หอกทมิฬเสียดนภา: ยุทธการล้างแค้นใต้แสงดวงดารา•ตอนที่ 17

รอยร้าวในอดีต

ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
“เหนี่ยวไกสิรินรดา ถ้าหากการสังหารคนตรงหน้าคือทางออกเดียวที่เธอเชื่อว่ามันจะชำระล้างความอยุติธรรมทั้งหมดได้” ศิลาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าแฝงด้วยกระแสแห่งความว่างเปล่า ปลายกระบอกปืนสั่นไหวเล็กน้อยในมือของหญิงสาวที่เขารู้จักดีที่สุด ดวงตาของรินรดาแดงก่ำ น้ำตาเอ่อคลอจนเกือบจะหยด แต่ทว่ามือของเธอกลับไม่ได้แสดงอาการลังเลแต่อย่างใด หากใครมองเข้ามาคงเห็นเพียงนักข่าวสาวผู้กราดเกรี้ยว แต่สำหรับเขา เขามองเห็นความหวาดกลัวที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความโกรธแค้นนั้น “นายไม่เข้าใจหรอกศิลา...” รินรดาเค้นเสียงลอดไรฟัน “นายไม่เคยรู้ว่าคนแบบธันวามันไม่ได้แค่สร้างรอยบาป แต่มันเหยียบย่ำซากปรักหักพังของชีวิตคนอื่นเพื่อสร้างปราสาทของมัน!” ศิลาไม่ถอยหนี เขากลับก้าวเท้าเข้าไปหาปากกระบอกปืนนั้นจนมันสัมผัสเข้ากับกระดุมเสื้อเชิ้ตของเขา แรงกดนั้นหนักหน่วงและเย็นเยียบ แต่มันไม่เท่ากับความหนาวเหน็บที่เกาะกุมหัวใจเมื่อเขานึกถึงชื่อที่เธอเพิ่งเอ่ยออกมา “ธันวาไม่ใช่ศัตรูของเธอคนเดียว” ศิลาแค่นยิ้มที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ไร้ซึ่งความอบอุ่น “เขาเป็นเงาที่ตามหลอกหลอนคนทั้งตระกูล... รวมไปถึงพ่อของฉันด้วย” บรรยากาศในห้องเงียบงันจนได้ยินเสียงลมหายใจที่ติดขัด รินรดาลดปืนลงเพียงเล็กน้อยด้วยความตกใจ “นายหมายความว่ายังไง พ่อของนายเป็นหุ้นส่วนของเขา เขาช่วยให้ธันวาสร้างเมืองนี้ขึ้นมาด้วยซ้ำ!” “นั่นคือสิ่งที่โลกเห็น” ศิลาคว้าข้อมือของเธอลงช้าๆ ไม่ใช่เพื่อแย่งปืน แต่เพื่อนำทางให้ปลายกระบอกนั้นเบนออกจากอกของเขา “โลกเห็นภาพพ่อของผมจับมือกับธันวาในงานการกุศล เห็นพวกเขากอดคอกันสร้างอาณาจักรที่ดูสวยหรู แต่ริน... เธอเคยสงสัยไหมว่าทำไมบริษัทของพ่อถึงล้มละลายในชั่วข้ามคืน? ทำไมทรัพย์สินทั้งหมดถึงไปตกอยู่ในมือของธันวาหลังจากงานศพของพ่อเพียงหนึ่งสัปดาห์?” ศิลาหมุนตัวเดินไปที่หน้าต่าง มองออกไปในเมืองที่เต็มไปด้วยแสงสีแห่งความลวงตา “พ่อของผมไม่ใช่หุ้นส่วน เขาคือ 'เหยื่อ' คนแรกที่ธันวาเลือกใช้เป็นฐานรากในการสร้างหอคอยแห่งบาป พ่อพยายามจะเปิดโปงกลโกงเรื่องการฟอกเงินผ่านองค์กรการกุศลที่ธันวาหนุนหลังอยู่ แต่น่าเสียดายที่ความซื่อสัตย์มักพ่ายแพ้ให้กับอำนาจที่ไร้ปรานี” รินรดาปล่อยปืนให้ร่วงลงพื้นเสียงดัง 'เคร้ง' ราวกับเสียงโซ่ตรวนที่หลุดออก “ธันวาบอกฉันว่าพ่อของนายเป็นหนี้เขา เขาบอกว่านายได้รับมรดกเป็นกองหนี้สินที่พ่อสร้างทิ้งไว้ นั่นคือเหตุผลที่เขาจ้างนายมาทำงานด้วย... เพื่อให้โอกาสนายชดใช้ความผิดของพ่อตัวเอง” ศิลาหัวเราะออกมา เป็นเสียงหัวเราะที่ฟังดูเหมือนการเสียดสีตนเองอย่างถึงที่สุด เขาหยิบซองจดหมายสีน้ำตาลที่ดูเก่าเก็บออกมาจากลิ้นชักลับใต้โต๊ะทำงาน ภายในนั้นมีบันทึกการโอนเงินและจดหมายที่เขียนด้วยลายมือของพ่อเขาเอง—ลายมือที่สั่นเครือและเต็มไปด้วยความหวาดกลัว “อ่านสิ ริน” เขาโยนจดหมายลงบนโต๊ะ “นั่นคือหลักฐานว่าธันวาไม่ได้แค่โกง พ่อของฉันถูกขู่ว่าจะฆ่าทุกคนในครอบครัวถ้าหากไม่ยอมโอนสิทธิขาดในโครงการทั้งหมดให้เขา