“เหตุผลที่ผมยังเก็บชีวิตคุณไว้ไม่ใช่เพราะความเมตตา แต่มันคือผลกำไรที่คุ้มค่ากว่าการกำจัดทิ้งในคราวเดียว... ศิลา”
เสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยความเยือกเย็นดังก้องอยู่ในห้องทำงานกว้างขวางบนชั้นสูงสุดของตึกระฟ้า ธันวานั่งอยู่หลังโต๊ะไม้โอ๊กตัวใหญ่ แสงไฟจากโคมไฟสีส้มสลัวตกกระทบใบหน้าครึ่งหนึ่ง ทำให้เขาดูเหมือนปีศาจที่สวมหน้ากากนักบุญ
ศิลายืนนิ่งอยู่กลางห้อง แววตาของเขาไร้ซึ่งความหวั่นไหว แม้ในใจจะเหมือนมีไฟสุมทรวง เขามองชายที่เคยสอนสั่งวิชาการใช้ชีวิตและการรู้จักโลกให้เขาในวัยเยาว์ แต่ตอนนี้ คนตรงหน้าคือคนเดียวกับที่บงการทำลายครอบครัวของเขาอย่างเลือดเย็น
“ผลกำไรหรือครับ?” ศิลาทวนคำ มือที่ซุกอยู่ในกระเป๋ากางเกงกำแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ “อาจารย์ยังคงมองมนุษย์เป็นเพียงตัวเลขเหมือนเดิมสินะครับ”
ธันวาหัวเราะหึในลำคอ เขาเอนหลังพิงพนักเก้าอี้หนังราคาแพง นิ้วเรียวยาวเคาะโต๊ะเป็นจังหวะที่น่าหงุดหงิด “โลกนี้ไม่มีใครเป็นมนุษย์หรอกศิลา มีแค่ผู้ล่ากับเหยื่อ... น่าเสียดายที่ลูกศิษย์ที่เก่งกาจที่สุดของผม กลับเลือกที่จะเป็นเหยื่อผู้พิทักษ์ความยุติธรรมอันจอมปลอม”
“ความยุติธรรมอาจจะจอมปลอมในสายตาคนบาป” ศิลาขยับก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะ ระยะห่างระหว่างทั้งสองลดลงจนสัมผัสได้ถึงแรงกดดันที่แผ่ซ่าน “แต่ความจริงที่ผมกำอยู่ในมือตอนนี้ มันชัดเจนพอที่จะลากคออาจารย์ไปชดใช้ในนรกได้”
ธันวาชะงักไปเล็กน้อย แต่รอยยิ้มมุมปากกลับกว้างขึ้น เขาหยิบแฟ้มเอกสารสีน้ำเงินออกจากลิ้นชักแล้วโยนลงบนโต๊ะ เสียงกระดาษกระทบไม้ดังปึก “เอกสารพวกนี้เหรอ? รินรดาเป็นคนหามาให้ใช่ไหม? เด็กสาวที่พยายามจะกู้โลกด้วยปากกาและสมุดจด... น่ารักดี แต่ไร้เดียงสาเกินไป”
ศิลารู้สึกถึงความเย็นวาบที่สันหลัง เขาไม่ได้กลัวตาย แต่เขาห่วงรินรดา “อย่าแตะต้องเธอ”
“ผมไม่ได้จะแตะต้องเธอหรอกศิลา” ธันวาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายที่ดูสูงวัยแต่ยังคงความแข็งแกร่งเดินอ้อมโต๊ะมาหาศิลา “ผมแค่กำลังจะบอกว่า... คนที่คุณเรียกว่า ‘อาจารย์’ ไม่ได้มีแค่ผมคนเดียว”
ในวินาทีนั้นเอง ประตูห้องทำงานก็เปิดออก ร่างของชายในชุดสูทสีดำสนิทก้าวเข้ามา เขาคือหัวหน้าหน่วยรักษาความปลอดภัยที่ศิลาเคยไว้ใจที่สุด ศิลาชะงักไปเล็กน้อย ความรู้สึกสับสนแล่นผ่านเข้ามาเมื่อเห็นคนสนิทที่เขาเชื่อใจหันปากกระบอกปืนมาที่เขาโดยไม่ลังเล
