"รูปถ่ายสวยดีนี่ครับ... มุมกล้องชัดเจนเสียจนผมเกือบจะลืมไปเลยว่ากำลังถูกจับจ้องอยู่ตลอดเวลา"
ศิลากล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย แววตาของเขาไม่ได้สั่นไหวไปกับวงล้อมของชายชุดดำแม้แต่น้อย เขายืนพิงประตูรถที่เพิ่งเบรกจนยางไหม้ กลิ่นยางมะตอยร้อนระอุอบอวลอยู่ในอากาศยามค่ำคืนที่เงียบสงัดราวกับป่าช้า ชายสวมหน้ากากผู้นั้นหยุดฝีเท้าลง ห่างจากศิลาเพียงห้าก้าว เขาส่งเสียงหัวเราะต่ำๆ ในลำคอ ก่อนจะสะบัดรูปถ่ายใบนั้นทิ้งปลิวไปตามลม
"อย่าเข้าใจผิดไปหน่อยเลยศิลา" เสียงที่ลอดผ่านหน้ากากออกมานั้นแหบพร่าและทุ้มต่ำ "สิ่งที่ฉันสนใจไม่ใช่ชีวิตของแก แต่มันคือข้อมูลที่แกกำลังถืออยู่ในมือ... ข้อมูลที่อาจจะลากคอ 'ไอ้สารเลว' ที่อยู่เบื้องหลังพวกเราทุกคนลงนรกได้"
รินรดาที่นั่งอยู่บนเบาะหน้าข้างคนขับกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้าที่ฝ่ามือ เธอสัมผัสได้ถึงความกดดันที่แผ่ซ่านออกมาจากชายปริศนาคนนี้ เขาไม่ใช่ลูกน้องของธันวา... อย่างน้อยก็ไม่ใช่คนประเภทที่จะยอมก้มหัวให้ใครโดยง่าย
"แกคือใคร?" ศิลาถามพลางขยับมือไปวางไว้ที่เอวอย่างเป็นธรรมชาติ ท่าทางนั้นข่มขวัญชายชุดดำรอบข้างให้ชะงักไปครู่หนึ่ง
ชายสวมหน้ากากถอดหน้ากากออกช้าๆ เผยให้เห็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นพาดผ่านดวงตาข้างซ้าย ดวงตาคู่นั้นเย็นชาและดุดันไม่ต่างจากศิลา แต่มันแฝงไปด้วยความแค้นที่สั่งสมมานานปี
"ธันวา..." ชายผู้นั้นกล่าวชื่อศัตรูหมายเลขหนึ่งออกมาด้วยน้ำเสียงเคียดแค้น "มันฆ่าครอบครัวฉัน เหมือนที่มันฆ่าครอบครัวแก และในเมื่อเราต่างก็มีเป้าหมายเดียวกัน ทำไมเราต้องเสียเวลาสู้กันเองให้พวกมันนั่งหัวเราะอยู่บนยอดตึกด้วยล่ะ?"
ศิลาหรี่ตาลง เขารู้จักชายคนนี้ดี... เขาคือ 'ผู้กองธนภัทร' อดีตนายตำรวจน้ำดีที่ถูกจัดฉากว่าเป็นผู้ทรยศต่อองค์กรเมื่อห้าปีก่อน ข่าวการตายของเขากลายเป็นเพียงหน้ากระดาษที่ถูกลืม แต่วันนี้ เขากลับมายืนอยู่ตรงหน้าศิลาในฐานะพันธมิตรที่ดูอันตรายที่สุด
"มือของฉันเปื้อนเลือดมามากพอแล้วธนภัทร" ศิลาตอบกลับ นัยน์ตาคู่นั้นสะท้อนภาพเปลวไฟจากไฟถนนที่กะพริบถี่ๆ "ฉันไม่ต้องการเพื่อนร่วมทางที่พร้อมจะแทงข้างหลังเมื่อไหร่ก็ได้"
"งั้นก็ดูนี่" ธนภัทรหยิบแฟลชไดร์ฟสีเงินออกมาจากกระเป๋าเสื้อนอกแล้วโยนให้ศิลา "นั่นคือรายการเดินบัญชีลับของธันวากับนักการเมืองระดับรัฐมนตรีที่แกตามหาอยู่ ถ้าฉันอยากจะฆ่าแกจริงๆ ป่านนี้แกคงกลายเป็นศพไปตั้งแต่วินาทีที่ก้าวขาออกจากบ้านแล้ว ไม่ใช่มายืนต่อรองอยู่อย่างนี้"
ศิลาคว้าแฟลชไดร์ฟไว้ได้ทันควัน เขาหันไปสบตารินรดาผ่านกระจกหน้าต่างที่เปิดอยู่ สายตาของเธอสื่อความหมายชัดเจน... นี่คือโอกาสเดียวที่จะกระชากหน้ากากของธันวาออกมาให้โลกเห็น แม้มันจะเป็นการเดินเข้าสู่กรงเล็บของหมาป่าอีกตัวก็ตาม
"ตกลง" ศิลาเก็บแฟลชไดร์ฟเข้ากระเป๋าเสื้อ "เราจะร่วมมือกัน แต่จำไว้... ถ้าแกคิดจะหักหลังฉันแม้แต่นิดเดียว คนที่จะปิดบัญชีแกไม่ใช่ธันวา แต่เป็นฉัน"
ธนภัทรแสยะยิ้มที่มุมปาก "ฉันก็หวังไว้เช่นนั้น"
ทั้งสองยืนอยู่ท่ามกลางความมืดมิดของถนนสายเปลี่ยว ล้อมรอบไปด้วยเหล่านักฆ่าที่พร้อมจะแปรเปลี่ยนความร่วมมือนี้ให้เป็นเลือดได้ทุกเมื่อ ทว่าในจังหวะที่ศิลากำลังจะก้าวขึ้นรถเพื่อออกเดินทางต่อ ธนภัทรกลับขยับเข้ามาใกล้เขาแล้วกระซิบด้วยเสียงที่ได้ยินกันเพียงสองคน
"ก่อนจะไป... มีบางอย่างที่แกต้องรู้เกี่ยวกับ 'รินรดา' คนที่นั่งอยู่ข้างๆ แก"
ศิลาชะงักกึก มือที่จับที่เปิดประตูรถแข็งค้าง เขาหันกลับมามองธนภัทรด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยคำถาม ธนภัทรเพียงแค่ชี้มือไปที่กระจกรถฝั่งที่รินรดานั่งอยู่ ก่อนจะแสยะยิ้มอย่างน่าสยดสยอง
"คนที่แกเชื่อใจที่สุด... จริงๆ แล้วเธอคือคนของธันวาที่ส่งมาจับตาดูแกตั้งแต่แรก... ดูที่กระเป๋าถือของเธอก็รู้"
ศิลามองผ่านกระจกเข้าไป เห็นกระเป๋าถือใบเล็กของรินรดาวางอยู่ที่ตัก และที่ขอบของมันมีไฟสถานะสีแดงดวงเล็กๆ กระพริบถี่ๆ อย่างเป็นจังหวะเหมือนกับกล้องบันทึกภาพขนาดจิ๋ว...
ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับผมในบทที่เข้มข้นที่สุดนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ ด้วยความเคารพจากใจ ราชันย์หอกทมิฬครับ
หอกทมิฬเสียดนภา: ยุทธการล้างแค้นใต้แสงดวงดารา•ตอนที่ 29
พันธมิตรใหม่
ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หอกทมิฬเสียดนภา: ยุทธการล้างแค้นใต้แสงดวงดารา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!