หอกทมิฬเสียดนภา: ยุทธการล้างแค้นใต้แสงดวงดารา•ตอนที่ 11

หลักฐานที่หายไป

ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
“กลิ่นไหม้มันแรงเกินไป ศิลา... นายได้กลิ่นนั่นไหม?” รินรดากระซิบ น้ำเสียงของเธอสั่นพร่าขณะที่มือเรียวสั่นเทาขยำกระดาษโน้ตแผ่นจิ๋วที่เพิ่งดึงออกมาจากช่องลับในแฟลชไดรฟ์ราคาแพง กลิ่นเหม็นไหม้ของพลาสติกและสารเคมีอบอวลอยู่ในห้องทำงานแคบๆ ของอพาร์ตเมนต์ศิลา บรรยากาศรอบตัวดูเหมือนจะถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความอึดอัดที่บีบคั้นหัวใจ ศิลาไม่ตอบ เขานิ่งสนิทเหมือนรูปปั้นสลักจากหิน แววตาคมกริบจ้องมองอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในมือที่ตอนนี้กลายเป็นเพียงเศษซากไร้ค่า ไฟสถานะที่เคยกระพริบเป็นสีน้ำเงินบ่งบอกว่าการโอนถ่ายข้อมูลเสร็จสมบูรณ์ กลับกลายเป็นสีแดงจัดก่อนจะดับวูบลงพร้อมกับเสียง ‘เปรี๊ยะ’ เบาๆ ของวงจรภายในที่ถูกทำลายด้วยระบบรักษาความปลอดภัยระยะไกล “ธันวาไม่ได้แค่ฉลาด แต่มันกำลังเล่นตลกกับเรา” ศิลาเอ่ยเสียงเรียบ หากทว่าลุ่มลึกและแฝงไปด้วยแรงอาฆาตที่พยายามสะกดไว้ เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เงาของเขาบดบังแสงไฟนีออนสลัวจนรินรดาดูตัวเล็กลงถนัดตา “นายหมายความว่าไง? ข้อมูลพวกนี้คือบันทึกการโอนเงินเข้าบัญชีลับทั้งหมดที่เราพยายามขุดคุ้ยมาตลอดสามเดือน ถ้ามันหายไป… เราก็เท่ากับไม่มีอะไรเลยนะศิลา!” รินรดาถามพลางขยับตัวเข้ามาใกล้ ความกลัวในแววตาของเธอเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความโกรธแค้น ศิลาหมุนตัวกลับมามองเธอ ดวงตาของเขาฉายแววแตกสลายเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะกลับมาเยือกเย็นดังเดิม “ริน... ธันวาไม่ได้ทำลายหลักฐานเพราะมันกลัวเราจะเปิดโปง แต่มันทำลายเพราะมันรู้ว่าเรากำลังดูอยู่ มันต้องการให้เราเห็นว่าต่อให้เราพยายามแค่ไหน เราก็เป็นได้แค่หนูที่วิ่งอยู่ในกรงของมันเท่านั้น” เขาก้าวเท้าเดินไปที่หน้าต่างที่เปิดแง้มไว้เพียงเล็กน้อย จ้องมองลงไปยังถนนเบื้องล่าง รถยนต์สีดำคันเดิมที่จอดนิ่งสนิทอยู่ตรงหัวมุมถนนยังคงอยู่ที่เดิม ราวกับเป็นผู้เฝ้ามองที่ไร้ความปรานี “เราต้องมีแผนสำรอง” รินรดาพยายามตั้งสติ “ฉันมีเบาะแสจากแหล่งข่าวอีกคน เขาบอกว่าธันวาเก็บสำเนาเอกสารชุดนี้ไว้ในตู้เซฟที่เซฟเฮาส์ริมน้ำ แต่ถ้าเราบุกเข้าไปตอนนี้ มันคือการฆ่าตัวตายชัดๆ” ศิลาหันกลับมา แสงไฟสะท้อนแววตาที่อ่านไม่ออก “ไม่มีคำว่าฆ่าตัวตายหรอกริน ถ้าสิ่งที่เราสูญเสียไปมันคุ้มค่ากับความจริงที่ผมตามหามาทั้งชีวิต” เขาขยับมือหยิบมีดพกขนาดเล็กออกมาจากใต้โต๊ะ มันคือสิ่งเดียวที่หลงเหลือจากเหตุการณ์ไฟไหม้ที่พรากครอบครัวของเขาไป ศิลาไม่ได้ใช้มันเพื่อป้องกันตัว แต่มันคือเครื่องเตือนใจถึงความเจ็บปวดที่เขาต้องชำระคืน “ถ้าธันวาชอบเล่นเกมทำลายหลักฐาน