“อย่าหันไป...”
เสียงของธันวาแผ่วเบา ทว่าเยือกเย็นดุจคมมีดที่กรีดลงบนความเงียบงันภายในห้องทำงานที่ปิดตาย เขายังคงนั่งอยู่หลังโต๊ะไม้โอ๊กตัวใหญ่ กลิ่นซิการ์ราคาแพงเจือจางในอากาศ ผสมกับกลิ่นอายความกดดันที่ศิลาสัมผัสได้ถึงกระดูกสันหลัง
ศิลาชะงักค้าง สายตาของเขาจดจ้องอยู่ที่กระจกเงาบานใหญ่หลังตัวธันวา ในนั้น... เงาสะท้อนของชายในชุดสูทสีเทาเข้มยืนอยู่หลังเขาเพียงไม่กี่คืบ ร่างนั้นไม่มีใบหน้า มีเพียงความว่างเปล่าที่บิดเบี้ยวคล้ายกลุ่มควันสีดำที่ก่อตัวเป็นรูปร่างมนุษย์ แต่น่าแปลกที่ธันวากลับทำราวกับไม่เห็นมัน หรือบางที... เขาอาจจะคุ้นเคยกับมันดีเสียจนเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต
“คุณพูดอะไรของคุณ” ศิลาแค่นยิ้ม มุมปากกระตุกเล็กน้อย พยายามรวบรวมสติที่กระจัดกระจาย “ในห้องนี้มีแค่เราสองคน ไม่ใช่หรือไง?”
ธันวาเงยหน้าขึ้น ดวงตาที่เคยฉายแววเมตตาในงานการกุศลบัดนี้ขุ่นมัวดุจน้ำในบึงลึก เขาค่อยๆ วางปากกาหมึกซึมลงบนกระดาษเอกสารที่ยังเซ็นไม่เสร็จ “ศิลา ความตายไม่ได้มาในรูปแบบของยมทูตถือเคียวเสมอไปหรอก บางครั้งมันก็มาในรูปแบบของ ‘ความผิดพลาด’ ที่เราเคยทิ้งไว้ข้างหลัง... และดูเหมือนว่า เงาที่ตามหลังคุณมาตั้งแต่วันนั้น มันเริ่มจะทนรอไม่ไหวแล้วนะ”
ศิลาไม่รอช้า เขาอาศัยจังหวะที่ธันวากำลังละความสนใจ ปรี่เข้าประชิดโต๊ะ มือคว้าคอเสื้อสูทของชายเบื้องหน้าอย่างแรงจนเก้าอี้ราคาแพงล้มหงายหลัง “อย่ามาเล่นลิ้น! บอกมาว่าเกิดอะไรขึ้นกับครอบครัวผมในคืนนั้น! ไอ้เงานั่นคืออะไร? และทำไมคุณถึงดูเหมือนรู้อะไรบางอย่างที่ผมไม่รู้!”
