"ถอยไป! อย่าให้พวกมันเข้ามาใกล้เกินระยะห้าเมตร!"
เสียงตะคอกของธันวาดังขึ้นท่ามกลางเสียงแฟลชจากกล้องนับร้อยที่รัวใส่เขาจนแทบมองไม่เห็นทางข้างหน้า แสงสีขาวนวลที่เคยเป็นเครื่องยืนยันความสำเร็จ บัดนี้กลับกลายเป็นอาวุธที่ทิ่มแทงดวงตาเขาจนพร่าเลือน ภายในห้องโถงหรูหราของโรงแรมใจกลางเมืองที่เคยถูกจองไว้เพื่อแถลงข่าว 'โครงการสาธารณกุศล' บัดนี้กลายเป็นสมรภูมิขนาดย่อม
ศิลายืนสงบนิ่งอยู่ในเงามืดหลังม่านเวที สายตาของเขาจ้องมองไปยังรินรดาที่กำลังก้าวขึ้นสู่โพเดียมอย่างมั่นคง มือของเธอกำแฟลชไดรฟ์สีเงินแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด เธอไม่ได้มองธันวา เธอเลือกที่จะมองไปที่เลนส์กล้องของสำนักข่าวหลักทุกสำนักด้วยแววตาที่ไม่มีความหวาดหวั่นเหลืออยู่
"คุณรินรดา! ข้อมูลในมือคุณคืออะไร! จริงหรือไม่ที่ว่าโครงการนี้เป็นเพียงฟอกเงิน!" นักข่าวคนหนึ่งตะโกนถาม
รินรดาสูดลมหายใจลึก ก่อนจะเหลือบไปเห็นศิลาที่พยักหน้าให้เพียงเบาๆ เธอตัดสินใจเสียบแฟลชไดรฟ์เข้ากับพอร์ตเชื่อมต่อ เสียงสัญญาณเตือนดังขึ้นชั่วครู่ ก่อนที่ภาพวิดีโอวงจรปิดคุณภาพต่ำจะปรากฏบนจอโปรเจกเตอร์ยักษ์ด้านหลังธันวา
บนจอนั้นเผยให้เห็นภาพธันวาในชุดเครื่องแบบที่ต่างออกไป เขากำลังสั่งการชายฉกรรจ์กลุ่มหนึ่งในคืนที่เกิดโศกนาฏกรรมครอบครัวศิลา เสียงสนทนาผ่านลำโพงดังก้องไปทั่วห้องโถง บรรยากาศเงียบกริบลงทันที ราวกับมีใครกดปุ่มหยุดเวลา
ธันวาที่เคยดูสุขุมลุ่มลึก ใบหน้าของเขาเริ่มบิดเบี้ยว หลอดเลือดที่ขมับปูดโปนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เขาไม่ได้ปฏิเสธด้วยคำพูด แต่เขากลับก้าวเท้าตรงไปยังจอภาพด้วยท่าทางคุกคาม
"ของปลอม... พวกมันกุเรื่องขึ้นมาเพื่อทำลายความเชื่อมั่นของนักลงทุน!" ธันวาสวนกลับด้วยน้ำเสียงสั่นพร่าแต่เต็มไปด้วยอำนาจสั่งการ "รักษาความปลอดภัย! ลากผู้หญิงคนนั้นลงมา!"
