หอกทมิฬเสียดนภา: ยุทธการล้างแค้นใต้แสงดวงดารา•ตอนที่ 35

คำสารภาพของศิลา

ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
“ถ้านั่นคือคนตาย... ก็แปลว่าสิบปีที่ผ่านมา ผมกำลังตามหาผีตัวหนึ่งอยู่ใช่ไหมครับ” เสียงของศิลาแหบพร่าคล้ายเศษแก้วที่บาดลึกอยู่ในลำคอ เขาไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองบุคคลที่ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า ดวงตาที่เคยเยือกเย็นดั่งมหาสมุทรกลับไหวระริกจนแทบจะควบคุมไม่อยู่ มือหนากำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ผิวหนังที่เคยสัมผัสกับความตายมานับครั้งไม่ถ้วนกำลังสั่นเทาอย่างรุนแรง รินรดายืนตัวแข็งทื่ออยู่ข้างๆ เธอสัมผัสได้ถึงไอเย็นที่แผ่ออกมาจากชายวัยกลางคนที่เพิ่งก้าวเข้ามา—ชายผู้มีใบหน้าเหมือนกับคนที่ถูกระบุในรายงานคดีเพลิงไหม้ว่าเสียชีวิตไปตั้งแต่วันนั้น รอยยิ้มบางๆ ที่มุมปากของชายคนนั้นไม่ได้ดูเป็นมิตร หากแต่มันแฝงไปด้วยความสมเพชและคำถามที่ไม่มีวันได้รับคำตอบ “คนเราไม่จำเป็นต้องตายจริงๆ ถึงจะหายไปจากโลกของคนเป็นหรอกนะ ศิลา” ชายผู้นั้นกล่าว น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจทำเอาอากาศในห้องดูหนักอึ้งขึ้นมาถนัดตา “คุณ... พ่อเหรอครับ?” ศิลาเค้นเสียงออกมาแทบไม่ออก ชายคนนั้นไม่ตอบ เขาเพียงแค่เดินผ่านร่างของศิลาไปอย่างเชื่องช้า ราวกับจงใจทิ้งร่องรอยของบาดแผลในอดีตให้เปิดออกกว้างขึ้น รินรดาขยับตัวเข้าใกล้ศิลา เธอคว้าข้อมือเขาไว้แน่น ความอบอุ่นจากฝ่ามือของเธอเป็นเพียงสิ่งเดียวที่ยึดเหนี่ยวไม่ให้ศิลาพังทลายลงไปมากกว่านี้ “ศิลา คุณต้องใจเย็นๆ ก่อน นี่อาจจะเป็นกลลวงของธันวาก็ได้” รินรดากระซิบข้างหู เธอรู้ดีว่าคำพูดของเธอฟังดูไร้น้ำหนักเมื่อเทียบกับภาพที่เห็นตรงหน้า ศิลากัดฟันแน่น ลุกขึ้นยืนช้าๆ ร่างกายของเขาสูงใหญ่พอจะบดบังแสงไฟสลัวๆ ในห้องได้เกือบมิด เขาหันไปเผชิญหน้ากับ ‘พ่อ’ ของตนเองอีกครั้ง แววตาของเขากลับมาเรียบเฉยอย่างรวดเร็ว—กลไกป้องกันตัวของนักฆ่าที่ผ่านความเป็นความตายมานับไม่ถ้วน “สิบปีที่ปล่อยให้ผมจมอยู่กับกองเพลิงในจินตนาการ สิบปีที่ผมต้องฆ่าคนเพื่อหาคำตอบว่าใครเป็นคนสั่งจุดไฟ... คุณหายไปไหนมาครับ?” ศิลาถาม เสียงของเขาเรียบสนิทจนน่ากลัว “หรือว่าคนที่ฆ่าแม่ในวันนั้น... ก็คือคุณที่นั่งดูอยู่จากเงามืด?” ชายคนนั้นหยุดเดิน เขาหันกลับมา แววตาที่ว่างเปล่าราวกับหลุมศพสะท้อนภาพศิลาที่กำลังถือปืนกระบอกเล็กอยู่ในมืออย่างแนบเนียน รินรดากลั้นหายใจ เธอสัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่พร้อมจะระเบิดออกได้ทุกเมื่อ “คำสารภาพเหรอ?” ชายคนนั้นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ “ในโลกที่ความจริงถูกบิดเบือนด้วยเงินตราและอำนาจศิลา คำสารภาพของผมไม่มีค่าพอจะแลกกับชีวิตของลูกหรอกนะ... แต่ถ้าอยากรู้นักว่าทำไมบ้านหลังนั้นถึงต้องเหลือแค่เถ้าถ่าน...” เขาขยับตัวเข้ามาใกล้ศิลาจนปลายจมูกแทบจะชนกัน กลิ่นบุหรี่จางๆ และกลิ่นอายของความเก่าคร่ำฉุนกึกเข้าจมูกของศิลา “...