หอกทมิฬเสียดนภา: ยุทธการล้างแค้นใต้แสงดวงดารา•ตอนที่ 32

การสูญเสียครั้งใหญ่

ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
"ถ้ามึงจะเปิดปากพูด ก็ทำซะตอนนี้ ก่อนที่ลมหายใจสุดท้ายของมึงจะหมดไปพร้อมกับความลับที่กูต้องการ" เสียงของศิลาแหบพร่า ทว่าแฝงไปด้วยแรงอาฆาตที่เย็นเยียบ ปลายกระบอกปืนในมือเขากดลึกลงบนแผลที่ไหล่ของชายชุดดำที่ถูกมัดอยู่กับเก้าอี้ไม้เก่าๆ ในโกดังร้าง กลิ่นน้ำมันเครื่องผสมกับกลิ่นคาวเลือดอบอวลอยู่ในอากาศจนน่าสะอิดสะเอียน ศิลาไม่ได้ต้องการคำสารภาพเพียงเพื่อความสะใจ แต่เขาต้องการ 'ชื่อ' ของคนบงการที่อยู่เบื้องหลังการตามล่ารินรดา "มึงคิดว่า... นายกูจะปล่อยมึงไปงั้นเหรอ ศิลา? คนอย่างธันวาไม่ได้มองมึงเป็นศัตรู แต่มองเป็นเพียงแค่เศษขยะที่เกะกะทางเดินของเขาเท่านั้น" ชายชุดดำหัวเราะร่า เลือดสีแดงฉานไหลทะลักออกมาจากมุมปาก เขาไม่มีความเกรงกลัวต่อความตายแม้แต่น้อย ศิลาขมวดคิ้วแน่น สัญชาตญาณบางอย่างเตือนให้เขาหยุด แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้เค้นคำตอบต่อ เสียงโทรศัพท์มือถือของรินรดาที่วางทิ้งไว้บนโต๊ะข้างๆ ก็แผดเสียงดังลั่นท่ามกลางความเงียบงัน มันเป็นเบอร์ของ 'ลุงสมภพ' คนสนิทผู้เปรียบเสมือนพ่อคนที่สองของรินรดา ศิลารับสายทันทีด้วยความร้อนใจ "ลุงสมภพครับ รินรดาอยู่กับผม ตอนนี้เรากำลัง—" "คุณศิลา... คุณรินรดา... ไม่ได้อยู่กับคุณใช่ไหมครับ" เสียงปลายสายสั่นเครือและขาดห้วง ลุงสมภพหอบหายใจรุนแรงราวกับกำลังวิ่งหนีอะไรบางอย่าง "พวกมันตามผมมา... ผมเจอหลักฐานที่ธันวาใช้ฟอกเงินในโกดังที่ท่าเรือเลขที่ 9 ผมกำลังจะเอาไปให้คุณ... แต่ผมว่า... ผมคงไปไม่ถึงแล้ว" "ลุงสมภพ ตั้งสติก่อน! ลุงอยู่ที่ไหน ผมจะไปเดี๋ยวนี้!" ศิลาตวาดเสียงกร้าว หัวใจของเขาสั่นไหวด้วยความสังหรณ์ใจที่เลวร้ายที่สุด "ฟังนะคุณศิลา... อย่าให้รินรดารู้เรื่องนี้... อย่าให้เธอเข้ามายุ่งกับ—" ตูม! เสียงระเบิดกัมปนาทดังสะท้อนก้องจนโกดังที่ศิลาอยู่ถึงกับสั่นสะเทือน แรงอัดมหาศาลทำให้หน้าจอโทรศัพท์ในมือเขาร่วงหล่นลงพื้น แสงไฟจากปลายสายที่สว่างวาบก่อนจะดับวูบไปทิ้งไว้เพียงความเงียบที่น่าขนลุก ศิลายืนนิ่งงัน ร่างกายชาวาบราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน ความทรงจำที่เขาพยายามฝังกลบเกี่ยวกับการสูญเสียคนในครอบครัวหวนกลับมาหลอกหลอนอีกครั้ง เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ไม่ทราบ ศิลาขับรถพุ่งตรงไปยังท่าเรือเลขที่ 9 ภาพเบื้องหน้าคือซากรถกระบะเก่าที่ถูกแรงระเบิดฉีกกระชากจนไม่เหลือเค้าเดิม เปลวไฟสีส้มแดงยังคงลุกโชนท่ามกลางสายฝนที่เริ่มโปรยปรายลงมา ร่างที่ไร้วิญญาณของลุงสมภพนอนอยู่ห่างออกไปไม่ไกล ร่างกายของเขาสภาพดูไม่ได้จนศิลาต้องเบือนหน้าหนี "ไม่... ไม่จริง..." เสียงกระซิบที่สั่นไหวมาจากด้านหลัง ศิลาหันไปมองเห็นรินรดายืนตัวแข็งทื่ออยู่ห่างออกไปไม่กี่ก้าว