"ถอยไป รินรดา!"
เสียงคำรามของศิลายังไม่ทันขาดคำ แรงปะทะมหาศาลก็กระแทกเข้าที่แผ่นหลังของเขาอย่างจังจนร่างสูงโปร่งปลิวละลิ่วไปปะทะกับกำแพงอิฐที่ผุพัง กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วบริเวณทันที รินรดานิ่งค้าง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตระหนก ภาพที่เห็นเบื้องหน้าคือร่างของชายหนุ่มที่เธอเชื่อมั่นมาตลอดกำลังทรุดฮวบลงบนพื้นดินที่เปียกชื้นด้วยหยาดฝนที่เริ่มโปรยปรายลงมาเป็นสาย
"ศิลา! ไม่นะ... อย่าเป็นอะไรไป!"
มือเรียวบางของรินรดาสั่นเทาขณะเอื้อมไปประคองร่างของเขา เลือดสีเข้มไหลซึมออกมาจากบาดแผลฉกรรจ์บริเวณหน้าท้อง มันไม่ใช่แค่รอยถลอก แต่มันคือรอยแผลที่เกิดจากคมกระสุนที่เฉียดผ่านเนื้อเยื่อและฉีกกระชากอย่างโหดเหี้ยม
ศิลาพยายามฝืนลืมตาขึ้นมองใบหน้าที่เปรอะเปื้อนด้วยหยดน้ำตาของหญิงสาวข้างกาย ริมฝีปากที่ซีดเผือดขยับยิ้มบางๆ อย่างฝืนทน "บอกแล้ว... ว่าอย่าเข้ามาใกล้... ยัยตัวดี"
"ทำไมคุณต้องทำถึงขนาดนี้!" รินรดาตะโกนออกมาทั้งน้ำตา "เรามาหาความจริง ไม่ได้มาตายด้วยกัน!"
ศิลาไม่ได้ตอบกลับในทันที เขาหอบหายใจหนักๆ ความเจ็บปวดแล่นริ้วไปทั่วร่างราวกับมีเข็มนับพันเล่มทิ่มแทง เขาข่มความเจ็บปวดเอาไว้ ลำดับความคิดในสมองเริ่มพร่าเลือน แต่เขารู้ดีว่าหากตนหมดสติไปตอนนี้ ทั้งเธอและหลักฐานชิ้นสำคัญที่อยู่ในมือรินรดาจะต้องตกไปอยู่ในเงื้อมมือของธันวาอย่างแน่นอน
ไม่ไกลออกไป เงาร่างหนึ่งก้าวพ้นจากมุมมืดของตรอกแคบ ธันวายืนมองเหตุการณ์เบื้องหน้าด้วยสายตาเย็นชาดุจน้ำแข็ง มือที่ถือปืนพกสีดำสนิทนั้นสั่นเพียงเล็กน้อยจากความตื่นเต้นมากกว่าความสำนึกผิด เขาขยับแว่นสายตาเล็กน้อยพลางแสยะยิ้มที่มุมปาก
"น่าประทับใจจริงๆ ความรักทำให้คนเรากลายเป็นคนโง่ได้ขนาดนี้เชียวหรือ ศิลา?" ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลทว่าแฝงความอำมหิต "นายคิดว่าตัวเองเป็นพระเอกในนิยายหรือไง ถึงได้เอาชีวิตมาทิ้งเพราะผู้หญิงคนเดียว"