ก็เพราะคนในบ้านหลังนั้น ไม่ใช่ครอบครัวที่แกควรจะมีตั้งแต่แรกยังไงล่ะ” คำพูดนั้นราวกับค้อนปอนด์ที่ทุบลงกลางหน้าผากของศิลา โลกทั้งใบที่เขาสร้างขึ้นมาตลอดสิบปีเพื่อเป็นแรงผลักดันในการมีชีวิตอยู่ กำลังแตกร้าวไม่มีชิ้นดี รินรดาแทบจะก้าวถอยหลังด้วยความตกใจ ข้อมูลนี้มันเกินกว่าที่นักข่าวอย่างเธอจะจินตนาการถึง “คุณหมายความว่ายังไง!” ศิลาตะคอก มือที่ถือปืนสั่นเทามากกว่าเดิม “ธันวาไม่ได้เป็นแค่ศัตรูของแก แต่มันคือคนที่รักษา 'ความลับ' ที่แกไม่มีวันรับได้” ชายคนนั้นกระซิบ ก่อนจะเบนสายตาไปที่รินรดา “และหนูรินรดา... เธอเองก็น่าจะรู้ดีที่สุด ว่าทำไมพ่อของเธอถึงต้องหายตัวไปในคดีเดียวกันกับที่พรากครอบครัวของศิลาไป” รินรดาสะดุ้งสุดตัว หัวใจของเธอเต้นระรัวจนเจ็บหน้าอก ความลับที่เธอพยายามขุดคุ้ยตลอดมา เริ่มเผยเขี้ยวเล็บที่แหลมคมออกมา ศิลาชะงัก สายตาที่เคยจ้องมองศัตรูเบนไปมองรินรดาด้วยความสับสน ความเชื่อใจที่เขามีต่อเธอมาตลอดเริ่มถูกสั่นคลอนด้วยคำพูดเพียงไม่กี่ประโยคจากคนที่เขาคิดว่าตายไปแล้ว ศิลารู้สึกราวกับว่าเขากำลังถูกต้อนเข้าสู่กับดักที่มองไม่เห็น เป็นกับดักที่ถูกวางไว้นานเกินกว่าที่เขาจะจำความได้ ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนจำนวนมากก็ดังขึ้นที่หน้าประตูห้อง เสียงโลหะกระทบกันเป็นจังหวะบ่งบอกว่ามีคนล้อมสถานที่แห่งนี้ไว้หมดแล้ว ชายคนนั้นยิ้มกว้าง ก่อนจะถอยหลังกลับเข้าสู่เงามืดของมุมห้องที่มืดสนิท “ถึงเวลาที่แกต้องเลือกระหว่าง 'ความจริง' ที่เน่าเฟะ กับ 'ความลวง' ที่สวยงามแล้วล่ะ ศิลา” ศิลามองประตูห้องที่ถูกกระแทกจนพังทลายลงมา ในความวุ่นวายนั้นเขามองไม่เห็นทางออก มีเพียงรินรดาที่ยืนอยู่เคียงข้าง และชายคนนั้นที่กำลังหายลับไปในเงามืด แต่ก่อนที่ชายคนนั้นจะลับตาไป เขาได้ทิ้งบางอย่างไว้บนพื้น มันเป็นล็อกเก็ตสีเงินเก่าๆ ที่ศิลาจำได้แม่นว่าแม่ของเขาใส่ไว้ก่อนตาย... แต่ภายในล็อกเก็ตนั้น เมื่อศิลาหยิบขึ้นมาเปิดดู มือของเขาก็เย็นเฉียบจนถึงกระดูก ในนั้นไม่มีรูปของพ่อหรือแม่... แต่เป็นรูปถ่ายของเขากับธันวาที่ยืนกอดคอกันอยู่ ในสถานที่ที่เขาไม่เคยรู้จักมาก่อน พร้อมข้อความสั้นๆ เขียนไว้ด้านหลังว่า... 'ยินดีด้วย... แกคือผลงานชิ้นเอกที่ธันวาภาคภูมิใจที่สุด' ขอบคุณที่เดินทางมาด้วยกันจนถึงบรรทัดนี้ครับ ราชันย์หอกทมิฬหวังว่าทุกท่านจะยังคงรอดูจุดจบของปริศนานี้ไปพร้อมกันนะครับ
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หอกทมิฬเสียดนภา: ยุทธการล้างแค้นใต้แสงดวงดารา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%