นัยน์ตาของเธอเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกที่แปรเปลี่ยนเป็นความโศกเศร้าอย่างสุดซึ้ง น้ำตาเม็ดโตไหลอาบแก้มโดยที่เธอไม่ได้ส่งเสียงร้องไห้ออกมาแม้แต่น้อย ความเงียบของเธอน่ากลัวกว่าการกรีดร้องใดๆ "ริน... ออกไปจากตรงนี้" ศิลาพยายามเดินเข้าไปหา แต่เธอถอยหนี "เขาเป็นครอบครัวคนเดียวที่ฉันเหลืออยู่ ศิลา..." เธอพูดด้วยเสียงที่แห้งผาก สายตาที่มองไปที่ร่างของลุงสมภพดูเลื่อนลอย "เขาไม่ใช่แค่คนขับรถ เขาเป็นคนที่ประคองฉันมาตลอดในวันที่ฉันไม่มีใคร แม้แต่พ่อแม่ของฉันก็ทิ้งฉันไป... แล้วธันวา... มันฆ่าทุกคนที่ฉันรัก!" ความโกรธแค้นปะทุขึ้นในแววตาของรินรดา มันไม่ใช่ความเศร้าโศกแบบเด็กสาวที่อ่อนแออีกต่อไป แต่มันคือความแค้นของนักข่าวสาวที่พร้อมจะทำลายล้างทุกอย่างเพื่อความยุติธรรม ศิลาเข้าใจความรู้สึกนั้นดี เขารู้ว่าสิ่งที่เขากำลังเผชิญอยู่ไม่ใช่แค่เกมธุรกิจ แต่มันคือสงครามที่แลกด้วยลมหายใจ ขณะที่ทั้งคู่กำลังยืนอยู่หน้าซากปรักหักพัง เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนกลุ่มหนึ่งดังขึ้นจากความมืด พร้อมกับแสงไฟฉายหลายดวงที่สาดส่องเข้ามาหาพวกเขา ชายในชุดสูทสีดำสนิทเดินนำหน้าออกมา พร้อมกับรอยยิ้มที่มุมปากซึ่งดูเป็นมิตร ทว่าแฝงด้วยความอำมหิตอย่างร้ายกาจ "เสียใจด้วยนะครับ รินรดา" ธันวากล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ราวกับกำลังแสดงความเสียใจในงานศพปกติ ทั้งที่ในมือของเขามีปืนเก็บเสียงถือไว้อย่างผ่อนคลาย "การสูญเสียเป็นเรื่องน่าเศร้าเสมอ แต่บางที... คนเราก็ควรจะรู้จักจังหวะเวลาที่จะหยุดโง่ได้แล้วนะ" ศิลาขยับตัวบังรินรดาไว้ทันที มือของเขาเอื้อมไปแตะอาวุธข้างกาย เตรียมพร้อมสำหรับการปะทะครั้งสุดท้าย แต่ธันวากลับหัวเราะเบาๆ ก่อนจะโยนแฟ้มเอกสารบางอย่างลงบนพื้นท่ามกลางกองขี้เถ้า "คิดว่าลุงสมภพของเธอตายเพราะอะไรล่ะ? เพราะความจงรักภักดี? หรือเพราะเธอที่ดึงเขาเข้ามาพัวพัน?" ธันวาเว้นจังหวะ สายตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของรินรดา "และถ้าฉันบอกว่า... คนที่กดปุ่มระเบิดนั่นจริงๆ แล้วไม่ใช่คนของฉัน แต่เป็น 'คนใกล้ตัว' ที่เธอเชื่อใจที่สุด... เธอจะยังกล้ายืนอยู่ข้างไอ้ศิลานี่อีกไหม?" คำพูดของธันวาทำให้หัวใจของรินรดากระตุกวูบ เธอหันมามองศิลาที่ยืนตัวแข็งทื่อ ศิลาไม่ได้ปฏิเสธ แต่เขากลับนิ่งเงียบอย่างน่าสงสัย... ในตอนนั้นเอง รินรดาก็สังเกตเห็นบางอย่างที่ร่วงหล่นออกมาจากกระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ตของศิลาขณะที่เขาขยับตัวหลบฝน มันคือรีโมทคอนโทรลขนาดเล็กที่มีไฟสีแดงกะพริบถี่ๆ... สัญญาณเดียวกับที่ใช้จุดระเบิดสังหาร! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามร่วมเดินทางไปกับผมในบทที่เข้มข้นที่สุดตอนนี้ครับ ราชันย์หอกทมิฬครับ
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หอกทมิฬเสียดนภา: ยุทธการล้างแค้นใต้แสงดวงดารา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%