หอกทมิฬเสียดนภา: ยุทธการล้างแค้นใต้แสงดวงดารา•ตอนที่ 7

อดีตที่หวนคืน

ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
นิ้วมือที่สั่นเทาเล็กน้อยกดปุ่มรับสาย หน้าจอสมาร์ทโฟนสว่างวาบเผยให้เห็นชื่อ "ธันวา" เด่นหร่า ท่ามกลางความมืดมิดของห้องทำงานที่ปิดทึบ ศิลายังคงนั่งนิ่งอยู่หลังโต๊ะไม้เนื้อแข็ง สายตาจับจ้องไปยังรอยขูดขีดบนผนังฝั่งตรงข้าม—ร่องรอยที่เขาเฝ้ามองมาเป็นปีๆ เพื่อเตือนความจำถึงคืนวันที่โลกทั้งใบพังทลายลงต่อหน้า เขายังไม่เอ่ยคำใด ปล่อยให้ความเงียบงันทำหน้าที่เป็นอาวุธแรก ปลายสายเองก็ดูเหมือนจะรู้ทัน เกมจิตวิทยาเริ่มต้นขึ้นอีกครั้งโดยไม่มีสัญญาณเตือน "เสียงฝนคืนนี้... ชวนให้นึกถึงเรื่องเก่าๆ ดีนะ ศิลา" น้ำเสียงนุ่มนวล ทุ้มต่ำ และแฝงรอยยิ้มเยาะจางๆ ของธันวา ลอดผ่านลำโพงเข้ามา มันไม่ใช่เสียงของมิตร และไม่เชิงเป็นศัตรู แต่มันคือเสียงของคนที่กุมไพ่เหนือกว่าในทุกมือ ศิลาสูดลมหายใจเข้าลึก กลิ่นอับชื้นของฝนข้างนอกผสมกับกลิ่นกาแฟเย็นชืดบนโต๊ะ "ถ้าโทรมาเพื่อคุยเรื่องสภาพอากาศ คุณเสียเวลาเปล่า ธันวา" "เปล่าเลย ผมแค่เป็นห่วง... คนเรามักจะฟื้นความจำได้ดีเป็นพิเศษในคืนที่บรรยากาศเป็นใจ" ธันวาเว้นจังหวะ คล้ายกำลังจิบไวน์ชั้นดีอยู่เบื้องหลัง "โดยเฉพาะความทรงจำเกี่ยวกับ 'คืนนั้น' นายยังจำภาพพวกนั้นได้ชัดเจนดีอยู่หรือเปล่า... หรือว่ามันเริ่มเลือนรางไปตามกาลเวลาแล้ว?" คำพูดนั้นไม่ได้ขู่ขวัญ แต่มันคือการ "กดแผลเก่า" ให้ปริออก ศิลากำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความเจ็บแปลบช่วยดึงสติตนเองให้กลับมาจดจ่อกับปัจจุบัน หัวใจเต้นรัวระรัวราวกับกลองศึก เมื่อสติถูกบีั้นจนถึงขีดสุด ประตูแห่งความทรงจำที่ถูกล็อกกลอนไว้ด้วยความหวาดกลัวก็เริ่มขยับ ภาพความมืดมิด เสียงคำรามของฟ้าฝน กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้ง และ... *ใบหน้านั้น* รินรดานั่งอยู่บนโซฟาอีกมุมหนึ่งของห้อง เธอไม่ได้ส่งเสียงรบกวน แต่นัยน์ตากลมโตคู่นั้นสะท้อนความกังวลอย่างชัดเจน เธอเห็นความเปลี่ยนแปลงบนใบหน้าของศิลา—สันกรามที่ขบเข้าหากันจนนูนเด่น และเหงื่อเม็ดเล็กๆ ที่ผุดขึ้นตามไรผม ศิลาไม่เคยแสดงอาการเช่นนี้ให้ใครเห็นง่ายๆ นิ้วเรียวของรินรดายื่นกระดาษแผ่นเล็กมาตรงหน้า บนนั้นเธอเพิ่งเขียนข้อความด้วยลายมือหวัดๆ ว่า *'วางสาย เขาปั่นประสาทคุณ'* แต่ศิลากลับส่ายหัวช้าๆ สายตาของเขายังคงเหม่อลอยหลุดลอยไปไกล ไกลเกินกว่าห้องสี่เหลี่ยมนี้จะกักเก็บไว้ได้ ในห้วงคำนึงที่ดิ่งลึกลงไปในความมืด ภาพเหตุการณ์เมื่อหลายปีก่อนฉายซ้ำ ภาพเปลวเพลิงที่โหมกระหน่ำบ้านพักหลังเก่า เสียงกรีดร้องที่ถูกกลืนหายไปกับสายฝน และในเสี้ยววินาทีที่ฟ้าผ่าสว่างวาบไปทั่วท้องฟ้า—เงาร่างหนึ่งยืนตระหง่านอยู่ตรงกรอบประตู มือถือวัตถุบางอย่างที่เปื้อนคราบสีเข้ม และในตอนนั้นเองที่แสงวาบสาดส่องกระทบเข้ากับใบหน้าของคนร้าย... มันไม่ใช่ใบหน้าที่ชัดเจนเหมือนภาพถ่าย