพใหญ่ผู้พิทักษ์ประจิม... บุตรชายแท้ๆ ของอัครเสนาบดีหลี่ นำกองทัพทหารม้าห้าหมื่นนายประชิดติดประตูกำแพงเมืองหลวงแล้วพ่ะย่ะค่ะ!"
ถ้วยชาเคลือบหยกในมือของสืออวี้สั่นไหวเล็กน้อย ไอเย็นยะเยือกแล่นพล่านขึ้นจากปลายนิ้วสู่ขั้วหัวใจ หมากตระกูลนี้... นางคำนวณทุกสิ่งไว้หมดแล้ว ยกเว้นก็แต่ความบ้าคลั่งของสุนัขจนตรอกตัวนี้ที่กล้าทรยศแผ่นดินเร็วกว่ากำหนดถึงสามวัน!
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมลุ้นและดื่มด่ำไปกับกลเกมอำนาจนี้ด้วยกันนะคะ หวังว่าจะชื่นชอบความเข้มข้นในบทนี้นะคะ
กุนซือเลือดเย็นกับหมากตระกูลหลุมพรางใน 40 วัน•ตอนที่ 14
ความจริงที่ถูกเปิดโปง
ผลงานโดย หงส์เพลิงหวนคืน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หงส์เพลิงหวนคืน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือเลือดเย็นกับหมากตระกูลหลุมพรางใน 40 วัน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!