ศิลาพยายามดันตัวเองขึ้น มือข้างหนึ่งกุมบาดแผลไว้แน่น เลือดอุ่นๆ ไหลทะลักผ่านง่ามนิ้วย้อมเสื้อเชิ้ตสีขาวของเขาให้กลายเป็นสีชาด "เพราะฉันรู้ดีกว่าใคร... ว่านรกที่แกสร้างขึ้นมา มันไม่ได้มีไว้สำหรับคนอย่างแก... ธันวา"
"นรกงั้นหรือ?" ธันวาหัวเราะหึในลำคอ "นรกคือสิ่งที่พวกแกสร้างขึ้นมาเองต่างหาก การขุดคุ้ยความลับที่ถูกฝังไปนานแล้ว... มันคือความผิดพลาดที่แกจะต้องชดใช้ด้วยชีวิต"
รินรดาควานหาของในกระเป๋าอย่างลนลาน เธอกำแฟลชไดรฟ์ที่บรรจุข้อมูลลับสุดยอดเอาไว้แน่น สายตาของเธอตวัดมองศิลาที่กำลังกัดฟันสู้กับความตาย เขาหันมาสบตาเธอ สื่อสารผ่านแววตาที่เต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว เป็นการบอกลาที่ไม่มีคำพูดใดๆ แต่รินรดารู้ดีว่าเขากำลังหมายถึงอะไร
"หนีไป... รินรดา" ศิลาเค้นเสียงออกมาจนสุดกำลัง "เอาข้อมูลนั่น... ไปให้ถึงมือคนที่จะเปิดโปงมันได้... อย่าให้เลือดของฉันเสียเปล่า"
"ไม่! ฉันไม่ทิ้งคุณ!"
"ฟังนะ!" ศิลาตวาดเสียงกร้าว แรงเฮือกสุดท้ายทำให้เขาคว้าแขนของเธอไว้แน่น "ถ้าเธอไม่ไป... เราทุกคนจะตายที่นี่! ไปซะ!"
ท่ามกลางความโกลาหลและเสียงฝนที่ตกหนักขึ้น ธันวาเริ่มก้าวเดินเข้ามาใกล้เรื่อยๆ เสียงฝีเท้าของเขากระทบพื้นเป็นจังหวะที่กดดันหัวใจ ศิลารู้สึกได้ว่าสติของเขากำลังเลือนหายไป ความมืดมิดเริ่มรุกคืบเข้ามาแทนที่การมองเห็น แต่ในวินาทีที่เขากำลังจะสิ้นเรี่ยวแรงนั้นเอง เขาก็สังเกตเห็นบางอย่าง...
บางอย่างที่ห้อยอยู่คอของธันวา... จี้รูปนกฟีนิกซ์ที่ทำจากหยกสีมรกต!
ดวงตาของศิลาเบิกกว้างขึ้นทันที ความเจ็บปวดมลายหายไปชั่วขณะ แทนที่ด้วยความโกรธแค้นที่ปะทุขึ้นดั่งไฟโหม จี้ชิ้นนั้น... มันเป็นชิ้นเดียวกับที่เขาเห็นในคืนที่ครอบครัวของเขาถูกฆ่าล้างตระกูล!
เขาไม่ได้สู้กับศัตรูทางการเมืองทั่วไป... เขาไม่ได้สู้กับนักธุรกิจที่โลภมาก... แต่เขากำลังสู้กับ 'ฆาตกร' ที่พรากทุกอย่างไปจากชีวิตเขา!
ศิลาปล่อยมือจากรินรดาแล้วคว้ามีดพกที่ซ่อนไว้ในรองเท้าบูทออกมาด้วยความเร็วที่เหนือความคาดหมาย ร่างที่ดูเหมือนกำลังจะตายกลับดีดตัวขึ้นราวกับเสือที่บาดเจ็บพุ่งเข้าหาธันวาโดยไม่สนใจบาดแผลที่หน้าท้อง
"แก!" ศิลาตะโกนสุดเสียง "คืนชีวิตครอบครัวฉันมา!"