แต่มันคือโครงสร้าง... สันจมูกโด่งเป็นสันคม ริมฝีปากที่ปิดสนิทเป็นเส้นตรงอย่างไร้ความรู้สึก และที่เด่นชัดที่สุดคือรอยแผลเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยวจางๆ บริเวณหางตาขวา ศิลาสะดุ้งเฮือก หายใจหอบสะท้านราวกับคนเพิ่งจมน้ำแล้วโผล่ขึ้นมาพ้นผิวน้ำ ร่างกายเกร็งเคร็ง เขารู้แล้ว... ภาพนั้นสลักลึกอยู่ในหัวสมองของเขามาตลอด เพียงแต่จิตใต้สำนึกพยายามฝังกลบมันไว้เพื่อความอยู่รอด "ธันวา..." ศิลาเปล่งเสียงลอดไรฟัน น้ำเสียงแหบพร่าแต่เต็มไปด้วยแรงอาฆาตที่ไม่อาจปิด "หืม? ว่าไงศิลา ดูเหมือนนายจะเจอ... อะไรบางอย่างสินะ" ปลายสายหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงนั้นเย็นเยียบเสียจนน่าขนลุก "ระวังให้ดีนะ ความทรงจำบางอย่าง ถ้ารื้อฟื้นขึ้นมาผิดเวลา มันอาจจะย้อนกลับมาฆ่านายเอง" *ติ๊ด.* สายถูกตัดไปอย่างไร้เยื่อใย ทิ้งไว้เพียงเสียงสัญญาณเงียบงันที่ดังสะท้อนอยู่ในโสตประสาท ศิลายังคงถือโทรศัพท์ค้างไว้ ร่างกายสั่นเทาเล็กน้อยไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นความโกรธแค้นที่ระอุขึ้นจนถึงขีดสุด "คุณศิลา..." รินรดาลุกขึ้นเดินเข้ามาใกล้ น้ำเสียงของเธอนุ่มนวลและระมัดระวังราวกับกำลังเข้าใกล้สัตว์ป่าที่บาดเจ็บ "เมื่อกี้... คุณจำอะไรได้ใช่ไหม?" ศิลาเงยหน้าขึ้นสบตาเธอ แววตาที่เคยสุขุมเยือกเย็นบัดนี้แดงก่ำเต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอย "ฉันเห็น... ฉันจำหน้ามันได้แล้ว รินรดา" หญิงสาวสูดหายใจเข้าลึก หัวใจกระตุกวูบ "ใคร? ใครคือคนร้ายในคืนนั้น?" ศิลากำลังจะอ้าปากเอ่ยชื่อที่ติดอยู่ริมฝีปาก ชื่อที่เชื่อมโยงกับผู้ทรงอิทธิพลเบื้องหน้าเบื้องหลังของเมืองนี้ ชื่อที่จะสั่นคลอนทุกรากฐานความยุติธรรมที่รินรดายึดถือ ทว่า... ก่อนที่คำพูดนั้นจะหลุดรอดออกมา เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้ง—ก๊อก ก๊อก ก๊อก—จังหวะหนักแน่น เย็นชา และไร้ซึ่งความเกรงใจ ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันอีกครั้ง ศิลาและรินรดากลั้นหายใจหันไปมองบานประตูไม้ที่ปิดสนิท ทว่ายังไม่ทันที่ใครจะได้ขยับตัว กลอนประตูก็ดันหมุนเปิดออกเองช้าๆ ราวกับถูกปลดล็อกไว้ตั้งแต่แรกแล้ว ร่างสูงในชุดสูทสีเข้มก้าวเข้ามาอย่างเงียบเชียบ แสงไฟสลัวจากภายนอกทาบทับเงาร่างนั้นให้ดูยาวใหญ่ราวกับปีศาจ และเมื่อผู้มาเยือนเงยหน้าขึ้นพร้อมรอยยิ้มบางเบาที่มุมปาก ศิลาก็แทบหยุดหายใจ ...เพราะคนๆ นั้น ยืนอยู่ตรงหน้าเขาแล้ว โดยไม่ต้องรอให้ตามหา... *ธันวา* ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปในความมืดมิดนี้ด้วยกันครับ — ราชันย์หอกทมิฬ
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หอกทมิฬเสียดนภา: ยุทธการล้างแค้นใต้แสงดวงดารา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%