"อย่ามองย้อนกลับไป ศิลา!"
เสียงของรินรดาดังฝ่าความเงียบงันที่แสนอึดอัด เธอหอบหายใจรุนแรงจนไหล่ไหวสั่น มือที่กุมแผลฉกรรจ์บริเวณสีข้างของชายหนุ่มสั่นระริก กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปกับกลิ่นดินชื้นหลังฝนตกในป่าดิบชื้นแห่งนี้ นี่ไม่ใช่เวลาสำหรับการไว้อาลัยให้กับความสูญเสีย หรือการตั้งคำถามถึงความยุติธรรมที่พวกเขาเพิ่งจะค้นพบ
ศิลาไม่ได้ตอบกลับ เขาเพียงแต่ขบกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นนูนชัด สายตาคมกริบดุจหอกทมิฬจดจ้องไปยังความมืดมิดเบื้องหน้าผ่านช่องว่างของแมกไม้ เสียงฝีเท้าหนักๆ ของกลุ่มชายฉกรรจ์ที่ธันวาส่งมาไล่ล่าเริ่มดังใกล้เข้ามาทุกขณะ มันไม่ใช่เสียงของสัตว์ร้าย แต่เป็นเสียงของ 'มนุษย์' ที่ไร้หัวใจและถูกขับเคลื่อนด้วยเงินตรา
"ถ้าผมหยุดตอนนี้ ทุกอย่างที่เธอรวบรวมมาจะสูญเปล่า" ศิลาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเย็น ทว่าสั่นเครือเล็กน้อยจากความเจ็บปวด "ริน... ปล่อยมือเถอะ ผมจะนำทางไปเอง"
"ไม่! ฉันจะไม่ปล่อยให้เธอเผชิญหน้ากับพวกมันเพียงลำพัง" รินรดากัดฟันตอบ แววตามุ่งมั่นของนักข่าวสาวคนนี้ไม่มีความหวั่นเกรงต่อมรณะที่คืบคลานเข้ามา เธอรู้อยู่เต็มอกว่าธันวาไม่ใช่แค่คนธุรกิจทั่วไป แต่เป็นปีศาจที่ซ่อนอยู่ในคราบของนักบุญ ซึ่งพร้อมจะฉีกกระชากชีวิตใครก็ตามที่กล้าล่วงรู้ความลับของมัน
ทั้งสองก้าวเท้าอย่างเงียบเชียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ ท่ามกลางความมืดมิดที่มีเพียงแสงจันทร์เสี้ยวส่องลอดผ่านยอดไม้ลงมาเป็นริ้วๆ ศิลากระชับปืนพกในมือแน่น ในใจของเขากำลังนึกถึงภาพครอบครัวที่จากไป ความทรงจำที่เป็นดั่งบาดแผลฉกรรจ์ในจิตใจย้อนกลับมาเตือนใจว่า หากเขาล้มลงตรงนี้ ความแค้นที่สั่งสมมานานนับปีจะไม่มีวันได้รับการชำระ
ทันใดนั้น เสียงนกป่าตัวหนึ่งกระพือปีกบินหนีขึ้นสู่ท้องฟ้าด้วยความตื่นตระหนก ศิลาหยุดกึกทันที เขาส่งสัญญาณมือให้รินรดานั่งลงหลังรากไม้ขนาดใหญ่ เขารู้ดีว่านั่นไม่ใช่สัญญาณของธรรมชาติ แต่เป็นสัญญาณของการ 'พบร่องรอย'
ท่ามกลางความเงียบที่กดทับดั่งภูเขาทับอก เสียงฝีเท้าหยุดลงห่างออกไปไม่ถึงยี่สิบก้าว ไฟฉายคาดหัวของกลุ่มผู้ไล่ล่าสาดส่องไปทั่วทิศทาง ลำแสงสีขาวนวลตัดกับความมืดมิดคล้ายดาบที่กำลังฟาดฟันเข้าหาพวกเขา
"ไอ้ศิลา... ออกมาเถอะวะ" เสียงของลูกสมุนธันวาดังขึ้น มันเป็นเสียงที่คุ้นเคย แฝงไปด้วยความหยามเหยียด "นายท่านบอกว่า ถ้าแกยอมมอบหลักฐานทั้งหมดคืนมา แกอาจจะมีลมหายใจยาวพอที่จะเห็นความพินาศของคนที่แกอยากปกป้อง"
ศิลาหลับตาลง ครู่หนึ่งที่เขาหวนนึกถึงคำพูดของธันวาที่เคยกล่าวไว้เมื่อครั้งอดีต 'ในโลกที่มืดมน ศิลา... ความถูกต้องเป็นเพียงเรื่องเพ้อฝันของคนอ่อนแอ' แต่ในวินาทีนี้ หัวใจของเขากลับเต้นจังหวะที่มั่นคงขึ้น มันไม่ใช่ความกลัว แต่มันคือการตัดสินใจที่เด็ดเดี่ยวที่สุดในชีวิต
เขากระซิบข้างหูรินรดาแผ่วเบา "วิ่งไปทางทิศตะวันออก ที่นั่นมีลำธารอยู่ ห้ามหยุดจนกว่าจะถึงถนนใหญ่"
"แต่ว่า..."
