“พ่อ... พ่อยังมีชีวิตอยู่จริงหรือ”
เสียงของศิลาแหบพร่า ราวกับมีก้อนกรวดอุดอยู่ในลำคอ ความเย็นเยียบจากปลายเท้าแล่นปราดขึ้นสู่กระดูกสันหลัง เขาพยายามควบคุมสติไม่ให้สั่นคลอนไปมากกว่านี้ แต่ภาพชายวัยกลางคนที่ยืนตระหง่านอยู่ตรงหน้า—ใบหน้าที่เขาเคยเฝ้ากราบไหว้รูปถ่ายมาตลอดสิบปี—กลับกลายเป็นดั่งมีดที่กรีดลงบนแผลเดิมที่ยังไม่เคยสมาน
ชายผู้นั้นขยับรอยยิ้ม รอยยิ้มที่ศิลาเคยจดจำได้ว่าเป็นความอบอุ่น แต่ในวินาทีนี้นี่คือรอยยิ้มที่เคลือบไปด้วยความกระหายและอำนาจ
“ศิลา... ลูกชายของพ่อ” ชายคนนั้นก้าวเข้ามาใกล้ แสงไฟสลัวจากเพดานห้องทำงานลับของธันวาสาดกระทบใบหน้าที่เต็มไปด้วยริ้วรอยแห่งกาลเวลา “ไม่เจอกันนานเลยนะ ดูท่าทางเธอจะไปไกลกว่าที่ฉันคาดเอาไว้มาก”
ศิลากำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ ความรู้สึกโกรธแค้นที่เคยมีต่อธันวา—นักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพลที่เขามุ่งมั่นจะทำลายให้สิ้นซาก—กลับพังทลายลงกลายเป็นความว่างเปล่าที่หนักอึ้งกว่าเดิม เขาหันไปมองธันวาที่ยืนกอดอกอยู่ข้างๆ ชายผู้นั้นไม่มีท่าทีประหลาดใจแม้แต่น้อย เขายืนมองดูศิลาด้วยแววตาที่หยามเหยียด
“ตกใจมากสินะ?” ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเนิบนาบ “ฉันบอกคุณแล้วศิลา ว่าศัตรูที่แท้จริงน่ะ ไม่ได้มีแค่ตัวตนที่มองเห็นได้หรอก และตอนนี้... คุณก็รู้แล้วว่าใครกันแน่ที่ชักใยละครฉากนี้มาตั้งแต่ต้น”
ศิลาสูดลมหายใจลึก เขาพยายามรวบรวมเศษเสี้ยวของเหตุผลที่เหลืออยู่ “ทำไม... ทำไมพ่อถึงไปอยู่กับมัน คนที่ทำลายชีวิตครอบครัวเรา คนที่ทำให้แม่ต้องตาย... พ่อเป็นคนทำเองงั้นหรือ?”
ชายที่ขึ้นชื่อว่าเป็นพ่อหัวเราะเบาๆ เสียงหัวเราะที่แฝงไปด้วยความสมเพช “แม่ของแกน่ะหรือ? เธอเป็นเพียงหมากที่พังทลายไปก่อนกำหนดเท่านั้นศิลา โลกใบนี้ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยความรัก แต่มันขับเคลื่อนด้วยความจำเป็น... และตอนนี้ ถึงเวลาที่แกจะต้องเลือกแล้ว ว่าจะเดินตามรอยเท้าพ่อ หรือจะถูกลบหายไปเหมือนเศษขยะในประวัติศาสตร์”
รินรดาที่แอบซุ่มอยู่หลังเสาหินใกล้กับทางออกของห้องลับ เธอหยิบเครื่องบันทึกเสียงขึ้นมา มือของเธอสั่นสะท้าน เธอไม่เคยคิดว่าการตามสืบเรื่องธันวาจะนำพามาสู่ความจริงที่โหดร้ายระดับนี้ เธอสบตากับศิลาชั่วครู่ แววตาของหญิงสาวเต็มไปด้วยความห่วงใย แต่ศิลากลับส่งสายตากลับมาเป็นสัญญาณให้เธอ ‘ถอยออกไป’
เขาไม่ได้โกรธธันวาอีกต่อไปแล้ว ความแค้นที่เคยกดทับบีบคั้นหัวใจกลับแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาที่คมกริบ เป้าหมายของเขาเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ธันวาเป็นเพียงสุนัขรับใช้ แต่ผู้อยู่เบื้องหลังความวิบัติทั้งหมด... คือสายเลือดที่เขาสู้อุตส่าห์ตามหามาตลอดชีวิต
“ผมเคยคิดว่าตัวเองสูญเสียทุกอย่างไปแล้วในคืนนั้น” ศิลาพูดขึ้น น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนไปเป็นโทนที่นิ่งสนิทจนน่ากลัว “ผมเคยคิดว่าถ้าหาคนที่บงการเรื่องทั้งหมดเจอ ผมจะกระชากหน้ากากมันออกมา... และตอนนี้ ผมก็เจอมันแล้ว”
