“ถ้าคุณขยับตัวอีกนิด แผลที่ไหล่ซ้ายได้ฉีกถึงกระดูกแน่ครับ รินรดา”
เสียงทุ้มต่ำของศิลาดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องใต้ดินที่ถูกดัดแปลงเป็นที่ซ่อนตัว กลิ่นอายของยาฆ่าเชื้อผสมกับกลิ่นอับชื้นของผนังคอนกรีตอบอวลไปทั่ว ศิลาไม่ได้มองหน้าอีกฝ่าย เขากำลังตั้งใจใช้คีมคีบสำลีชุบแอลกอฮอล์เช็ดคราบเลือดแห้งกรังรอบบาดแผลที่เกิดจากกระสุนเฉี่ยวบนหัวไหล่ของหญิงสาว มือของเขาแผ่วเบา ทว่าแววตากลับเรียบเฉยราวกับใบมีดที่ไร้คมแต่บาดลึกถึงวิญญาณ
รินรดากัดริมฝีปากแน่น ความเจ็บปวดแล่นริ้วไปตามเส้นประสาท แต่เธอเลือกที่จะไม่ร้องออกมา เธอจ้องมองศิลาที่กำลังขมวดคิ้วเล็กน้อยยามที่เขาบรรจงพันผ้าพันแผล ความใกล้ชิดในที่แคบและลับตาสายตาคนเช่นนี้ทำให้บรรยากาศที่ควรจะอึดอัดกลับเต็มไปด้วยกระแสความตึงเครียดที่บอกไม่ถูก
“ทำไมต้องเป็นที่นี่?” รินรดาถามเสียงแผ่ว พลางกวาดสายตามองไปรอบห้องที่มีเพียงตะเกียงน้ำมันเพียงดวงเดียวให้แสงสลัว “คุณควรพาฉันไปโรงพยาบาล หรืออย่างน้อยก็ที่พักของคุณ ไม่ใช่โกดังร้างท้ายเมืองที่แทบไม่มีใครรู้จักแบบนี้”
ศิลาหยุดมือชั่วครู่ เขาเงยหน้าขึ้นสบตากับเธอ นัยน์ตาสีเข้มคู่นั้นสะท้อนความหม่นหมองที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเยือกเย็น “ธันวามีตาอยู่ทุกที่ โรงพยาบาลคือจุดที่มันรอให้เราเดินเข้าไปติดกับดัก ส่วนที่พักของผม… มันไม่ใช่ที่สำหรับคนที่จะรักษาตัว”
เขาขยับตัวถอยห่างออกมาเล็กน้อย ก่อนจะหยิบขวดน้ำสะอาดส่งให้เธอ “ที่นี่ปลอดภัยที่สุดสำหรับตอนนี้ แม้แต่มันก็ยังนึกไม่ถึงว่าคนที่ทำลายแผนการใหญ่ของมันในคืนนั้น จะกล้าซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่ที่มันเคยสั่งให้คนงานทิ้งร้างไปเมื่อสามปีก่อน”
รินรดาพิงศีรษะกับผนังเย็นเฉียบ “คุณดูเหมือนคนที่วางแผนทุกอย่างไว้ล่วงหน้าเสมอ ทั้งที่จริงๆ แล้ว เราต่างก็เป็นแค่หมากในกระดานของมัน”
“หมากที่รู้ตำแหน่งของตัวเอง ย่อมมีโอกาสเดินสวนทางกับคนเล่น” ศิลากล่าวเสียงเรียบ ก่อนจะลุกขึ้นเดินไปที่มุมมืดของห้อง เขาหยิบแฟ้มเอกสารเก่าๆ ที่เปรอะเปื้อนคราบฝุ่นขึ้นมาเปิดดู “ธันวาไม่ได้แค่ต้องการอำนาจในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ รินรดา... สิ่งที่มันต้องการคือหลักฐานที่พ่อของคุณทิ้งไว้ก่อนจะหายตัวไป”
บรรยากาศในห้องเงียบลงจนได้ยินเสียงหยดน้ำจากเพดาน ศิลาหันกลับมา เขามองหญิงสาวด้วยแววตาที่สื่อความหมายลึกซึ้ง “คุณกับผม... เราถูกดึงเข้ามาพัวพันกับความตายของคนในครอบครัวด้วยเหตุผลเดียวกัน แม้บาดแผลของผมจะฝังลึกกว่ามาก แต่นั่นไม่ได้แปลว่าผมจะยอมให้คุณต้องจบชีวิตลงด้วยน้ำมือของมันเหมือนคนอื่นๆ”
รินรดานิ่งงัน เธอสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ในน้ำเสียงของเขา มันไม่ใช่ความเห็นใจ แต่เป็นความรู้สึกร่วมของคนที่เคยสูญเสียทุกอย่างไปในกองเพลิงแห่งความโลภของผู้อื่น
“คุณเชื่อไหมศิลา” รินรดาเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ “บางครั้งฉันก็สงสัยว่า ถ้าฉันไม่เริ่มขุดคุ้ยเรื่องนี้ ชีวิตของฉันอาจจะเรียบง่ายกว่านี้ ไม่ต้องมานั่งรอความตายในโกดังที่มองไม่เห็นแม้แต่แสงดาวแบบนี้”
“ความเรียบง่ายคือราคาที่แพงที่สุดสำหรับคนอย่างเราครับ” ศิลาตอบพลางเดินเข้ามาใกล้ เขาโน้มตัวลงมาจนระยะห่างระหว่างใบหน้าเหลือเพียงคืบ “เมื่อความจริงถูกเปิดออก ประตูจะไม่มีวันปิดลงได้อีก ชีวิตคุณเปลี่ยนไปตั้งแต่วินาทีที่คุณรับรู้เรื่องรอยบาปของธันวาแล้ว”
เขากำลังจะพูดต่อ ทว่าจู่ๆ ฝีเท้าแผ่วเบาจากด้านนอกประตูก็หยุดลง ศิลาชะงัก สายตาที่เคยเรียบเฉยเปลี่ยนเป็นคมกริบดั่งเหยี่ยว เขากวาดมือไปดับตะเกียงน้ำมันทันที ความมืดมิดเข้าครอบงำห้องใต้ดินโดยพลัน ศิลาคว้าด้ามปืนที่เหน็บอยู่ข้างเอวแล้วส่งสัญญาณให้รินรดาเงียบเสียง
เสียงฝีเท้าหนักๆ ก้าวเดินวนเวียนอยู่หน้าประตูก่อนจะหยุดลง พร้อมกับเสียงกระซิบที่คุ้นหูจนน่าขนลุก “ออกมาเถอะศิลา... นายซ่อนตัวได้ไม่นานหรอก และที่สำคัญ นายลืมไปหรือเปล่าว่าตึกนี้มีทางออกแค่ทางเดียว ซึ่งตอนนี้... ฉันสั่งให้คนของฉันวางระเบิดไว้รอบๆ แล้ว”
รินรดาสะดุ้งสุดตัวขณะที่ศิลาหันมามองเธอ แววตาของเขาไม่ได้มีความตื่นตระหนก แต่กลับเป็นความแค้นที่ปะทุขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้ เขาขยับปากพูดโดยไร้เสียงว่า *‘ตามผมมา’* ก่อนจะเอื้อมมือไปกดกลไกใต้โต๊ะทำงานเก่าๆ ที่รินรดามองไม่เห็น ผนังคอนกรีตข้างหลังเธอเริ่มเคลื่อนตัวออกเผยให้เห็นช่องทางลับที่มีแสงสีฟ้าจางๆ ส่องสว่างออกมาจากปลายอุโมงค์
ทว่าเมื่อทั้งคู่เตรียมจะก้าวลงไป ศิลากลับหยุดชะงักเมื่อเห็นเงาดำที่พุ่งพรวดผ่านช่องลมด้านบนเพดานลงมาดักหน้าพวกเขาไว้ เสียงหัวเราะแผ่วเบาดังขึ้นจากเงาร่างนั้น ก่อนที่ใบหน้าที่เขาจำได้แม่นที่สุดจะปรากฏออกมาจากเงามืด
“เซอร์ไพรส์... คิดว่าฉันจะมาคนเดียวเหรอครับ คุณชายศิลา?” ธันวาก้าวออกมาพร้อมรอยยิ้มอาบยาพิษ ในมือของเขาถือรีโมทสีเงินวาววับ “และที่น่าตกใจยิ่งกว่า... คือคนที่พาฉันมาที่นี่ ไม่ใช่คนของฉัน... แต่เป็นคนที่นายไว้ใจที่สุด”
รินรดาเบิกตากว้างเมื่อเห็นร่างที่เดินตามหลังธันวาเข้ามาในห้อง นั่นคือชายหนุ่มที่เธอเชื่อใจมาตลอดตั้งแต่วันแรกที่เริ่มงานนักข่าว... เขาคนนั้นกำลังถือปืนจ่อมาที่ศิลาด้วยแววตาที่ว่างเปล่า
ขอให้ทุกท่านตื่นเต้นไปกับจุดพลิกผันในตอนหน้า แล้วพบกันใหม่ในตอนต่อไปนะครับ
ราชันย์หอกทมิฬครับ
หอกทมิฬเสียดนภา: ยุทธการล้างแค้นใต้แสงดวงดารา•ตอนที่ 23
สถานที่พักพิง
ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หอกทมิฬเสียดนภา: ยุทธการล้างแค้นใต้แสงดวงดารา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!