“ถอยไป ธันวา”
ศิลาเค้นเสียงลอดไรฟัน มือขวาของเขากำเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ร่างกายสั่นสะท้านด้วยแรงโทสะที่พยายามสะกดไว้เบื้องหลังใบหน้าอันเย็นชา ตรงหน้าเขา ธันวายืนพิงพนักเก้าอี้หนังราคาแพงด้วยท่าทางผ่อนคลายเกินควร มุมปากของนักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพลยกขึ้นเป็นรอยยิ้มที่ดูคล้ายคมมีดที่กำลังกรีดลงบนหัวใจของเขา
“ผมก็แค่อยากจะแสดงความยินดีกับคุณศิลา ที่ในที่สุดคุณก็รู้จักเลือกสิ่งที่สำคัญกว่าอดีตที่ตายไปแล้ว” ธันวาหมุนแหวนทองคำบนนิ้วเล่นอย่างใจเย็น “แต่ก็นั่นแหละครับ คนเรามักจะพลาดในสิ่งที่รักที่สุดเสมอ”
ก่อนที่ศิลาจะได้โต้ตอบ เสียงโทรศัพท์บนโต๊ะทำงานของธันวาก็ดังขึ้น มันไม่ใช่เสียงเรียกเข้าปกติ แต่เป็นเสียงสัญญาณแจ้งเตือนระบบรักษาความปลอดภัยที่ถูกตั้งค่าไว้เฉพาะตัว ธันวากดรับสายโดยไม่ละสายตาจากศิลา
“ครับ… เข้าใจแล้ว วางไว้ตรงจุดที่นัดกันไว้ แล้วอย่าให้เธอเป็นอะไรไปล่ะ”
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานอันหรูหราจนดูเหมือนกาลเวลาหยุดหมุน ศิลารู้สึกถึงความผิดปกติที่แล่นพล่านไปทั่วสันหลัง เขาหันขวับไปมองที่เก้าอี้ตัวที่รินรดาเคยยืนอยู่เมื่อครู่ แต่มันว่างเปล่า—ว่างเปล่าราวกับเธอไม่เคยมีตัวตนอยู่ตรงนั้นตั้งแต่แรก
“แกทำอะไรลงไป!” ศิลาพุ่งเข้าไปกระชากคอเสื้อธันวา แรงปะทะทำให้เก้าอี้ตัวหรูล้มครืนลงกับพื้น แต่ธันวากลับไม่แม้แต่จะขัดขืน เขากลับหัวเราะในลำคอเบาๆ
“ผมทำในสิ่งที่คนฉลาดควรทำครับศิลา คุณมีเวลาหนึ่งชั่วโมง ถ้าคุณอยากเห็นนักข่าวสาวผู้รักความถูกต้องคนนั้นยังมีลมหายใจอยู่ล่ะก็… ไปที่ท่าเรือร้างเขตห้า คนเดียว ห้ามมีอาวุธ และที่สำคัญที่สุด ห้ามบอกใครเด็ดขาด”
ศิลาผลักอีกฝ่ายออกไปจนเซถลา เขารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังถล่มลงมาทับ รินรดาไม่ควรต้องมาเกี่ยวข้องกับเรื่องโสมมนี้ เธอเป็นเพียงคนธรรมดาที่ยึดมั่นในความถูกต้อง แต่ความถูกต้องนั้นกลับกลายเป็นหอกที่ทิ่มแทงตัวเธอเองเพียงเพราะอยู่ข้างเขา
“ถ้าเธอเป็นอะไรไปแม้แต่ปลายเล็บ ต่อให้ต้องพลิกแผ่นดินหรือลงไปถึงขุมนรก ผมก็จะลากตัวแกมาฆ่าด้วยมือของผมเอง” ศิลาขู่ด้วยน้ำเสียงที่นิ่งจนน่ากลัว ก่อนจะหันหลังเดินออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว
ตลอดทางที่มุ่งหน้าสู่ท่าเรือร้างในยามวิกาล ความทรงจำในอดีตหลั่งไหลเข้ามาประดังประเดเหมือนคลื่นซัดหาดทราย ภาพเหตุการณ์ในวันนั้น—วันที่เขาเสียครอบครัวไป ความล้มเหลวที่เขาเคยเชื่อว่าเขาสามารถแก้ไขได้ด้วยตัวคนเดียว แต่บัดนี้ สิ่งที่เขารักที่สุดคนสุดท้ายในชีวิตกลับกำลังเผชิญหน้ากับความตายเพราะความประมาทของเขาเอง
รถยนต์คันหรูเบรกกะทันหันหน้าท่าเรือร้างที่ถูกทิ้งร้างมานานหลายปี กลิ่นไอเค็มของทะเลผสมกับกลิ่นเน่าเสียของไม้ผุพังโชยเข้าปะทะจมูก ศิลาลงจากรถด้วยท่าทางสงบนิ่งผิดกับพายุในใจ เขาเดินเข้าไปในความมืดมิดที่มีเพียงแสงจันทร์สลัวๆ ลอดผ่านรอยแตกของหลังคาสังกะสี