เราก็จะเล่นเกมตามหามันให้ถึงที่สุด” ศิลาพูดพลางจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของรินรดา “ริน... ถ้าคืนนี้ผมไม่ได้กลับมา อย่าตามหาผม จงเอาชื่อคนในรายชื่อที่คุณเคยจดไว้ส่งต่อให้สำนักข่าวต่างประเทศทันที อย่าให้ความตายของผมกลายเป็นเรื่องสูญเปล่า” “นายพูดอะไรน่ะ! เราจะไปด้วยกันสิ!” รินรดาคว้าแขนเขาไว้แน่น แรงบีบของเธอทำให้ศิลารู้สึกถึงความห่วงใยที่เขาไม่คู่ควรจะได้รับ “ฟังนะริน...” เขาจับไหล่เธอเบาๆ สัมผัสที่นุ่มนวลที่สุดเท่าที่ชายผู้หัวใจแตกสลายอย่างเขาจะทำได้ “ถ้าผมพลาด นั่นหมายความว่าทางเดินนี้ไม่มีที่สำหรับเราสองคนอีกต่อไป” ขณะที่บรรยากาศในห้องกำลังตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างใจเย็น... ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก... จังหวะที่หนักแน่นและเชื่องช้า จนทำให้คนทั้งสองต้องหยุดกึก ศิลาปล่อยมือจากรินรดาแล้วดึงมีดพกกระชับไว้ในมือแน่น ประตูห้องที่ล็อคไว้กลับค่อยๆ แง้มเปิดออกอย่างช้าๆ โดยไม่มีเสียงกลอนประตูแม้แต่น้อย พร้อมกับร่างสูงใหญ่ของชายในชุดสูทสีเข้มที่ก้าวเข้ามา กลิ่นน้ำหอมราคาแพงและบุหรี่นอกลอยมากระทบจมูกทันทีที่เขาปรากฏตัว “เสียใจด้วยนะศิลา...” เสียงทุ้มนุ่มนวลอันเป็นเอกลักษณ์ของคนที่พวกเขาเพิ่งสนทนากันถึงดังขึ้น พร้อมกับเจ้าของเสียงที่ยิ้มให้ด้วยความเอ็นดูเหมือนพี่ชายมองน้องชายที่ทำผิดพลาด “ของที่เธอขโมยไปน่ะ... ฉันไม่ได้เป็นคนทำลายหรอกนะ” ธันวาหยุดยืนห่างออกไปเพียงไม่กี่ก้าว ในมือของเขาถือซองเอกสารสีน้ำตาลที่ดูคุ้นตาเป็นอย่างดี “แต่ดูเหมือนว่าคนของฉันจะแอบเปลี่ยนไฟล์ในนั้นให้กลายเป็นไวรัสขยะ ก่อนที่พวกเธอจะดึงมันออกมาเสียอีก และตอนนี้... พวกเขาก็แจ้งตำรวจไปแล้วว่ามีคนร้ายบุกรุกสำนักงานใหญ่ของฉัน” ศิลาขบกรามแน่นจนได้ยินเสียงฟันกระทบกัน ในขณะที่รินรดาหน้าถอดสีเมื่อได้ยินเสียงไซเรนรถตำรวจดังไกลๆ แว่วเข้ามาในความเงียบยามค่ำคืน ธันวาก้าวเข้ามาใกล้กว่าเดิมอีกหนึ่งก้าว ดวงตาที่เคยอ่อนโยนบัดนี้กลับกลายเป็นแววตาของนักล่าที่ไร้ความปรานี “ยินดีต้อนรับสู่ตอนจบของเกมนี้... ศิลา” หวอรถตำรวจดังใกล้เข้ามาถึงหน้าอพาร์ตเมนต์ พร้อมกับการปรากฏตัวของเจ้าหน้าที่ชุดดำที่พุ่งตัวเข้ามาปิดล้อมทางออกทุกทาง ศิลามองไปที่หน้าต่างแล้วมองกลับไปที่ธันวา ก่อนจะตัดสินใจทำบางอย่างที่ไม่มีใครคาดคิด เขาขว้างแฟลชไดรฟ์ที่ว่างเปล่าไปที่ธันวา แล้วกระโดดพุ่งเข้าใส่ประตูหลังห้องเพื่อหนีออกไปทางบันไดหนีไฟ ทิ้งให้รินรดาเผชิญหน้ากับความตายที่อยู่ตรงหน้าเพียงลำพัง ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับผมในบทที่เข้มข้นที่สุดนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ - ราชันย์หอกทมิฬ
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หอกทมิฬเสียดนภา: ยุทธการล้างแค้นใต้แสงดวงดารา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%