หอกทมิฬเสียดนภา: ยุทธการล้างแค้นใต้แสงดวงดารา•ตอนที่ 5

เหยื่อรายแรก

ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
กลิ่นอับชื้นของกระดาษเก่าและกลิ่นคาวสนิมเหล็กจางๆ ลอยอวลอยู่ในห้องเช่าคับแคบชั้นสาม เสียงหยดน้ำจากก๊อกน้ำในห้องน้ำดัง *ติ๋ม... ติ๋ม...* เป็นจังหวะราวกับนาฬิกาทรายที่กำลังนับถอยหลังชีวิตของใครบางคน รินรดายืนตัวแข็งทื่ออยู่หน้าประโยคที่ถูกเขียนด้วยเลือดบนผนังปูนเปลือย ตัวอักษรบิดเบี้ยวเหล่านั้นยังคงส่งกลิ่นคาวคลุ้ง ดวงตาของนักข่าวสาวเบิกกว้าง ริมฝีปากสั่นระริกจนเปล่งเสียงออกมาไม่ได้แม้แต่คำเดียว ความตกใจขีดสุดแปรเปลี่ยนเป็นความหนาบดบังขั้วหัวใจ เมื่อร่างไร้ลมหายใจของ 'ลุงพงษ์' อดีตสารวัตรนอกราชการผู้กุมหลักฐานชิ้นสุดท้ายของคดีเมื่อสิบปีก่อน ฟุบคาโต๊ะทำงานโดยมีคมมีดฝังลึกอยู่ที่แผ่นหลัง ศิลาไม่ขยับเขยื้อน สายตาคมกริบกวาดสำรวจสภาพแวดล้อมรอบห้องด้วยความรวดเร็วและแม่นยำ ไม่มีร่องรอยการต่อสู้ หน้าต่างปิดตาย ลอนกลอนด้านในลงกลอนสนิท นี่ไม่ใช่การฆ่าชิงทรัพย์ แต่เป็นการ "ปิดปาก" ที่สะอาดและเลือดเย็นอย่างไร้ที่ติ "เขา... เขาเพิ่งจะบอกฉันทางโทรศัพท์เมื่อชั่วโมงก่อน..." เสียงของรินรดาขาดหช่วง มือเรียวเล็กยกขึ้นปิดปากตัวเองเพื่อกลั้นเสียงสะอื้นที่จุกแน่นอยู่ในลำคอ ความหวังที่จะกระชากหน้ากากคนชั่วพังทลายลงต่อหน้าต่อตาในเวลาไม่กี่อึดใจ "ศิลา... เราพลาดตรงไหน ทำไมพวกมันถึงเร็วนัก" ศิลาสาวเท้าเข้าไปใกล้ร่างที่ไร้สติสัมปชัญญะของชายชรา เขาไม่ได้แตะต้องศพ แต่สายตากลับสะดุดเข้ากับกระดาษบันทึกแผ่นเล็กที่ถูกหนับไว้ใต้แก้วกาแฟ ข้อความด้วยลายมือสั่นๆ เขียนไว้ว่า— *'มันรู้ตัวแล้ว ระวังธันวา'* ชื่อนั้น... ชื่อเดียวกับนักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพลเบื้องหน้าสังคมที่เปรียบเสมือนพระเจ้าแห่งเมืองนี้ "เพราะเราประเมินความ ‘ใจหิน’ ของมันต่ำไป" ศิลาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบสนทนาราวกับกระซิบ แต่แฝงไปด้วยไอสังหารที่แผ่พุ่งออกมาจากแววตาสีเข้ม มือหนากำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ความทรงจำอันเจ็บปวดเมื่อสิบปีก่อนย้อนกลับมาซัดซ้ำ เปลวเพลิงที่แผดเผาครอบครัวของเขาผุดขึ้นมาในมโนสำนึกอีกครั้ง รินรดาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อดึงสติ ความเป็นนักข่าวสายสืบสวนใต้ดินสอนให้เธอต้องเข้มแข็งแม้ในยามที่หวาดกลัวที่สุด เธอกวาดตามองรอบห้องจนไปสะดุดกับจอคอมพิวเตอร์ที่ยังเปิดค้างไว้ หน้าจอแสดงผลไฟล์ข้อมูลที่กำลังถูกเข้ารหัสและลบออกอย่างอัตโนมัติ "ศิลา! คอมพิวเตอร์! มันกำลังลบไฟล์หลักฐาน!" ไม่รอช้า ศิลาพุ่งตัวเข้าไปกระชากสายปลั๊กไฟออกทันที หน้าจอดับวูบลงท่ามกลางความเงียบงัน มีเพียงเสียงหยดน้ำที่ยังคงดังย้ำเตือนถึงเวลาที่สูญเสียไป "ไม่ทันแล้ว..." ศิคมองหน้าจอดำสนิทด้วยความหงุดหงิด ข้อมูลทั้งหมดถูกดึงออกไปหรือถูกทำลายเรียบร้อยแล้วโดยฝีมือของแฮกเกอร์มืออาชีพที่ควบคุมระบบอยู่เบื้องหลัง การตายของลุงพงษ์ไม่ใช่แค่การฆาตกรรมอำพราง แต่มันคือคำประกาศสงคราม บรรยากาศในห้องแคบๆ เริ่มกดดันจนแทบหายใจไม่ออก ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ก่อนที่รินรดาจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นเครือแต่หนักแน่น "ถ้าธันวาคือคนทำ... เท่ากับว่าตอนนี้มันรู้แล้วว่าเรากำลังตามหาอะไรอยู่ ก้าวต่อไปของเราไม่ใช่แค่การสืบสวน แต่มันคือการเดินเข้าปากเสือ" ศิลาหันกลับมามองหญิงสาว แววตาที่เคยเย็นชาฉายแววซับซ้อนขึ้นชั่วขณะ เขารู้ดีว่าความอยากรู้อยากเห็นของรินรดากำลังลากเธอเข้ามาสู่วังวนแห่งความตาย รอยบาปในอดีตกำลังกัดกินคนรอบตัวเขาไปทีละคน เริ่มจากครอบครัวของเขา และตอนนี้กำลังจะลามมาถึงผู้หญิงคนนี้ "ถ้ารู้สึกกลัว... ก็ถอยตอนนี้ซะรินรดา" ศิลาเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าแฝงความห่วงใยที่เจ้าตัวพยายามซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากไร้ความรู้สึก "เกมนี้ไม่ได้มีแค่กฎหมาย แต่เดิมพันด้วยชีวิต และฉันไม่มีวันปกป้องใครได้ตลอดเวลา" รินรดาสบตาเขากลับอย่างไม่เกรงกลัว แม้ขาทั้งสองข้างจะยังสั่นเทา เธอก้าวเข้าไปประชิดชายหนุ่มจนสัมผัสได้ถึงไอความร้อนที่แผ่ออกมาจากร่างกายของเขา "คุณคิดว่าฉันเข้ามาพัวพันเพราะอยากเป็นฮีโร่หรือไง ศิลา?" รินรดาเค้นเสียงหัวเราะเยาะหยันตัวเองเล็กน้อย "คนรักเก่าของฉันตายในคודีเดียวกับพ่อของคุณ... และฉันก็ไม่มีอะไรจะเสียอีกแล้ว เหมือนกับที่คุณเป็น" คำพูดนั้นราวกับมีดสั้นที่กรีดลงกลางใจของศิลา ความเงียบเข้าคั่นกลางระหว่างคนทั้งคู่ สัมผัสได้ถึงแรงดึงดูดอันตรายของความลับ ความเจ็บปวด และความแค้นที่หลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียว ทว่า... ก่อนที่ใครจะได้เอ่ยคำใดออกมา เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ก็ดังขึ้นที่บริเวณบันไดนอกห้องเช่า! *ตึง! ตึง! ตึง!* เสียงฝีเท้าหยุดลงตรงหน้าประตูห้องทันที รินรดาสะดุ้งสุดตัว ดวงตานัยน์ตาเบิกโพ้าด้วยความตื่นตระหนก ศิลาปรายตามองลูกบิดประตูกำลังหมุนช้าๆ พร้อมกับเงาดำทึบที่ทอดผ่านช่องกระจกฝ้าด้านนอก ยังไม่ทันที่พวกเขาจะได้ขยับตัว เสียงปืนเก็บเสียงก็ดังขึ้น *ปุ!* ลูกกระสุนเจาะทะลุกรอบประตูไม้เก่าๆ ฝังลงบนผนังห่างจากศีรษะของรินรดาเพียงไม่กี่เซนติเมตร! "หมอบลง!" ศิลาคำรามต่ำ คว้าตัวรินรดากดลงกับพื้นทันที พร้อมกับชักอาวุธปืนพกสั้นคู่ใจออกจากสายคาดเอวอย่างคล่องแคล่ว แววตาของนักฆ่าผู้ซ่อนเร้นในเงาเปลี่ยนเป็นดุดันและเหี้ยมเกรียม ประตูห้องถูกถีบพังโครมเข้ามาอย่างไร้ความปรานี กลุ่มชายฉกรรจ์ในชุดสูทสีดำสนิทนับสคนพร้อมอาวุธครบมือพุ่งทะลักเข้ามาในห้องแคบๆ แสงไฟฉายสาดส่องกวาดหาเป้าหมาย แต่ทว่า... เมื่อหัวหน้าชุดเงาดำก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก มันกลับทำให้เลือดในกายของศิลาเย็นเฉียบลงในพริบตา เพราะคนๆ นั้นไม่ใช่ลูกน้องของธันวา... แต่เป็นคนที่ควรจะตายไปในกองเพลิงเมื่อสิบปีก่อน! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปกับความมืดมิดนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ — ราชันย์หอกทมิฬ
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หอกทมิฬเสียดนภา: ยุทธการล้างแค้นใต้แสงดวงดารา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%