การ์ดชุดดำหกคนพุ่งตัวเข้าหารินรดา ศิลาไม่รอช้า เขาถอดเสื้อสูทออกเผยให้เห็นสรีระที่เตรียมพร้อม เขาพุ่งตัวออกจากมุมมืดเหมือนเสือดาวที่ซุ่มรอจังหวะ หมัดแรกของเขาเข้ากระแทกหน้าการ์ดที่ใกล้รินรดาที่สุดจนล้มคว่ำลงไปกับพื้นเสียงดังสนั่น
"ริน! เปิดไฟล์ที่สอง!" ศิตะโกนสั่งขณะที่เขาต้องรับมือกับการ์ดอีกสามคนพร้อมกัน
รินรดารีบกดแป้นพิมพ์อย่างรวดเร็ว ในจังหวะที่มือของการ์ดอีกคนกำลังจะคว้าแขนเธอ หน้าจอขนาดยักษ์ก็เปลี่ยนไป มันไม่ใช่แค่ภาพวิดีโอ แต่มันคือเอกสารโอนเงินจากบัญชีลับของธันวาไปยังเจ้าหน้าที่รัฐระดับสูงหลายราย รวมถึงชื่อที่ทุกคนในห้องนี้ต้องตกตะลึงเมื่อเห็น
เสียงฮือฮาดังระงมราวกับคลื่นยักษ์ นักข่าวหลายคนเริ่มรุมล้อมธันวาที่พยายามฝ่าฝูงชนออกไปทางประตูหลัง ศิลายังคงตรึงการ์ดที่เหลืออยู่ไว้ได้แม้ร่างกายจะมีบาดแผลจากการต่อสู้ เขามองสบตาธันวาที่หยุดชะงักอยู่หน้าทางออก ธันวาหัวเราะออกมาเบาๆ ท่ามกลางความวุ่นวายนั้น เสียงหัวเราะที่ฟังดูเย็นยะเยือกและไร้ซึ่งความสำนึกผิด
"แกคิดว่าหลักฐานพวกนี้จะทำอะไรฉันได้งั้นรึ ศิลา?" ธันวากระซิบผ่านเสียงอึกทึก "แกไม่รู้หรอกว่า ใครคือผู้อยู่เบื้องหลังเอกสารพวกนี้จริงๆ... และทำไมเขาถึงปล่อยให้แกทำลายฉันในวันนี้"
ศิลาชะงักไปครู่หนึ่ง สายตาของเขามองเห็นร่างของชายในชุดสูทสีเทาเข้มที่ยืนหลบมุมอยู่ที่ชั้นลอยด้านบน ชายคนนั้นคือทนายความส่วนตัวของบิดาศิลา—คนที่ควรจะตายไปพร้อมกับครอบครัวเขาเมื่อสิบปีก่อน
ทนายคนนั้นยกโทรศัพท์ขึ้นแนบหู ดวงตาคู่คมจ้องมองลงมาที่ศิลาด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก ก่อนจะขยับริมฝีปากเป็นคำพูดที่ไร้เสียงว่า *'ยังไม่จบ'* แล้วเขาก็หันหลังเดินหายเข้าไปในความมืดทันที
รินรดาที่เห็นเหตุการณ์หน้าซีดเผือด เธอหันมาคว้าแขนศิลา "ศิลา... นั่นมัน... ไม่จริงใช่ไหม?"
ศิลามองไปยังทางที่ชายคนนั้นหายไป ความรู้สึกเย็นวาบแล่นผ่านสันหลัง สิ่งที่เขาคิดว่าเป็นจุดจบของแผนการล้างแค้น กลับกลายเป็นเพียงฉากเปิดของหมากกระดานใหม่ที่ใหญ่กว่าเดิม
ธันวาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ได้รับแจ้งเหตุเข้าควบคุมตัว แต่รอยยิ้มมุมปากของเขายังคงอยู่เหมือนเดิม ราวกับว่าคุกที่กำลังจะไปไม่ใช่อุปสรรค แต่เป็นที่ซ่อนตัวที่ปลอดภัยที่สุด
ศิลากำหมัดแน่น เขาเข้าใจแล้วว่าเป้าหมายที่แท้จริงไม่ใช่แค่การเปิดโปงความโสมมของธันวา แต่เขาได้กลายเป็นตัวเบี้ยที่เดินไปตามแผนของผู้ชักใยที่อยู่เหนือกว่านั้นเสียเอง
หวังว่าทุกท่านจะดื่มด่ำกับบทนี้และพร้อมสำหรับบทสรุปที่กำลังจะมาถึงนะครับ
ราชันย์หอกทมิฬ
หอกทมิฬเสียดนภา: ยุทธการล้างแค้นใต้แสงดวงดารา•ตอนที่ 39
ความโกลาหล
ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หอกทมิฬเสียดนภา: ยุทธการล้างแค้นใต้แสงดวงดารา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!