"แกคิดว่าตัวเองกำลังเล่นเกมกับใครอยู่ ศิลา?"
เสียงของชายสวมหน้ากากครึ่งใบหน้าดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันที่กดทับจนแทบหายใจไม่ออก กลิ่นอับชื้นของโกดังเก่าและกลิ่นเหล็กสนิมคลุ้งอยู่ในอากาศ ศิลายืนนิ่ง ร่างกายเกร็งแน่นจนกล้ามเนื้อปวดแปลบ แต่นัยน์ตาของเขายังคงจ้องมองไปที่รอยยิ้มที่มองเห็นเพียงครึ่งเดียวใต้หน้ากากนั้นอย่างไม่ลดละ
"คนที่สูญเสียทุกอย่างไปแล้ว ไม่มีอะไรต้องกลัวเกมของแกหรอก" ศิลาตอบกลับ เสียงของเขาเรียบสนิท ทว่าในใจดั่งเพลิงที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่งที่ขวางหน้า
ชายผู้นั้นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะผายมือไปยังจอมอนิเตอร์ขนาดใหญ่ที่ติดตั้งอยู่บนผนัง ภาพที่ปรากฏคือห้องขังแคบๆ ภายในคฤหาสน์ของธันวา รินรดานั่งกอดเข่าอยู่ในมุมมืด ใบหน้าที่เคยเปี่ยมด้วยความมั่นใจบัดนี้ซีดเซียว แต่ดวงตาของเธอยังคงทอประกายแห่งการต่อต้าน
"ธันวาไม่ได้แค่ต้องการตัวเธอเพื่อปิดปาก แต่มันต้องการเหยื่อที่จะทำให้แกเผยตัวออกมา" ชายปริศนาก้าวเข้ามาใกล้ "รังของมันไม่ได้มีไว้สำหรับนักธุรกิจ แต่มันคือหลุมศพที่ถูกออกแบบมาอย่างประณีตที่สุด"
ศิลาไม่ได้โต้ตอบ เขาจดจำผังคฤหาสน์ที่ชายผู้นี้ทิ้งไว้บนโต๊ะเหล็กนั่น เขารู้ดีว่านี่อาจจะเป็นกับดักที่ขุดล่อให้เขาเดินลงไปตาย แต่เขาก็ไม่มีทางเลือกอื่น ในเมื่อรินรดาคือหมากตัวสุดท้ายที่เชื่อมโยงถึงความตายของครอบครัวเขา
สองชั่วโมงต่อมา...
กำแพงหินขัดมันของคฤหาสน์ธันวาดูเย็นเยียบและสูงตระหง่านราวกับป้อมปราการ ศิลาในชุดสีดำสนิทเคลื่อนไหวผ่านเงามืดของพุ่มไม้ดัดแต่งอย่างช่ำชอง เขาไม่ได้พกพาความโกรธแค้นไปเพียงอย่างเดียว แต่พกพาความใจเย็นที่ถูกหล่อหลอมด้วยความเจ็บปวดมาด้วย ทุกก้าวย่างของเขาเงียบเชียบดุจเสือร้ายที่รอจังหวะตะปบ
เขารู้ดีว่าธันวาเป็นคนประเภทไหน—คนประเภทที่รักการเห็นศัตรูค่อยๆ สิ้นหวังไปพร้อมกับความภาคภูมิใจที่ถูกทำลาย
เมื่อศิลาแทรกตัวผ่านหน้าต่างชั้นบนเข้ามาได้สำเร็จ กลิ่นหอมของดอกกุหลาบที่อบอวลไปทั่วทางเดินกลับทำให้เขารู้สึกสะอิดสะเอียน นี่คือสัญลักษณ์ของความรุ่มรวยที่อาบไปด้วยเลือด เขาเดินไปตามโถงทางเดิน แสงไฟสลัวจากเชิงเทียนส่องให้เห็นภาพวาดบนผนัง แต่ละภาพดูเหมือนดวงตาที่จับจ้องเขาไม่กะพริบ
*ปัง!*
เสียงฝีเท้าที่ดังมาจากปลายทางเดินทำให้นัยน์ตาของศิลาวาวโรจน์ เขาพุ่งตัวเข้าไปหลบหลังเสาหินทันที ชายชุดดำสองคนเดินผ่านมาด้วยท่าทางผ่อนคลายเกินไป ผิดวิสัยของคนที่กำลังเฝ้าตัวประกันสำคัญ ศิลารอจังหวะจนกระทั่งคนทั้งสองเดินพ้นมุม เขาพุ่งเข้าใส่คนหลังสุด มือขวาคว้าต้นคอแล้วกระชากให้ปะทะกับกำแพงก่อนจะใช้สันมือฟาดเข้าที่ท้ายทอยจนอีกฝ่ายสลบเหมือด อีกคนหันกลับมาด้วยความตกใจ แต่ยังไม่ทันที่มันจะคว้าปืน ศิลาก็จัดการด้วยการเตะตัดขาและศอกเข้าที่ลิ้นปี่อย่างแม่นยำ
