"ถ้าพวกแกก้าวเข้ามาอีกก้าวเดียว ผมรับรองว่ากระสุนนัดนี้จะไม่ทำหน้าที่แค่ขู่แน่"
ศิลากระซิบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าสั่นสะเทือนถึงโสตประสาทของชายฉกรรจ์หกคนที่รายล้อมเขาและรินรดาอยู่กลางโถงทางเดินแคบๆ ในโกดังร้าง ปลายกระบอกปืนสั้นในมือของเขามั่นคงดั่งหินผา แม้หัวใจจะเต้นระรัวราวกับกลองรบที่กำลังโหมโรง
รินรดาที่ยืนอยู่ด้านหลังเขาแทบจะหยุดหายใจ มือของเธอสั่นเทาขณะกำซองเอกสารชิ้นสำคัญไว้แน่น เธอสัมผัสได้ถึงแผ่นหลังกว้างของชายหนุ่มที่เปรียบเสมือนกำแพงเดียวที่กั้นระหว่างเธอกับความตาย ศิลาในยามนี้ต่างจากศิลาที่เธอมักเห็นในห้องสมุดหรือร้านกาแฟ... ความสุขุมที่เธอมักมองว่าเป็นเกราะกำบัง ดูเหมือนจะกลายเป็นอาวุธร้ายกาจที่สุดในมือของเขา
"คุณศิลา... เราจะออกไปได้จริงๆ ใช่ไหมคะ?" รินรดาถามด้วยเสียงแผ่วเบา
"เชื่อใจผมนะริน อย่าละสายตาจากทางออกนั่น" ศิลาตอบกลับโดยไม่หันไปมอง สายตาของเขายังคงจับจ้องที่เงาร่างของ 'ธันวา' ที่ยืนกอดอกอยู่ไกลๆ หลังแนวลูกน้อง
"นายจะหนีไปไหนพ้น ศิลา" ธันวาเอ่ยขึ้น เสียงของเขาเปี่ยมไปด้วยอำนาจและเย้ยหยัน "เมืองนี้ทั้งเมืองเป็นเหมือนกรงที่ฉันสร้างขึ้น ใครจะเข้าหรือออก ฉันเป็นคนกำหนด นายคิดจริงๆ หรือว่าหมาจนตรอกอย่างนายจะกัดเจ้าของกรงได้?"
ศิลาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน "เจ้าของกรงงั้นหรือ? คนที่ใช้ชีวิตอยู่บนกองเลือดและผลประโยชน์สกปรกอย่างคุณ ไม่ได้มีสิทธิ์เป็นเจ้าของอะไรทั้งนั้นครับ... คุณเป็นเพียงหนอนแมลงที่กัดกินซากศพของความยุติธรรม"
ไม่รอให้คำพูดจบสิ้น ศิลาตัดสินใจพุ่งตัวออกไปทันที เขาไม่ได้เล็งไปที่หัวใจของใคร แต่เลือกยิงเข้าที่ถังน้ำมันใกล้กับพวกที่ยืนขวางทางอยู่ เสียงปืนดังสนั่นกึกก้องไปทั่วโกดัง เปลวไฟลุกท่วมขึ้นเป็นแนวกั้นชั่วคราว ความชุลมุนวุ่นวายเกิดขึ้นในทันที
ศิลากระชากข้อมือรินรดาให้วิ่งฝ่าวงล้อม ลูกน้องของธันวาสองคนพุ่งเข้าใส่เขาพร้อมอาวุธมีด ศิลาใช้ทักษะการต่อสู้ที่ดุดันและเฉียบขาด เขากระแทกสันปืนเข้าที่ขมับของคนแรกก่อนจะเตะตัดขาคนที่สองจนล้มลงไปกองกับพื้น เขาไม่ได้ลงมือด้วยความแค้น แต่ลงมือด้วยความจำเป็นที่เย็นชาและแม่นยำ
"เร็วริน!" เขาตะโกนขณะที่กระสุนเฉี่ยวผ่านหัวไหล่เขาไปเพียงนิดเดียว
รินรดากัดฟันวิ่งตามแรงดึง ความหวาดกลัวถูกแทนที่ด้วยความมุ่งมั่นที่จะนำพาความจริงที่อยู่ในมือไปสู่ที่ปลอดภัย แต่ทันใดนั้น เส้นทางเบื้องหน้ากลับถูกปิดกั้นด้วยชายชุดดำร่างใหญ่ที่ก้าวออกมาจากเงามืด เขามีแววตาที่ว่างเปล่าดุจหุ่นยนต์ และในมือนั้นถือสิ่งที่ทำให้หัวใจของศิลาหยุดเต้นไปชั่วขณะ
นั่นไม่ใช่ปืน... แต่มันคือปุ่มกดระเบิดที่ติดตั้งอยู่ทั่วโกดัง