“แกจะทำอะไร?” พ่อของศิลาหุบยิ้ม สายตาเริ่มเปลี่ยนเป็นดุดัน
“ผมจะไม่ฆ่าคุณ...” ศิลาก้าวเดินเข้าไปหาทีละก้าว “แต่ผมจะทำให้คุณเห็นว่า สิ่งที่คุณสร้างมาด้วยเลือดและคราบน้ำตาของคนอื่นน่ะ มันไม่มีค่าอะไรเลยเมื่อถึงเวลาที่ต้องสูญเสียมันไปจริงๆ”
บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนเหมือนอากาศจะหยุดหมุน ธันวาขยับมือส่งสัญญาณให้บอดี้การ์ดที่ยืนอยู่นอกประตูห้องขยับเข้ามา แต่ศิลากลับไม่แม้แต่จะชายตามอง เขาคว้าแฟ้มเอกสารสำคัญบนโต๊ะของธันวามาถือไว้แน่น—มันคือบัญชีรายชื่อผู้สมคบคิดทั้งหมด รวมถึงหลักฐานการฟอกเงินที่เชื่อมโยงถึงตัวพ่อของเขาโดยตรง
“หยุดนะศิลา!” ธันวาตะโกนเสียงกร้าว
“อย่ามายุ่งกับผม” ศิลาตวาดกลับโดยไม่หันมอง “ถ้าแกอยากปกป้องนายของแก ก็ทำได้เลย แต่ถ้าแกไม่อยากพินาศไปพร้อมกับเขา... ก็จงอยู่เฉยๆ ซะ”
ศิลาหันหลังกลับไปทางรินรดา เธอเข้าใจความหมายนั้นทันที ทั้งคู่พุ่งตัวออกไปทางหน้าต่างกระจกที่ถูกกระแทกแตกกระจายลงสู่สวนด้านล่าง ท่ามกลางเสียงปืนที่ดังไล่หลังมาอย่างบ้าคลั่ง ศิลาไม่รู้สึกเจ็บปวดจากบาดแผลที่แขนที่ถูกเศษกระจกบาด เขาพุ่งทะยานออกไปสู่ความมืดมิดของค่ำคืนด้วยหัวใจที่แข็งแกร่งกว่าเดิม
ในรถที่กำลังขับออกไปอย่างรวดเร็ว รินรดามองดูศิลาที่นั่งนิ่งเงียบ แววตาของเขามองไปข้างหน้าอย่างว่างเปล่า
“ศิลา... เราจะทำยังไงกันต่อ?” เธอถามด้วยเสียงแผ่วเบา
ศิลาหันมามองเธอ แววตาคู่นั้นไม่ได้มีร่องรอยของความเสียใจหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย มีเพียงความมุ่งมั่นที่น่าสะพรึงกลัว “เราไม่ได้จะทำลายแค่ธันวาแล้ว ริน... เราจะทำลายระบบทั้งหมดที่พวกมันสร้างขึ้นมา และคนที่เริ่มก่อน... จะต้องเป็นคนที่ผมเคยเรียกว่าพ่อ”
ทันใดนั้น โทรศัพท์ของศิลาก็ดังขึ้น เป็นเบอร์ที่ไม่แสดงตัวตน เขากดรับ สายตาจ้องเขม็งไปที่ถนนเบื้องหน้า
“ฉันรู้ว่าแกอยู่ที่ไหน ศิลา” ปลายสายไม่ใช่เสียงของพ่อ แต่เป็นเสียงที่คุ้นเคยยิ่งกว่า เสียงของคนที่ควรจะตายไปพร้อมกับแม่ในเหตุการณ์นั้นเมื่อสิบปีก่อน “แกคิดว่าแกเจอกับศัตรูตัวจริงแล้วงั้นรึ? แกยังไม่รู้อะไรเลย... ว่าความตายที่แท้จริงมันเริ่มต้นขึ้นตอนที่แกเดินออกจากห้องนั้นต่างหาก”
ศิลาเบรกรถกะทันหันจนยางล้อครูดกับถนนเสียงดังสนั่น เมื่อเขาเปิดประตูลงมาพบว่ารอบกายของเขาในตอนนี้ ไม่ได้มีแค่รินรดาอีกต่อไป แต่มีชายชุดดำนับสิบชีวิตยืนล้อมรอบรถของเขาไว้ โดยมีชายคนหนึ่งสวมหน้ากากก้าวออกมาจากเงามืด พร้อมกับถือรูปถ่ายใบหนึ่งในมือ... มันเป็นรูปของศิลาและรินรดาที่ถ่ายไว้เมื่อไม่ถึงสิบนาทีที่ผ่านมานี้เอง
ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามร่วมเดินทางไปกับผมในเส้นทางสายดาร์กแห่งโชคชะตานี้ด้วยนะครับ - ราชันย์หอกทมิฬ
หอกทมิฬเสียดนภา: ยุทธการล้างแค้นใต้แสงดวงดารา•ตอนที่ 28
จุดเปลี่ยน
ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หอกทมิฬเสียดนภา: ยุทธการล้างแค้นใต้แสงดวงดารา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!