ขอเป็นคนโปรดของคุณ (ศัตรูหัวใจคนนี้คือผมเอง)•ตอนที่ 15

คำสารภาพที่พูดไม่จบ

ผลงานโดย คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
เสียงกรุ๊งกริ๊งของกระดิ่งทองเหลืองเหนือกรอบประตูคาเฟ่ ไม่ได้เป็นเพียงแค่สัญญาณเตือนการมาเยือนของลูกค้าคนใหม่ แต่มันคือเสียงระฆังมรณะที่กระชากบรรยากาศสีชมพูละมุนละไม ระหว่างผมกับนายคิน ให้แตกกระเจิงเป็นเสี่ยงๆ ในเสี้ยววินาที “อ้าว... บังเอิญจังครับคิน ไม่คิดว่าจะเจอคนที่นี่” น้ำเสียงทุ้มนุ่มที่เคลือบไว้ด้วยความเยียบเย็นดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงโปร่งของ ‘เน็ต’ ที่ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ข้างโต๊ะของเราอย่างไร้ซึ่งมารยาทในการเว้นระยะห่าง ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาสไตล์มินิมอลกวาดตามองผมกับคินสลับกันไปมา ก่อนจะมาหยุดนิ่งที่รอยยิ้มค้างเติ่งบนใบหน้าของเดือนคณะวิศวะฯ ผมเห็นสันกรามของคินขบเข้าหากันจนนูนเด่น รังสีความหงุดหงิดแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาชนิดที่ว่า ถ้าความเกลียดชังมีรูปร่าง เน็ตคงถูกสายตาของคินเฉือนเป็นชิ้นๆ ไปนานแล้ว “นายมาทำไมที่นี่” คินเอ่ยถาม เสียงของเขาต่ำทุ้มและแหบพร่า เจือด้วยความรำคาญใจอย่างไม่คิดจะปิดบัง “ก็แค่เดินผ่านมาครับ เห็นร้านนี้น่านั่งดี เลยก้าวเข้ามา... ใครจะรู้ล่ะครับว่าจะได้เห็นภาพบาดตาบาดใจขนาดนี้” เน็ตยิ้มมุมปาก ส่งสายตาคมปลาบมาทางผมราวกับจะประกาศความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของ “ว่าแต่พาย... นั่งด้วยคนคงไม่ว่าอะไรนะครับ พอดีผมมีเรื่อง ‘สำคัญมาก’ ที่ต้องเคลียร์กับคินเป็นการส่วนตัวซะด้วยสิ” ผมเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ปรับสีหน้าให้เรียบเฉย ไร้ร่องรอยความตื่นตระหนก แม้ในใจจะเริ่มรู้สึกกรุ่นๆ ขึ้นมาบ้างแล้วก็ตาม คนกำลังเข้าด้ายเข้าเข็ม บรรยากาศโรแมนติกกำลังมาแท้ๆ ดันมีมารผจญโผล่มาขัดจังหวะซะได้ “เชิญตามสบายครับ พอดีผมอิ่มแล้ว และบังเอิญว่า...” ผมจงใจเว้นจังหวะ ปรายตามองหน้าคินที่ตอนนี้กำลังมองผมด้วยแววตาตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด “...มีธุระต้องรีบกลับพอดี” “พาย!” คินโพล่งออกมาเสียงดังลั่น จนลูกค้าโต๊ะมุมห้องหันมามอง แต่เขาไม่ได้สนใจสายตาใครเลย มือหนาเอื้อมมาคว้าข้อมือผมไว้แน่น แรงบีบไม่ได้รุนแรงจนเจ็บ แต่มันเต็มไปด้วยความร้อนรุ่มและอาการร้อนรนที่ผมสัมผัสได้ทันที “อย่าเพิ่งไป... นั่งลงก่อน” ผมก้มลงมองมือที่กุมข้อมือตัวเองไว้ แล้วเงยหน้าขึ้นสบตาคิน นัยน์ตาคู่คมที่เคยเต็มไปด้วยความมั่นใจและมาดกวนประสาท ตอนนี้กลับฉายแวววอนขออย่างที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน