"ถ้าคุณก้าวออกไปจากห้องนี้ รินรดา... โลกที่คุณเฝ้าปกป้องด้วยปลายปากกา จะพังทลายลงไม่เหลือชิ้นดี"
เสียงของศิลาดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่กดทับ ห้องทำงานส่วนตัวของเขาในตึกร้างถูกบดบังด้วยม่านมืดสลัว แสงไฟสลัวจากถนนเบื้องล่างสะท้อนผ่านหน้าต่างเข้ามาเพียงน้อยนิด เผยให้เห็นใบหน้าที่เรียบเฉย ทว่าแววตากลับสั่นไหวราวกับเปลวเทียนที่ถูกพายุโหมกระหน่ำ
รินรดาหยุดกึก มือที่กำลังจัดเตรียมเอกสารหลักฐานสำคัญเกี่ยวกับการทุจริตของธันวาสั่นระริก เธอไม่ได้หันกลับไปมองชายหนุ่มที่นั่งอยู่หลังโต๊ะไม้โอ๊กเก่าคร่ำ แต่ความรู้สึกกดดันที่แผ่ออกมาจากร่างสูงนั้นรุนแรงจนเธอแทบหยุดหายใจ
"แล้วคุณจะให้ฉันทำอย่างไร ศิลา?" เธอถาม เสียงของเธอแผ่วเบาแต่กังวานด้วยความเจ็บปวด "ปล่อยให้ธันวาทำลายคนทั้งเมืองเพียงเพราะเขามีอำนาจงั้นหรือ? หรือให้ฉันนิ่งเฉยในขณะที่มือของคุณเปื้อนเลือดไปมากกว่านี้?"
ศิลายันกายลุกขึ้น เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นปูนดังเป็นจังหวะที่บีบคั้นหัวใจ เขาเดินเข้ามาใกล้จนได้กลิ่นจางๆ ของน้ำหอมผสมกับกลิ่นโลหะเย็นเยียบที่ติดตามตัวเขามาจากการเตรียมอาวุธสงคราม เขาหยุดลงด้านหลังเธอเพียงไม่กี่คืบ
"คุณไม่เข้าใจ..." เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่ดูเหมือนจะแตกสลายในประโยคถัดมา "ผมไม่อาจยอมให้คุณกลายเป็นเป้าหมายในเกมของเขา ธันวาไม่ใช่แค่คนธุรกิจ เขาคือปีศาจที่ไร้หัวใจ และหากเขารู้ว่าคุณคือคนถือไพ่ตายใบสุดท้าย... ชีวิตของคุณจะไม่มีวันได้เห็นแสงตะวันอีกเลย"
ศิลาเอื้อมมือไปคว้าไหล่บางนั้นไว้อย่างแผ่วเบา รินรดาสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะยอมปล่อยให้มือเขากุมไว้ เธอหันกลับมาสบตากับเขาในระยะประชิด ความเจ็บปวดที่ซ่อนเร้นในดวงตาของศิลาคือสิ่งที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน มันไม่ใช่ความเย็นชาที่เขาใช้ฉาบหน้า แต่มันคือความกลัว... ความกลัวที่จะสูญเสียสิ่งที่งดงามเพียงสิ่งเดียวที่เหลืออยู่ในโลกสีเทาของเขา
"ศิลา... มองฉันสิ" รินรดาประคองใบหน้าคมสันนั้นด้วยมือทั้งสองข้าง สัมผัสอุ่นจากปลายนิ้วทำให้ร่างสูงชะงัก "คุณแบกโลกทั้งใบไว้คนเดียวมานานเกินไปแล้ว ความเจ็บปวดที่งดงามที่สุด ไม่ใช่การปกป้องใครไว้ในกรงขัง แต่คือการยอมให้คนคนนั้นได้เคียงข้างคุณ แม้ว่าบทลงท้ายจะเป็นความตายก็ตาม"
ชายหนุ่มนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง ราวกับคำพูดนั้นแทรกซึมผ่านเกราะป้องกันทุกชั้นที่เขาเพียรสร้างมานับสิบปี เขาโอบกอดเธอไว้แน่น ราวกับจะยื้อแย่งเธอออกมาจากชะตากรรมที่กำลังจะมาถึง
"ผมอาจจะดูเป็นคนเห็นแก่ตัว..." ศิลาซบหน้าลงบนไหล่ของเธอ เสียงกระซิบนั้นสั่นเครือ "ในโลกที่มืดมิดนี้... คุณคือแสงสว่างเดียวที่ผมมี ผมสารภาพรักกับคุณในวินาทีที่ผมรู้ว่าเราอาจไม่มีวันพรุ่งนี้... มันช่างน่าสมเพชนัก แต่ผมก็ไม่อยากให้มันจบลงแบบนี้เลย"
รินรดาหลับตาลง รับรู้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวของเขา "งั้นก็อย่าให้มันจบ... พรุ่งนี้เราจะร่วมกันเปิดโปงเขา แม้ต้องแลกด้วยลมหายใจสุดท้ายก็ตาม"
ทว่าท่ามกลางบรรยากาศที่ดูเหมือนจะลึกซึ้งและเปี่ยมไปด้วยความหวัง เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ก็ดังขึ้นจากโถงทางเดินภายนอก เสียงเหล็กกระทบกันบ่งบอกว่านั่นไม่ใช่ตำรวจ หรือมิตรที่เธอรอคอย ศิลาผละออกจากรินรดาทันที สายตาของเขาเปลี่ยนเป็นดุดันดุจนักล่าที่พร้อมกระชากคอศัตรู
ประตูห้องถูกพังทลายเข้ามาด้วยแรงปะทะมหาศาล ธันวาก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มที่เคลือบยาพิษ ในมือของเขาถือรูปถ่ายใบหนึ่งที่แสดงให้เห็นความลับที่ศิลาเก็บงำมาตลอดชีวิต—หลักฐานที่ระบุว่าศิลาคือคนที่กำจัดครอบครัวของตัวเองในอดีตเพื่อแฝงตัวเข้าหาธันวา
"ซึ้งกันพอหรือยังครับ คุณศิลา?" ธันวาเอ่ยเสียงเย็นเยียบ สายตาเหลือบมองรินรดาที่ยืนตัวแข็งทื่อ "รินรดาที่รัก... ดูสิว่าคนที่คุณกำลังจะมอบหัวใจให้ แท้จริงแล้วเขาคือคนที่ทำลายชีวิตคุณตั้งแต่วันแรกที่เขาก้าวเข้ามาในเมืองนี้"
ศิลาชะงักไป หัวใจของเขาเหมือนถูกกระชากออกจากอกเมื่อเห็นสายตาที่เต็มไปด้วยความตกใจและหวาดกลัวจากรินรดา ในขณะที่ธันวากดปุ่มรีโมทในมือ ทันใดนั้น ไฟทั้งตึกก็ดับวูบลง และเสียงปืนนัดแรกก็ดังสนั่นขึ้นท่ามกลางความมืดมิด!
ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางผ่านช่วงเวลาที่เปราะบางที่สุดนี้กับผม แล้วพบกันตอนหน้าครับ!
ราชันย์หอกทมิฬ
หอกทมิฬเสียดนภา: ยุทธการล้างแค้นใต้แสงดวงดารา•ตอนที่ 20
ความเจ็บปวดที่งดงาม
ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หอกทมิฬเสียดนภา: ยุทธการล้างแค้นใต้แสงดวงดารา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!