ธันวาไม่ได้ขัดขืน เขากลับหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความสมเพช “คุณอยากรู้ความจริงเหรอ? คุณพร้อมที่จะแตกสลายจนไม่เหลือชิ้นดีแล้วหรือไง? ถ้าคุณเปิดกล่องใบนี้แล้ว คุณจะไม่มีวันได้กลับไปเป็นศิลาคนเดิมอีกต่อไป”
ขณะที่ศิลากำลังจะกระชากคำตอบ รอยร้าวเล็กๆ บนกระจกเงาด้านหลังธันวาก็เริ่มขยายตัว เสียงแตกเปรี๊ยะดังขึ้นราวกับโครงสร้างของความเป็นจริงกำลังจะพังทลาย ศิลาเหลือบมองไปที่กระจกอีกครั้ง เงาสีดำนั่นไม่ได้อยู่นิ่งแล้ว มันยกมือขึ้น... มือที่ยาวผิดธรรมชาติกำลังเอื้อมมาแตะไหล่ของศิลา
ในวินาทีนั้นเอง เสียงโทรศัพท์มือถือของศิลาดังขัดจังหวะขึ้น เป็นสายจากรินรดา
ศิลาตัดสินใจปล่อยคอเสื้อธันวา เขาถอยหลังออกมาหนึ่งก้าว หายใจหอบถี่ ก่อนจะกดรับสาย
“ศิลา... ฟังฉันนะ” เสียงของรินรดาสั่นเครือ ปลายสายมีเสียงไซเรนและเสียงตะโกนวุ่นวาย “ฉันเจอหลักฐานแล้ว เอกสารชุดที่ถูกส่งเข้ากองบรรณาธิการเมื่อครู่นี้... มันไม่ใช่แค่การคอร์รัปชัน แต่มันคือรายชื่อของผู้ที่หายสาบสูญไปในโครงการใต้ดินของธันวา และหนึ่งในนั้น... มีชื่อพ่อแม่ของคุณอยู่ด้วย ศิลา นายต้องหนีไปจากตรงนั้น เดี๋ยวนี้!”
ศิลาตัวชาวาบ เขามองไปที่ธันวาที่บัดนี้ลุกขึ้นยืนจัดเสื้อผ้าอย่างใจเย็น ราวกับว่าเหตุการณ์นี้ถูกวางหมากไว้ล่วงหน้าแล้ว
“คุณสายไปก้าวหนึ่งเสมอศิลา” ธันวาพูดเรียบๆ เขาเดินไปที่บานหน้าต่างกระจกที่มองเห็นทัศนียภาพของเมืองที่กำลังตกอยู่ใต้แสงสนธยา “พายุไม่ได้กำลังจะมา... มันมาถึงตั้งนานแล้ว และตอนนี้ เราทุกคนต่างหากที่กำลังจะจมน้ำตายไปพร้อมกัน”
ทันใดนั้น ไฟภายในห้องทำงานก็ดับพรึบลง ความมืดมิดเข้าปกคลุมจนศิลาไม่สามารถมองเห็นแม้แต่ปลายนิ้วมือของตัวเอง สิ่งที่เขาได้ยินคือเสียงฝีเท้าหนักๆ ที่ก้าวเข้ามาใกล้จากมุมมืด... ไม่ใช่แค่คนเดียว แต่นับสิบ
ศิลาคว้าด้ามเหล็กที่พกติดตัวไว้แน่น หัวใจเต้นรัวเป็นจังหวะแห่งความเป็นความตาย แต่ก่อนที่เขาจะได้ลงมือทำอะไร แสงสว่างจ้าก็วาบขึ้นจากหน้าจอโทรศัพท์ที่ตกอยู่บนพื้น แสงนั้นเผยให้เห็นร่างของใครบางคนที่ยืนอยู่หน้าประตูห้องทำงานของธันวา...
บุคคลนั้นไม่ใช่รินรดา และไม่ใช่ลูกน้องของธันวา แต่เป็นชายที่เขาสาบานว่าเห็นตายไปต่อหน้าต่อตาในเหตุการณ์เมื่อสิบปีก่อน
ชายคนนั้นค่อยๆ เงยหน้าขึ้น เผยให้เห็นรอยแผลเป็นที่พาดผ่านดวงตาซ้าย พร้อมกับรอยยิ้มที่เหมือนกับศิลาไม่มีผิดเพี้ยน "ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ... น้องชาย"
หวังว่าทุกท่านจะดื่มด่ำกับบทนี้และพร้อมสำหรับบทสรุปที่กำลังจะมาถึงนะครับ
ราชันย์หอกทมิฬ
หอกทมิฬเสียดนภา: ยุทธการล้างแค้นใต้แสงดวงดารา•ตอนที่ 37
พายุที่กำลังมา
ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หอกทมิฬเสียดนภา: ยุทธการล้างแค้นใต้แสงดวงดารา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!