“คุณเลือกข้างผิดมาตลอดทางศิลา” ธันวากระซิบข้างหูเขาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาเหมือนคำสั่งเสีย “คนที่คุณคิดว่าคอยปกป้องคุณมาโดยตลอด คือหมากตัวสุดท้ายที่ผมวางไว้เพื่อรอเวลาเชือดทิ้งในคืนนี้”
ศิลากวาดสายตาไปทั่วห้อง พยายามมองหาช่องว่างในการตอบโต้ แต่ทุกจุดยุทธศาสตร์ถูกปิดตายโดยมือสังหารฝีมือดีที่เขาเองเป็นคนฝึกสอนมากับมือ ความจริงที่ได้รับรู้ทำให้เขารู้สึกถึงความพ่ายแพ้ที่กัดกินไปถึงกระดูกดำ ไม่ใช่พ่ายแพ้เพราะฝีมือ แต่พ่ายแพ้เพราะความเชื่อใจที่ถูกหักหลังอย่างไม่มีชิ้นดี
“อาจารย์ไม่ได้แค่ต้องการทำลายผม” ศิลาเอ่ยเสียงเรียบ แม้ใจจะสั่นไหว “อาจารย์ต้องการฆ่าตัวตนที่เหลืออยู่ของผมด้วย”
“ถูกเผง” ธันวาหยิบปืนพกขึ้นมาแล้ววางลงบนฝ่ามือของศิลา “ถ้าคุณแค้นผมมากนัก ก็ยิงผมสิ ศิลา... แต่นั่นหมายความว่าคุณจะต้องสูญเสียทุกอย่างที่รินรดาสร้างมาเพื่อช่วยให้คุณรอดพ้นจากคดีอาญาที่คุณไม่ได้ก่อ”
ในจังหวะนั้นเอง เสียงเตือนภัยดังลั่นจากระบบรักษาความปลอดภัยของตึก กระจกบานยักษ์ที่มองเห็นวิวเมืองแตกกระจายออกด้วยแรงระเบิดจากภายนอก แสงสีแดงจากไซเรนฉุกเฉินอาบไปทั่วห้อง เผยให้เห็นรินรดาที่ยืนอยู่ตรงหน้าต่างพร้อมอุปกรณ์แฮ็กเกอร์ในมือ สายตาของเธอที่มองมายังศิลาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวแต่เด็ดเดี่ยว
“ศิลา! หนีไป! เขาไม่ได้มีแค่พวกนี้!” รินรดาตะโกนขึ้นท่ามกลางเสียงระเบิดที่ดังระงม
แต่สิ่งที่ทำให้อากาศในห้องเย็นเยือกขึ้นไปอีก คือการที่ธันวาไม่ได้ตกใจกับการบุกรุกของรินรดาเลยแม้แต่น้อย เขากลับปรบมือช้าๆ แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นประกายแห่งความกระหายเลือด “เอาละ... ในเมื่อทุกคนมาอยู่พร้อมหน้ากันแบบนี้ ก็ถึงเวลาที่ ‘ความลับ’ จะถูกฝังไปพร้อมกับพวกคุณเสียที”
ธันวากดปุ่มใต้โต๊ะทำงาน ผนังห้องที่เป็นเหล็กกล้าค่อยๆ เลื่อนปิดลง ตัดขาดพวกเขาทั้งสามออกจากโลกภายนอกโดยสมบูรณ์ และเสียงกลไกที่ล็อคจากด้านนอกก็ดังขึ้น... ราวกับเสียงเคาะโลงศพที่ปิดตาย
หวังว่าทุกท่านจะดื่มด่ำกับบทนี้และพร้อมสำหรับบทสรุปที่กำลังจะมาถึงนะครับ
ราชันย์หอกทมิฬ
หอกทมิฬเสียดนภา: ยุทธการล้างแค้นใต้แสงดวงดารา•ตอนที่ 40
เผชิญหน้าตัวการ
ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หอกทมิฬเสียดนภา: ยุทธการล้างแค้นใต้แสงดวงดารา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!