"ฟังผมนะ" ศิลาจ้องมองเข้าไปในดวงตาของเธอ "ชีวิตของเธอคือสิ่งเดียวที่สำคัญที่สุดในตอนนี้ ถ้าผมไม่รอด... ขอให้เอาเรื่องนี้ตีแผ่ให้โลกรู้"
ก่อนที่รินรดาจะทันได้คัดค้าน ศิลาก็พุ่งตัวออกไปจากที่ซ่อนอย่างรวดเร็วราวกับเสือดาวที่จู่โจมเหยื่อ เสียงปืนนัดแรกแผดคำรามขึ้นทำลายความเงียบของป่า ศิลายิงสวนกลับไปสองนัดติดกัน สิ้นเสียงปืนร่างของชายคนหนึ่งทรุดลงกองกับพื้น ความโกลาหลบังเกิดขึ้นทันที กลุ่มชายฉกรรจ์ต่างกระจายตัวออกล้อมกรอบ
ศิลาวิ่งฝ่าพุ่มไม้หนา หนามแหลมคมเกี่ยวบาดผิวหนังจนเลือดซิบ ทว่าเขากลับไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวดแม้แต่น้อย ความแค้นที่อัดแน่นอยู่ในอกกลายเป็นแรงผลักดันให้เขาวิ่งไปข้างหน้าเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงจุดหนึ่งที่เขาพบว่าตนเองถูกต้อนจนมุมอยู่ริมหน้าผาเบื้องหลังคือน้ำตกที่เชี่ยวกราก
เขาหันกลับมาเผชิญหน้ากับศัตรูที่ค่อยๆ เดินเข้ามาล้อมวง ลมหายใจของเขาหอบถี่ แต่รอยยิ้มเย้ยหยันกลับปรากฏบนใบหน้าที่มักจะสุขุมของเขา ธันวาเดินออกมาจากแนวหลัง ล้อมรอบไปด้วยสมุนนับสิบคน ชายผู้ทรงอิทธิพลผู้นี้ดูเนี๊ยบเสมอแม้จะอยู่ในป่าลึก
"จนมุมเสียทีนะ ศิลา" ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลทว่าเยือกเย็นราวกับน้ำแข็ง "แกสู้อย่างสมเกียรติแล้ว แต่คนแบบแกน่ะ... ตายไปก็ไม่มีใครจดจำหรอก"
ศิลามองดูมือของธันวาที่ถือแฟลชไดรฟ์ที่เขาเพิ่งจะชิงกลับมาได้ไม่กี่นาที ก่อนที่ความรู้สึกบางอย่างจะแปรเปลี่ยนไป เมื่อเขาเห็นเงาของใครบางคนที่กำลังก้าวออกมาจากหลังต้นไม้ใหญ่ข้างหลังธันวา
เงาที่เขาไม่เคยคาดคิดว่าจะเป็นไปได้
นั่นไม่ใช่ศัตรู แต่มันคือรินรดา ที่ในมือถือปืนจ่อไปที่แผ่นหลังของธันวา ทว่า... ดวงตาของเธอกลับไม่ได้เต็มไปด้วยความโกรธแค้น แต่มันกลับว่างเปล่าอย่างน่าใจหาย ก่อนที่เธอจะเอ่ยประโยคที่ทำให้ศิลาต้องหยุดลมหายใจไปชั่วขณะ
"ขอโทษนะศิลา... แต่นี่คือวิธีเดียวที่จะทำให้เรื่องทั้งหมดจบลงอย่างสมบูรณ์"
เสียงปืนลั่นสนั่นไปทั่วหุบเขา พร้อมกับการที่ร่างของใครคนหนึ่งร่วงหล่นลงสู่เหวสีดำมืดมิดเบื้องล่าง ในขณะที่สายฝนเริ่มเทกระหน่ำลงมากลบกลิ่นคาวเลือดที่เพิ่งเกิดขึ้น
ราชันย์หอกทมิฬขอบพระคุณทุกท่านที่ยังคงติดตามและให้กำลังใจกันอย่างเหนียวแน่นในทุกช่วงเวลาของความเจ็บปวดนี้นะครับ
หอกทมิฬเสียดนภา: ยุทธการล้างแค้นใต้แสงดวงดารา•ตอนที่ 14
การหลบหนี
ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หอกทมิฬเสียดนภา: ยุทธการล้างแค้นใต้แสงดวงดารา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!