ทุกอย่างจบลงในเวลาไม่กี่วินาที ศิลาไม่มีเวลาเสียใจหรือลังเล เขารีบก้าวไปยังห้องที่ระบุไว้ในแผน
ประตูห้องถูกเปิดออกอย่างแผ่วเบา รินรดาเงยหน้าขึ้นจากความมืด แววตาของเธอเปลี่ยนจากความสิ้นหวังเป็นความตื่นตะลึง
"ศิลา... นายไม่ควรมาที่นี่" เสียงของเธอสั่นเครือ "นี่มันไม่ใช่การช่วยชีวิต แต่มันคือการเดินเข้าหาความตาย"
"ผมไม่เคยเดินเข้าหาความตาย ผมแค่เดินไปในที่ที่มันควรมอบความจริงให้ผม" ศิลาตรงเข้าปลดล็อกกุญแจมือให้เธออย่างรวดเร็ว
ทว่า ทันทีที่โซ่ตรวนหลุดออก เสียงปรบมือที่ก้องกังวานไปทั่วห้องก็ดังขึ้นจากมุมมืดของเพดาน ธันวาก้าวออกมาจากหลังฉากกั้นไม้แกะสลัก ใบหน้าของเขาประดับด้วยรอยยิ้มที่ดูใจดีเสียจนน่าขนลุก ในมือของเขามีรีโมทควบคุมระบบรักษาความปลอดภัย
"ยินดีต้อนรับสู่กับดักที่ฉันเตรียมไว้ให้แกเป็นการส่วนตัวนะ ศิลา" ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล "รู้ไหมว่าทำไมฉันถึงเลือกห้องนี้? เพราะกำแพงห้องนี้ไม่มีประตูทางออกสำรอง และในอีกสามนาทีข้างหน้า แก๊สพิษที่ฉันพัฒนาขึ้นเองจะเริ่มทำงาน... แต่ไม่ต้องห่วง ผมไม่ได้โหดร้ายขนาดนั้น ถ้าแกยอมก้มลงกราบและบอกความลับทั้งหมดเกี่ยวกับไฟล์นั่น ฉันอาจจะพิจารณาให้เธอรอดไปได้คนหนึ่ง"
ศิลามองธันวาด้วยสายตาที่เย็นชา ก่อนจะหันไปสบตารินรดา ซึ่งในมือนั้นไม่ได้ถือของมีคม แต่ถือเศษแก้วที่เธอแอบหักออกมาจากแจกันในห้อง
"ศิลา... อย่าฟังมัน" รินรดาขยับตัวยืนเคียงข้างเขา
ในขณะที่แก๊สสีจางๆ เริ่มพ่นออกมาจากช่องระบายอากาศ ศิลาก็ควักเอาวัตถุชิ้นหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเสื้อ มันคืออุปกรณ์ที่ชายสวมหน้ากากปริศนาคนนั้นยัดใส่มือเขาก่อนจะจากไป เขาไม่ได้มีเพียงแค่แผนบุก แต่เขามีบางอย่างที่ธันวาไม่เคยคาดคิดมาก่อน
ศิลาเงยหน้าขึ้นมองธันวาที่เริ่มยิ้มไม่ออกเมื่อเห็นสิ่งที่อยู่ในมือศิลา
"แกคิดว่าแกคุมเกมอยู่ฝ่ายเดียวเหรอ ธันวา?" ศิลากล่าวเสียงเรียบ ก่อนจะกดปุ่มบนอุปกรณ์นั้น "แกไม่ได้ฆ่าคนในเหตุการณ์เมื่อสิบปีก่อนเพียงคนเดียว... เพราะคนที่แกคิดว่าตายไปแล้วในวันนั้น เขายืนอยู่ข้างหลังแกในตอนนี้แล้ว"
เสียงก้าวเท้าหนักๆ ดังขึ้นจากเงามืดด้านหลังของธันวา พร้อมกับเสียงเย็นเยียบที่คุ้นเคยยิ่งกว่าใครที่ศิลาเคยได้ยินมาตลอดสิบปี
"ลาก่อน... น้องชายที่รัก"
ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางไปกับผมในบทที่เข้มข้นที่สุดนี้ แล้วพบกันตอนหน้าครับ!
ราชันย์หอกทมิฬ
หอกทมิฬเสียดนภา: ยุทธการล้างแค้นใต้แสงดวงดารา•ตอนที่ 19
กับดักสังหาร
ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หอกทมิฬเสียดนภา: ยุทธการล้างแค้นใต้แสงดวงดารา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!