พ่อไม่ได้ล้มละลาย พ่อถูกบังคับให้ตายเพื่อแลกกับลมหายใจของฉัน” รินรดาหยิบจดหมายขึ้นมาอ่าน ดวงตาของเธอเบิกกว้างเมื่อไล่สายตาไปตามตัวอักษร มือที่สั่นเทาทำให้กระดาษในมือยับยู่ยี่ ความจริงที่เธอเฝ้าตามหามาตลอดสามปี—ความจริงที่เธอคิดว่าเธอเป็นคนเดียวที่รู้—กลับกลายเป็นเพียงเศษเสี้ยวของโศกนาฏกรรมที่ใหญ่โตกว่านั้นมาก “แล้วทำไม...” รินรดาเงยหน้าขึ้น น้ำตาไหลอาบแก้ม “ทำไมที่ผ่านมานายถึงทำตัวเหมือนคนสนิทของธันวา ทำไมถึงยอมทำงานสกปรกให้เขา นายกำลังรออะไรอยู่ ศิลา?” ศิลาขยับเข้าไปใกล้เธอ ระยะห่างระหว่างทั้งสองลดน้อยลงจนรู้สึกได้ถึงไออุ่นที่แผ่ออกมาจากร่างกายของกันและกัน เขาหยิบจดหมายฉบับหนึ่งขึ้นมาแสดงให้เธอเห็น มันเป็นภาพถ่ายเก่าๆ ใบหนึ่ง—ภาพของชายสองคนที่กำลังยิ้มให้กล้องในวันจบการศึกษา หนึ่งในนั้นคือพ่อของเขา ส่วนอีกคน... คือชายหนุ่มที่มีแววตาอำมหิตไม่ต่างจากธันวาในวันนี้ “ผมไม่ได้ทำงานให้เขาเพื่อเงินริน” เขากระซิบ น้ำเสียงของเขาหนักแน่นราวกับคำสาบาน “ผมแทรกซึมเข้าไปในอาณาจักรของเขา เพื่อทำลายมันจากข้างใน ให้เขาได้ลิ้มรสความสูญเสียในแบบที่พ่อผมต้องเจอ ทุกรอยร้าวในอดีตที่เขาขีดเขียนลงบนชีวิตผม ผมจะใช้มันเป็นมีดทิ่มแทงหัวใจของเขาคืน” ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังบีบคั้นถึงขีดสุด เสียงฝีเท้าหนักๆ ก็ดังขึ้นจากหน้าประตูห้องทำงานของศิลา ไม่ใช่เสียงฝีเท้าของพนักงานรักษาความปลอดภัยทั่วไป แต่มันเป็นเสียงจังหวะการเดินที่คุ้นเคย—จังหวะที่เต็มไปด้วยความมั่นใจและอำนาจล้นพ้น เสียงเคาะประตูสามครั้งดังขึ้นอย่างเชื่องช้า ก่อนที่บานประตูจะเปิดออกโดยไม่ต้องรอคำอนุญาต ร่างของธันวาปรากฏขึ้นในชุดสูทสีเข้ม ใบหน้าของเขามีรอยยิ้มที่ดูเป็นมิตร แต่ดวงตาคู่นั้นกลับนิ่งสนิทราวกับน้ำแข็ง “คุยเรื่องความหลังกันสนุกไหมครับ ศิลา?” ธันวาก้าวเข้ามาในห้อง สายตาของเขาเหลือบมองไปที่ปืนที่ร่วงอยู่บนพื้น ก่อนจะหันกลับมามองศิลาด้วยความเอ็นดูที่น่าขนลุก “ผมเตือนคุณหลายครั้งแล้วนะว่าอย่าไปรื้อฟื้นสิ่งที่มันควรจะฝังไปกับหลุมศพ แต่ดูเหมือนคุณจะชอบขุดคุ้ยเสียเหลือเกิน” ศิลานิ่งงัน หัวใจของเขาเต้นรัวแต่ใบหน้ากลับเรียบเฉย ธันวาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเขา ห่างไปเพียงไม่กี่ก้าว ก่อนจะโน้มตัวลงกระซิบที่ข้างหู “คุณคิดว่าคุณเป็นคนเดียวที่รู้ความลับในอดีตเหรอครับ? ความจริงน่ะ... มันมีหลายชั้นกว่าที่คุณคิด และถ้าคุณรู้จัก 'แม่' ของคุณดีพอ คุณจะรู้ว่าใครกันแน่ที่เป็นคนถือมีดเล่มนั้น... ในวันที่พ่อของคุณต้องตาย” คำพูดนั้นราวกับสายฟ้าฟาด ศิลารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหมุนคว้าง เขาหันไปมองรินรดาที่ยืนอึ้งอยู่เบื้องหลัง ก่อนจะหันกลับมามองดวงตาที่เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมของธันวาที่กำลังจ้องมองเขาอย่างท้าทาย ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับรอยร้าวในอดีตครั้งนี้ครับ หวังว่าบทต่อไปจะทำให้ทุกท่านลุ้นจนวางไม่ลงนะครับ ราชันย์หอกทมิฬครับ
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หอกทมิฬเสียดนภา: ยุทธการล้างแค้นใต้แสงดวงดารา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%