ธันวาถึงกับชะงักด้วยความตกใจ ปืนในมือลั่นออกไปหนึ่งนัดกระแทกเข้าที่ไหล่ของศิลา แต่ศิลาไม่หยุด เขาพุ่งตัวเข้าประชิดตัวธันวาและใช้มีดปักลงที่ต้นแขนของอีกฝ่ายจนธันวาร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด
ทว่า ในจังหวะที่ศิลากำลังจะได้เปรียบนั้นเอง ร่างของเขาก็เซถลาลงกับพื้นอีกครั้งเนื่องจากเสียเลือดมากเกินไป ธันวาที่ตั้งตัวได้ใช้สันปืนฟาดเข้าที่ท้ายทอยของศิลาอย่างแรงจนร่างของเขานอนแน่นิ่งไปกับพื้น
"ศิลา!" เสียงกรีดร้องของรินรดาดังก้องไปทั่วตรอกก่อนที่เธอจะถูกชายชุดดำสองคนเข้าล็อกตัวไว้
ธันวาเดินเข้ามาใกล้ร่างของศิลาที่นอนสลบไสล เขาโน้มตัวลงกระซิบข้างหูของชายหนุ่มด้วยน้ำเสียงที่ทำให้คนฟังต้องขนลุกชัน "น่าเสียดายนะศิลา... นายเกือบจะรู้ความจริงทั้งหมดแล้วเชียว แต่ก็นั่นแหละ... คนตายไม่สามารถบอกความลับได้"
เขาลุกขึ้นยืนแล้วมองไปที่รินรดา ก่อนจะล้วงเอาโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วกดวางสายหลังจากพูดทิ้งท้ายไว้ว่า "จัดการทิ้งซะ แล้วเอาแฟลชไดรฟ์นั่นมาให้ฉัน"
ทว่าในจังหวะที่ธันวากำลังจะเดินจากไป รถยนต์สีดำคันหนึ่งก็พุ่งเข้ามาจอดปิดทางออกของตรอกอย่างรวดเร็ว ประตูรถเปิดออกพร้อมกับร่างของชายชราในชุดสูทสีเทาเข้มที่ก้าวลงมาพร้อมกับชายฉกรรจ์อีกนับสิบคนที่ถือปืนล้อมรอบธันวาไว้
ชายชราผู้นั้นมองดูศิลาที่นอนจมกองเลือดด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก ก่อนจะหันมามองธันวาแล้วยิ้มที่มุมปาก "เล่นแรงเกินไปหน่อยไหมธันวา... เด็กคนนี้ยังมีความลับอีกมากที่ฉันยังต้องการ"
ธันวาหน้าซีดลงทันทีที่เห็นคนตรงหน้า "ท่านประธาน... ผม..."
"หุบปาก" ชายชรากล่าวพลางมองไปที่รินรดาด้วยสายตาเย็นชา "ส่วนผู้หญิงคนนี้... พาตัวไปไว้ที่เดิม เรามีเรื่องต้องคุยกันอีกเยอะ... เกี่ยวกับสิ่งที่ศิลาพยายามปกป้อง"
ความหวังที่จะรอดพ้นของรินรดาสลายไปในทันที ขณะที่เธอมองศิลาที่ถูกลากร่างไปอย่างไม่ใยดี และในขณะที่ทุกคนกำลังละสายตาจากศิลา นิ้วมือของศิลาที่ดูเหมือนหมดสติไปแล้วนั้น... กลับขยับเพียงเล็กน้อย พร้อมกับดวงตาที่แอบปรือขึ้นมามองเห็นใบหน้าของ 'ผู้บงการ' ที่แท้จริงที่เขาตามหามาตลอดชีวิต!
หวังว่าทุกท่านจะตื่นเต้นไปกับจุดพลิกผันที่เกิดขึ้นนะครับ แล้วพบกันตอนหน้าครับ!
ราชันย์หอกทมิฬ
หอกทมิฬเสียดนภา: ยุทธการล้างแค้นใต้แสงดวงดารา•ตอนที่ 22
รอยแผลเป็น
ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หอกทมิฬเสียดนภา: ยุทธการล้างแค้นใต้แสงดวงดารา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!