“ไฟสีแดงนั่น... รินรดา คุณกำลังบันทึกภาพผม หรือกำลังบันทึกชะตากรรมของตัวเองกันแน่?”
น้ำเสียงของศิลาเรียบสนิท ทว่ากลับหนักแน่นราวกับค้อนเหล็กที่ตอกลงบนเนื้อไม้ เขายืนนิ่งอยู่หลังบานกระจกเงาบานใหญ่ในห้องรับรองของธันวา สายตาคมกริบคู่นั้นจับจ้องไปที่กระเป๋าใบเล็กบนตักของหญิงสาวราวกับสัตว์ป่าที่กำลังประเมินเหยื่อ รินรดาชะงักไปชั่วครู่ มือที่กำสายกระเป๋าไว้แน่นเริ่มสั่นระริกโดยที่เธอพยายามซ่อนมันไว้ใต้เนื้อผ้าของชุดเดรส
ศิลาเดินออกมาจากหลังม่านกั้น ความเย็นเยียบแผ่ออกมาจากตัวเขาจนธันวาที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังแท้ต้องเหยียดยิ้มกว้าง เจ้าพ่ออสังหาริมทรัพย์ขยับตัวเพียงเล็กน้อย เสียงแก้วคริสตัลที่กระทบกับโต๊ะไม้โอ๊กดังขึ้นเป็นจังหวะที่จงใจสร้างความกดดัน
“ดูเหมือนศิลาจะพบ ‘ของเล่น’ ชิ้นใหม่ที่รินรดาพกติดตัวมาด้วยนะ” ธันวาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงนั้นราบเรียบ ทว่าแฝงไว้ด้วยนัยที่อ่านไม่ออก “ในฐานะเจ้าบ้าน ผมควรรู้สึกอย่างไรดี? ระหว่างรู้สึกเป็นเกียรติที่ถูกบันทึกภาพ หรือควรรู้สึกดูแคลนที่แขกของผมขาดความไว้วางใจกันขนาดนี้?”
ศิลาไม่หันไปมองธันวาแม้แต่นิดเดียว เขายังคงจ้องมองรินรดาที่ตอนนี้ใบหน้าซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด ความเงียบในห้องเริ่มหนักอึ้งจนแทบจะบดขยี้ลมหายใจของทุกคนที่อยู่ ณ ที่แห่งนี้
“รินรดา ผมเคยบอกคุณแล้วใช่ไหม” ศิลาขยับเข้าไปใกล้เธออีกก้าว ความสูงที่เหนือกว่าทำให้เขากลายเป็นเงาทะมึนที่ปกคลุมร่างเล็ก “ว่าในโลกของธันวา... ทุกรอยยิ้มคือมีด ทุกคำพูดคือกับดัก แต่ผมไม่คิดว่าคุณจะเลือกทำตัวเป็นสายลับให้เขา ด้วยการยอมให้เขาติดตั้งอุปกรณ์ห่วยๆ นั่นไว้กับตัวคุณเพื่อคอยจับผิดผม”
“ศิลา... คุณเข้าใจผิด...” รินรดาพยายามเค้นเสียงออกมา แม้หัวใจจะเต้นรัวจนแทบจะทะลุอก “ฉันไม่ได้...”
“พอเถอะครับ” ธันวาขัดจังหวะพลางลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เขาส่งยิ้มที่ดูสุภาพแต่กลับเต็มไปด้วยพิษสงให้ทั้งคู่ “ศิลา คุณระแวงผมเพราะคิดว่าผมบงการทุกอย่าง ส่วนคุณรินรดา คุณก็คงระแวงศิลาเพราะกลัวว่าตัวตนที่แท้จริงของเขาจะทำลายชีวิตคุณ ใช่ไหม? น่าสนุกดีนะ... คนสองคนที่ถูกขังอยู่ในกรงแห่งความสงสัย ดิ้นรนหาทางออกโดยที่แต่ละฝ่ายต่างก็กุมอาวุธไว้ในมือทั้งที่รู้อยู่เต็มอกว่าอาวุธนั้นมันอาจจะหันกลับมาทำร้ายตัวเอง”
ศิลาแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความรื่นรมย์ “ธันวา คุณชอบเล่นเกมจิตวิทยาเสมอเลยนะ แต่คุณลืมไปหรือเปล่าว่าคนที่เป็นหมากบนกระดาน ไม่ได้แปลว่าพวกเขาจะยอมตายตามคำสั่งของผู้เล่นเสมอไป”
ศิลาเอื้อมมือไปแตะกระเป๋าใบนั้นแผ่วเบา ก่อนจะกระชากมันออกมาจากตักของรินรดาอย่างรวดเร็ว รินรดาร้องอุทานด้วยความตกใจ ทว่าศิลากลับโยนกระเป๋าลงบนพื้นหินอ่อนอย่างไม่ใยดี ไฟสถานะสีแดงดวงนั้นยังคงกระพริบถี่ๆ ราวกับดวงตาของปีศาจที่กำลังเฝ้าดูความหายนะ
“ถ้าคุณอยากดูภาพนัก...” ศิลาก้าวเท้าเหยียบลงไปบนกระเป๋าใบนั้นเต็มแรง เสียงพลาสติกและแผงวงจรภายในแตกละเอียดดังชัดเจนในความเงียบ “ก็เชิญดูซากที่ผมเหยียบไว้ตรงนี้ได้เลย”
รินรดาเบิกตากว้าง น้ำตาคลอเบ้าด้วยความโกรธและหวาดกลัว “คุณทำแบบนั้นทำไม ศิลา! คุณมันบ้าไปแล้ว คุณคิดว่าการทำลายหลักฐานจะทำให้คุณดูบริสุทธิ์ขึ้นงั้นเหรอ?”
