"ถ้าคุณก้าวเข้าไปในห้องนั้น ศิลา... ชีวิตของคุณจะไม่มีวันกลับไปเป็นเหมือนเดิม"
รินรดาเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในรถเก๋งคันเก่าที่จอดสนิทอยู่มุมมืดของลานจอดรถสถานีตำรวจภูธรเมือง เธอมองจ้องเข้าไปในดวงตาของชายหนุ่มข้างกาย—ดวงตาที่เคยฉายแววเยือกเย็นดุจน้ำแข็งกำลังสั่นไหวอย่างยากจะปิดบัง
ศิลาไม่ได้ตอบในทันที เขาทำเพียงแค่กระชับเสื้อโค้ทตัวหนาเข้าหาตัวราวกับต้องการเกราะกำบังจากอากาศที่หนาวเหน็บข้างนอก ทั้งที่ข้างในรถนี้อุณหภูมิค่อนข้างอบอุ่น เขาสัมผัสได้ถึงน้ำหนักของแฟ้มเอกสารลับที่ซ่อนอยู่ในกระเป๋าคาดเอว มันคือหลักฐานชิ้นเดียวที่จะกระชากหน้ากากของ 'ธันวา' ออกมาสู่แสงสว่าง แต่ราคาที่ต้องจ่าย คือการเดินเข้าไปหา 'ร้อยตำรวจเอกวิชัย' ชายผู้ที่เขารู้ดีว่ารับเงินใต้โต๊ะจากผู้มีอิทธิพลมานับครั้งไม่ถ้วน
"ผมรู้ริน... แต่ถ้าไม่ทำตอนนี้ เราก็ไม่มีทางเลือกอื่น" ศิลาตอบด้วยน้ำเสียงแหบพร่า "ธันวาเริ่มขยับแล้ว ข้อมูลในมือผมจะหมดค่าทันทีถ้าเขารู้ตัวก่อน"
"แต่การไปหาคนของธันวาด้วยตัวเอง มันไม่ต่างอะไรกับการเดินเข้ากรงเสือครับ" รินรดาย้ำอีกครั้ง มือของเธอสั่นเล็กน้อยขณะคว้าแขนเขาไว้ "เราน่าจะรอให้ถึงพรุ่งนี้ รอให้สายข่าวของฉันยืนยันจุดนัดพบที่ปลอดภัยกว่านี้"
ศิลาหันมามองเธอ รอยยิ้มบางเบาที่ไร้ซึ่งความสุขปรากฏบนใบหน้า "ความปลอดภัยสำหรับพวกเราในเมืองนี้เป็นแค่มายาคติครับริน ต่อให้เรามีที่หลบซ่อนที่ดีที่สุด แต่ถ้าคนข้างในทรยศ... ที่ไหนก็ไม่ต่างจากหลุมศพหรอก"
เขาตัดสินใจเปิดประตูรถ เสียงกลไกโลหะกระทบกันดังก้องท่ามกลางความเงียบสงัดราวกับเสียงลั่นไกปืน ศิลาก้าวลงจากรถ ความชื้นของหยดน้ำค้างบนพื้นถนนซึมผ่านรองเท้าหนังของเขา กลิ่นอายของความเน่าเฟะที่อบอวลอยู่ในสถานีตำรวจแห่งนี้มันรุนแรงจนน่าสะอิดสะเอียน
เมื่อเดินผ่านโถงทางเดิน ศิลาสังเกตเห็นสายตาของเจ้าหน้าที่หลายคนจับจ้องมาที่เขา มันไม่ใช่สายตาของความเคารพหรือหน้าที่ แต่มันคือสายตาของสุนัขเฝ้าบ้านที่พร้อมจะเห่าหอนเตือนเจ้านายเมื่อมีผู้บุกรุก
หน้าห้องทำงานของร้อยตำรวจเอกวิชัย ประตูไม้บานเก่าปิดสนิท ศิลาหยุดยืนอยู่ครู่หนึ่ง สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นความโกรธแค้นที่ปะทุอยู่ในอก เหตุการณ์ในวันที่ครอบครัวของเขาถูกพรากไป... ภาพรถยนต์ที่พลิกคว่ำและใบหน้าของคนในเครื่องแบบที่ยืนมองดูด้วยรอยยิ้มเหยียดหยามในวันนั้นยังคงตามหลอกหลอน เขาไม่ได้มาที่นี่เพื่อขอความช่วยเหลือ แต่เขามาเพื่อ 'เดิมพัน' กับปีศาจด้วยกันเอง
*ก๊อก ก๊อก*
"เข้ามา" เสียงตะคอกกลับมาจากด้านในดูเหนื่อยล้าและเต็มไปด้วยความรำคาญ
ศิลาผลักประตูเข้าไป กลิ่นบุหรี่ราคาถูกผสมกับกลิ่นเหล้าจางๆ โชยเข้าปะทะจมูก วิชัยนั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานที่เต็มไปด้วยเอกสารกองโต เขานั่งพิงพนักเก้าอี้ ดวงตาที่บวมช้ำจากการอดนอนมองมาที่ผู้มาเยือนอย่างพินิจ
"ศิลา... นายมาทำอะไรที่นี่ในเวลาแบบนี้" วิชัยถามพร้อมกับหรี่ตาลง มือขวาเลื่อนไปวางใกล้ๆ กับซองปืนที่วางอยู่บนโต๊ะ "ถ้าจะมาแจ้งความเรื่องหมาหายหรือรถโดนขูดสีล่ะก็ เชิญที่เคาน์เตอร์ข้างนอกนั่น"