"จบกันแค่นี้แหละ ศิลา" เสียงของธันวาดังขึ้นจากด้านหลังอีกครั้ง พร้อมกับรอยยิ้มที่บิดเบี้ยวบนใบหน้าของเขา "นายเลือกจะปกป้องความจริง แต่ความจริงมักมีราคาที่ต้องจ่ายเสมอ... ถ้านายไม่ยอมวางปืนลงในวินาทีนี้ ทุกสิ่งที่นายพยายามปกป้อง รวมถึงตัวนายและผู้หญิงคนนั้น จะหายไปในพริบตา"
ศิลาชะงักค้าง ร่างกายที่เคยพริ้วไหวพลันแข็งทื่อ เขาเหลือบมองรินรดาที่ใบหน้าซีดเผือด ก่อนจะมองไปยังกล่องอุปกรณ์ที่ส่งเสียงติ๊ดๆ เป็นจังหวะถี่กระชั้น เขาตระหนักได้ทันทีว่านี่ไม่ใช่แค่คำขู่ แต่มันคือแผนการที่วางไว้ตั้งแต่วินาทีที่เขาก้าวเข้ามา
"ริน... ฟังผมนะ" ศิลากระซิบเสียงต่ำพลางถอยหลังไปหนึ่งก้าวจนชิดกำแพง "ถ้าผมสั่งให้วิ่ง ให้วิ่งไปให้ไกลที่สุด ห้ามหันกลับมา"
"ไม่! ศิลา อย่าทำอะไรบ้าๆ นะ!" รินรดาพยายามดึงแขนเขาไว้ แต่สายตาของศิลาในยามนี้ช่างเด็ดเดี่ยวจนเธอไม่กล้าขัดขืน
"ผมไม่มีทางเลือกอื่นแล้วครับ" ศิลาหันมาสบตาเธอ แววตาที่เคยแตกสลายกลับมีความอ่อนโยนชั่ววูบ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นความดุดันราวกับราชันย์หอกทมิฬที่พร้อมจะยอมตายเพื่อรักษาสัจจะ
เขาทิ้งปืนลงพื้นแล้วยกมือขึ้นเหนือหัว ท่ามกลางความเงียบงันที่บีบคั้น ธันวาก้าวเข้ามาใกล้ด้วยความกระหยิ่มใจ ทว่าในวินาทีที่ศิลาถูกเข้าประชิดตัว ชายหนุ่มกลับแสยะยิ้มที่ทำให้ธันวาต้องขมวดคิ้ว มือของศิลาที่ยกขึ้นไม่ได้ต้องการจะยอมแพ้ แต่เขาล้วงเอาบางอย่างออกมาจากกระเป๋าเสื้อ... เป็นเครื่องส่งสัญญาณรบกวนคลื่นที่เขาแอบติดตั้งไว้ตั้งแต่ตอนที่เขาพุ่งชนถังน้ำมัน!
เสียงระเบิดไม่เกิดขึ้น มีเพียงเสียงกระแสไฟฟ้าลัดวงจรที่ดังลั่นไปทั่วห้อง ก่อนที่ไฟทั้งโกดังจะดับสนิทลงจนมืดมิด
ในความมืดที่ไร้แสงสว่าง ศิลาพุ่งเข้าหาธันวาด้วยสัญชาตญาณสัตว์ป่า และก่อนที่ใครจะทันได้ตั้งตัว เสียงของมีคมที่ปักลงบนเนื้อไม้ดังสนั่นท่ามกลางความมืด ตามมาด้วยเสียงตะโกนของรินรดาที่หวีดร้องด้วยความตกใจเมื่อมีลำแสงไฟฉายจากที่ไหนสักแห่งส่องมายังจุดที่พวกเขายืนอยู่
แสงไฟนั้นเผยให้เห็นร่างของศิลาที่กำลังกำด้ามมีดที่ปักอยู่บนอกของชายชุดดำ... แต่คนที่ถูกมีดปักนั้นไม่ใช่ธันวา กลับกลายเป็นเงาปริศนาที่โผล่มาจากเงามืดอีกฝั่งที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อน!
ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางผ่านช่วงเวลาที่เปราะบางที่สุดนี้กับผม แล้วพบกันตอนหน้าครับ!
ราชันย์หอกทมิฬ
หอกทมิฬเสียดนภา: ยุทธการล้างแค้นใต้แสงดวงดารา•ตอนที่ 21
การปะทะ
ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หอกทมิฬเสียดนภา: ยุทธการล้างแค้นใต้แสงดวงดารา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!