“คุณมาตามนัดจริงๆ ด้วยนะศิลา”
เสียงของธันวาดังขึ้นจากมุมมืด ร่างของรินรดาถูกมัดติดกับเสาเหล็กขึ้นสนิม ปากของเธอถูกปิดด้วยเทปกาว สายตาของเธอมองมาที่เขาด้วยความหวาดกลัวแต่แฝงไปด้วยความรู้สึกผิด เธอส่ายหน้าเบาๆ พยายามบอกให้เขาหนีไป
“ปล่อยเธอซะ ธันวา ฉันมาแล้ว นี่คือที่ที่แกอยากให้ฉันมาไม่ใช่หรือไง” ศิลาตะโกนก้อง
ธันวาก้าวออกมาจากเงามืด ในมือของเขามีรีโมทควบคุมระเบิดขนาดเล็ก “คุณรักเธอมากใช่ไหมศิลา? ความรักมักจะทำให้คนเราตัดสินใจพลาดเสมอ… วันนี้เราจะมาดูกันว่า ความรักของคุณจะเอาชนะความแค้นที่คุณแบกไว้ได้หรือไม่”
ธันวาเดินเข้าไปใกล้รินรดา มือหนึ่งถือมีดสั้นจ่อที่ลำคอของเธอ แสงจากไฟฉายสาดส่องลงบนพื้นเผยให้เห็นวัตถุบางอย่างที่ซ่อนอยู่ใต้กองลังไม้เก่า ศิลาหัวใจหล่นวูบ นั่นคือระเบิดเวลาที่กำลังเดินถอยหลังด้วยตัวเลขสีแดงฉาน
“คุณมีสองทางเลือกศิลา” ธันวากล่าวอย่างใจเย็น “เลือกเอาว่า จะให้ผมปาดคอเธอตรงนี้ หรือจะยอมปล่อยให้ระเบิดทำงานแล้วจมหายไปกับความลับทั้งหมดที่คุณตามหามาทั้งชีวิต… เลือกมาสิครับ!”
ศิลาหยุดชะงัก สายตาของเขาสลับไปมาระหว่างใบหน้าของรินรดาที่เปื้อนคราบน้ำตา กับรีโมทในมือธันวา ในวินาทีที่ความอดทนมาถึงขีดสุด เขาสังเกตเห็นบางอย่างที่ผิดปกติ—เงาดำเคลื่อนไหวอยู่เหนือศีรษะของธันวาบนคานเหล็กเก่าๆ ใครบางคนไม่ได้อยู่ที่นี่แค่พวกเขาสองคน
รินรดาจ้องมองมาที่เขา ดวงตาของเธอไม่ได้เต็มไปด้วยความกลัวอีกต่อไป แต่มันคือการตัดสินใจบางอย่าง เธอใช้จังหวะที่ธันวากำลังหลงระเริงกับอำนาจ ขยับตัวไปข้างหน้าอย่างแรงจนธันวาเสียหลัก
ในเสี้ยววินาทีนั้น ศิลาตัดสินใจพุ่งตัวเข้าใส่เป้าหมาย ไม่ใช่ธันวา แต่เป็นสิ่งที่อยู่เบื้องหลังความมืดมิดที่เขาเพิ่งสังเกตเห็น!
ปัง! เสียงปืนดังสนั่นก้องท่าเรือร้าง แต่กระสุนไม่ได้เจาะเข้าที่ร่างกายของใครเลย เพราะในวินาทีนั้นเอง แสงไฟจากรถยนต์นับสิบคันสาดส่องเข้ามาพร้อมกันจนขาวโพลนไปหมด ร่างที่พุ่งลงมาจากคานเหล็กตกลงมาทับร่างธันวาจนจมกองดิน
ศิลายืนอึ้งเมื่อเห็นใบหน้าของผู้ที่กระโจนลงมาช่วยเขาไว้… ใบหน้าที่เขาไม่เคยคาดคิดว่าจะได้เห็นอีกหลังจากความตายได้พรากคนคนนี้ไปเมื่อสิบปีก่อน
"ขอโทษที่มาช้าไปหน่อยนะ น้องชาย"
เสียงนั้นเย็นเยียบและคุ้นเคยเสียจนศิลาแทบหยุดหายใจ ชายปริศนาที่สวมหน้ากากครึ่งใบหน้าค่อยๆ ลุกขึ้นยืน สายตาของเขามองไปที่ศิลาด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก ในขณะที่ความลับที่ถูกฝังกลบไว้กำลังจะถูกขุดขึ้นมาในอีกไม่กี่อึดใจนี้
ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางมากับความเข้มข้นนี้ด้วยกันนะครับ
หอกทมิฬเสียดนภา: ยุทธการล้างแค้นใต้แสงดวงดารา•ตอนที่ 18
เดิมพันชีวิต
ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หอกทมิฬเสียดนภา: ยุทธการล้างแค้นใต้แสงดวงดารา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!