“บริสุทธิ์เหรอ?” ศิลาหันกลับมาประจันหน้ากับเธอ แววตาของเขาเปลี่ยนไปเป็นความว่างเปล่าที่น่าสะพรึงกลัว “ในโลกที่ทุกคนใส่หน้ากากเข้าหากัน คำว่าบริสุทธิ์มันก็แค่เรื่องตลกสำหรับเด็กทารกเท่านั้น รินรดา... บอกผมสิ ว่าจริงๆ แล้วคนฝั่งไหนกันแน่ที่ให้คุณติดกล้องตัวนี้มา? ธันวา... หรือว่าใครบางคนที่คุณพยายามจะปกป้องจากความจริงที่ว่า... ผมไม่ได้มาที่นี่เพื่อเป็นหมากของคุณ”
ธันวาปรบมือช้าๆ แววตาของเขาเป็นประกายราวกับกำลังชมภาพยนตร์ที่น่าประทับใจ “ยอดเยี่ยม... ความระแวงที่สมบูรณ์แบบ ศิลา คุณเริ่มเข้าใจเกมแล้ว แต่สิ่งที่น่าเสียดายคือ... คุณมองข้ามสิ่งที่สำคัญที่สุดไป”
ธันวาหยุดเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าต่างบานใหญ่ที่มองเห็นวิวเมืองในยามค่ำคืน ก่อนจะหมุนตัวกลับมาด้วยสายตาที่เย็นชาจนถึงขั้วหัวใจ “รินรดาไม่ได้ถูกผมบังคับให้ติดกล้อง แต่ที่เธอติดกล้อง... เพราะเธอเพิ่งได้รับข้อความบางอย่างจากโทรศัพท์ของเธอเองเมื่อสามนาทีก่อน ข้อความที่ระบุว่า ‘ชายที่ชื่อศิลา คือคนเดียวกับฆาตกรที่สังหารครอบครัวของเธอ’ ยังไงล่ะ”
ศิลานิ่งงันไป ราวกับถูกกระชากวิญญาณออกจากร่าง รินรดาสั่นไปทั้งตัว เธอค่อยๆ ยกมือถือขึ้นมา หน้าจอที่เปิดค้างไว้แสดงข้อความปริศนาที่ส่งตรงมาจากเบอร์ที่ไม่ระบุตัวตน
วินาทีนั้นเอง เสียงเคาะประตูห้องรับรองก็ดังขึ้นสามครั้งอย่างเป็นจังหวะที่คุ้นเคย ทั้งสามคนต่างหันไปมองที่บานประตูด้วยความรู้สึกที่ต่างกัน ธันวาเหยียดยิ้มที่มุมปากอย่างผู้ชนะ ขณะที่รินรดาถอยหลังกรูดไปชนผนังห้อง ศิลาไม่รอช้า เขาชักมีดพกที่ซ่อนอยู่ข้างเอวออกมาทันที เมื่อบานประตูค่อยๆ แง้มเปิดออก ร่างของคนที่ก้าวเข้ามากลับไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นหญิงสาวในชุดเดรสสีดำสนิท... หญิงสาวที่ควรจะตายไปตั้งแต่เมื่อสิบปีที่แล้ว พร้อมกับครอบครัวของเขาเอง
ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามการเดินทางอันดำมืดและซับซ้อนนี้ร่วมกับผม ราชันย์หอกทมิฬนะครับ
หอกทมิฬเสียดนภา: ยุทธการล้างแค้นใต้แสงดวงดารา•ตอนที่ 30
ความไม่ไว้วางใจ
ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หอกทมิฬเสียดนภา: ยุทธการล้างแค้นใต้แสงดวงดารา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!