ศิลาเดินเข้าไปช้าๆ เขาไม่สนใจเก้าอี้ที่วางอยู่ตรงข้าม แต่เลือกที่จะวางแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะของวิชัย เสียงกระดาษที่กระทบพื้นโต๊ะดังชัดเจน "ผมไม่ได้มาแจ้งความครับ ผมมาเสนอข้อตกลง"
วิชัยเลิกคิ้วขึ้น ก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ "ข้อตกลง? แกเนี่ยนะ? คนอย่างแกมีอะไรจะมาแลกเปลี่ยนกับฉัน"
ศิลาโน้มตัวลงไปข้างหน้า สายตาของเขาทรงพลังจนวิชัยต้องขยับตัวถอยหลังไปชั่วขณะ "ผมรู้ว่าธันวาจ่ายให้คุณเท่าไหร่ต่อเดือน และผมก็รู้ด้วยว่าบัญชีลับที่เขาใช้ฟอกเงินอยู่ที่ไหน... ถ้าคุณส่งตัวเขาให้ผม ก่อนที่เรื่องนี้จะถึงมือหน่วยปราบปรามการทุจริต ข้อมูลชุดนี้จะถูกทำลายทิ้งทันที"
วิชัยชะงักไปครู่หนึ่ง รอยยิ้มเย้ยหยันเลือนหายไป กลายเป็นความฉงนปนหวาดระแวง เขาเอื้อมมือไปหยิบแฟ้มเอกสารนั้นอย่างช้าๆ นิ้วโป้งกรีดเปิดดูทีละหน้า ความเงียบในห้องเริ่มหนักอึ้งขึ้นเรื่อยๆ ราวกับอากาศกำลังถูกสูบออกไป
"นายรู้ไหมว่าถ้าเรื่องนี้รั่วออกไป ชีวิตนายจะจบสิ้นแค่ไหน" วิชัยถามด้วยน้ำเสียงที่ลดระดับลงจนแทบจะเป็นเสียงกระซิบ
"ชีวิตผมจบไปตั้งแต่วันที่ครอบครัวผมตายแล้วครับสารวัตร" ศิลาตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่แฝงความเย็นเยียบ "ตอนนี้ผมแค่ต้องการเห็นคนที่ทำลายชีวิตคนอื่นได้รับผลกรรมบ้าง... แม้จะต้องใช้มือของคนอย่างคุณเป็นเครื่องมือก็ตาม"
วิชัยวางแฟ้มลง เขาจ้องมองศิลาอยู่นาน ราวกับกำลังประเมินว่าชายตรงหน้าเป็นคนบ้าหรืออัจฉริยะที่สิ้นหวังกันแน่ ก่อนที่เขาจะค่อยๆ หยิบปืนลูกโม่ขึ้นมาจากซอง วางมันลงบนโต๊ะต่อหน้าศิลา
"ฉันไม่ได้รับปากว่าจะช่วยนายนะ" วิชัยกล่าวพร้อมกับหยิบไฟแช็กขึ้นมาจุดบุหรี่อีกมวน "แต่ถ้าข้อมูลในนี้เป็นจริง... คืนนี้คงมีคนตายเพิ่มอีกหนึ่งคน"
ทันใดนั้น เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงของศิลาก็ดังขึ้น เป็นสายเรียกเข้าจากรินรดา เขาหยิบขึ้นมารับด้วยความรู้สึกสังหรณ์ใจบางอย่าง
"ศิลา! ออกมาเดี๋ยวนี้! มีรถสีดำสองคันเพิ่งขับเข้ามาปิดทางออกลานจอดรถ... พวกมันรู้แล้วว่าคุณอยู่ที่นี่!"
ศิลาหน้าถอดสี ทันทีที่เขาวางสาย เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนหลายคนก็ดังกระหึ่มขึ้นจากโถงทางเดินข้างนอก พร้อมกับเสียงประตูห้องทำงานของวิชัยที่ถูกถีบออกอย่างแรงจนบานพับกระเด็น
"ขอโทษนะไอ้หนุ่ม" วิชัยพึมพำขณะคีบบุหรี่ แล้วขยับปืนในมือไปทางศิลา "ดูเหมือนคนจ่ายเงินให้ฉัน จะใจร้อนกว่าที่นายคิดไว้เยอะ"
ประตูที่ถูกถีบออกเผยให้เห็นร่างของชายฉกรรจ์ชุดดำสามคน โดยมีธันวายืนกอดอกมองเข้ามาจากด้านหลังด้วยรอยยิ้มที่เคลือบไปด้วยความอำมหิตอย่างที่สุด
"งานเลี้ยงจบแล้วศิลา" ธันวากล่าวพลางก้าวเข้ามาในห้อง "และคืนนี้... นายจะเป็นแขกคนสุดท้ายที่ได้เห็นความลับทั้งหมดของเมืองนี้"
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับผมในบทที่เข้มข้นที่สุดนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ - ราชันย์หอกทมิฬ
หอกทมิฬเสียดนภา: ยุทธการล้างแค้นใต้แสงดวงดารา•ตอนที่ 12
ทางเลือกสุดท้าย
ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หอกทมิฬเสียดนภา: ยุทธการล้างแค้นใต้แสงดวงดารา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!