มันวูบไหวและร้อนรนเสียจนหัวใจผมกระตุกวูบ “ปล่อยเถอะครับคิน ให้เคลียร์ธุระ ‘สำคัญ’ ของคุณกับคุณเน็ตเขาไปเถอะ ผมไม่อยากเป็นก้างขวางคอใคร” ผมพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้คลื่นอารมณ์ แต่แฝงไว้ด้วยความประชดประชันนิดๆ ตามประสาคนปากจัด “ผมบอกว่าอย่าเพิ่งไปไงพาย!” คินเน้นเสียงต่ำ มือหนากระชับข้อมือผมแน่นขึ้นอีกนิดราวกับกลัวว่าผมจะหายวับไปกับตา ก่อนที่เขาจะหันไปตวัดสายตาคมกริบใส่เน็ตด้วยความเกรี้ยวกราด “ส่วนนาย... อยากพูดอะไรก็พูดมาตรงนี้ หรือถ้าไม่มีอะไรจะพูด ก็ไสหัวออกไปจากร้านซะ!” บรรยากาศรอบตัวอึมครึมลงทันตาเห็น เน็ตหุบยิ้มลง สีหน้าเปลี่ยนเป็นบึ้งตึงขึ้นมาทันทีเมื่อเจอความตรงไปตรงมาอย่างไร้เยื่อใยของคิน แต่เขาก็ยังฝืนหัวเราะในลำคอ พร้อมกับหย่อนตัวลงนั่งเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามเราหน้าตาเฉย โดยไม่ได้รับอนุญาต “ใจร้ายจังนะครับคิน ทั้งๆที่เราเคย...” เน็ตจงใจเว้นวรรค ปรายตามามองผมราวกับจะยั่วโมโห “...สนิทกันมากกว่านี้แท้ๆ ลืมหมดแล้วเหรอครับ ว่าเราเคยคุยอะไรกันไว้บ้าง” ผมแค่น้ำลายเหนียวๆ ลงคอ ความรู้สึกแปลບแปลบที่แล่นแปลบเข้ามาในอกไม่ใช่ความหึงหวง แต่มันคือความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะในโมเมนต์สำคัญต่างหากล่ะ ให้ตายสิ... เมื่อกี้คินทำท่าเหมือนจะบอกอะไรบางอย่างที่สำคัญมากๆ ออกมาอยู่แล้วเชียว! *“คือ... พาย... คือว่าฉัน...”* เสียงทุ้มที่ติดจะติดขัดและแววตาสั่นไหวของคินในวินาทีก่อนหน้านี้ ยังคงวนเวียนอยู่ในหัวผม คำพูดที่เขาพยายามกลืนกลับลงไปเพราะเสียงกระดิ่งบ้าๆ นั่น มันคืออะไรกันแน่? “ถ้าไม่มีอะไรจะพูด ผมขอตัวครับ” ผมตัดสินใจสะบัดข้อมือออกจากการเกาะกุมของคินเบาๆ แม้เขาจะพยายามรั้งไว้ แต่แรงดึงก็สู้ความตั้งใจของผมไม่ได้ ผมลุกขึ้นยืนเต็มความสูง คว้ากระเป๋าเป้ขึ้นสะพายไหล่ “เชิญพวกคุณเคลียร์กันตามสบายเลยนะครับ ผมไม่อยากฟังเรื่องราวความหลังของใครทั้งนั้น” “พาย! เดี๋ยวสิเว้ย!” คินลุกพรวดตามผมมาจนเก้าอี้ล้มระเนระนาด เสียงดังลั่นคาเฟ่ แต่ผมไม่หันกลับไปมอง ปล่อยให้ร่างสูงยืนค้างอยู่ตรงนั้นท่ามกลางสายตาของทุกคนในร้าน ผมก้าวเดินออกมาจากประตูคาเฟ่ ลมเย็นๆ ปะทะเข้ากับใบหน้าที่เริ่มร้อนผ่าวของผม ผมสูดหายใจเข้าลึกเพื่อระงับความรู้สึกปั่นป่วนในท้อง คินนะคิน... เกือบจะได้ฟังอยู่แล้วเชียว ทำไมต้องมีมารผจญมาขัดจังหวะทุกทีสินะ! ก้าวเท้าเดินออกมาได้ไม่ถึงสเปซหน้าคาเฟ่ เสียงฝีเท้าหนักๆ ที่คุ้นเคยก็วิ่งตามมาคว้าไหล่ผมไว้จากด้านหลัง แรงดึงทำให้ผมต้องหมุนตัวกลับไปเผชิญหน้ากับร่างสูงที่หอบหายใจน้อยๆ แววตาของคินตอนนี้มีแต่ความร้อนรนและหงุดหงิดจนแทบจะระเบิด “ปล่อยครับ ผมจะกลับคอนโด” ผมบอกเสียงแข็ง เชิดหน้าขึ้นสู้สายตา “อย่าเพิ่งงี่เง่าได้ไหมพาย ฟังฉันก่อน!” คินเสียงดังใส่ แต่มือหนายังคงจับไหล่ผมไว้แน่นไม่ยอมปล่อย “ไอ้เน็ตมันก็แค่คนคุยเก่าที่ฉันเลิกยุ่งไปนานแล้ว! มันไม่มีความหมายอะไรกับฉันเลยสักนิด ทำไมเธอต้องทำเป็นประชดด้วยวะ!” “ใครประชดครับ?” ผมเลิกคิ้วถามเสียงสูง รอยยิ้มกวนประสาทถูกยกขึ้นมาประดับบนใบหน้าเพื่อกลบเกลื่อนความหวั่นไหว “ผมไม่ได้ประชดสักหน่อย ผมแค่อยไม่อยากอยู่เป็นพยานรักให้พวกคุณต่างหากล่ะ เลิกกันไปแล้วก็ควรเคลียร์กันให้จบสิครับ จะวิ่งตามผมมาทำไม” “เพราะฉันไม่ได้อยากเคลียร์กับมันไง!” คินสวนกลับทันควัน น้ำเสียงของเขาดังขึ้นด้วยความเหลืออด ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้ามาในดวงตาผม “คนที่ฉันอยากเคลียร์... คนที่ฉันอยากพูดด้วยจริงๆ ตอนนี้ คือเธอต่างหากเล่าพาย!” หัวใจผมกระตุกวูบ เสียงรอบตัวราวกับถูกกดปุ่มปิดกั้นจนเงียบสนิท เหลือเพียงเสียงหอบหายใจของคนตรงหน้า และจังหวะหัวใจของตัวเองที่เต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก “วะ... ว่าไงนะ” ผมเผลอตะกุกตะกักออกไปอย่างเสียอาการ คินจ้องหน้าผมนิ่ง สันกรามขบเข้าหากันแน่นอีกครั้ง ลูกกระเดือกขยับขึ้นลงช้าๆ ยามที่เขาฃืนน้ำลายลงคอ มือที่จับไหล่ผมอยู่เปลี่ยนเป็นเลื่อนมากุมมือผมไว้ทั้งสองข้าง ความอบอุ่นจากฝ่ามือของเขาแผ่ซ่านเข้ามาจนใจผมสั่นสะท้าน “ฟังให้ดีนะพาย... ที่ฉันร้านวันนั้น ที่ฉันคอยตามกวนประสาท ที่ฉันหงุดหงิดเวลาเธอไปไหนมาไหนกับคนอื่น... มันไม่ใช่เพราะฉันว่างมากหรอกนะ” คินสูดหายใจเข้าลึก รวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มี ดวงตาคู่คมฉายแววแน่วแน่และจริงจังจนผมไม่กล้าแม้แต่จะหลบตา “แต่เป็นเพราะ...” *Rrrrrrr...* เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงของคินดังแทรกขึ้นมาทำลายบรรยากาศสีชมพูที่กำลังก่อตัวขึ้นอีกครั้งอย่างไม่รู้เวล่ำเวลา! คินขมวดคิ้วมุ่นด้วยความโกรธจัด เขาสบถออกมาคำหนึ่งอย่างหัวเสีย แต่ยังไม่ทันที่เขาจะควักโทรศัพท์ออกมากดตัดสายและปิดเครื่อง ร่างสูงของเน็ตก็ก้าวตามออกมาจากร้านคาเฟ่พอดี พร้อมกับหน้าจอโทรศัพท์ในมือของเจ้าตัวที่ชูขึ้นให้เราเห็น “ขอโทษทีนะคินที่ขัดจังหวะ...” เน็ตยิ้มเยาะ แววตาคมกริบมองมาที่ผมด้วยความสมเพชปนริษยา “แต่สายนี้... นายจำเป็นต้องรับจริงๆ นะคิน เพราะ ‘คุณแม่ของนาย’ เป็นคนโทรมาตามให้กลับบ้านด่วนที่สุด... ตอนนี้เลย” คินชะงักกึก สีหน้าที่กำลังจะเอ่ยคำสารภาพเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความตึงเครียดขึ้นมาในทันที ดวงตาคมตวัดมองหน้าจอโทรศัพท์ของเน็ตสลับกับหน้าผมด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิดหวังและอัดอั้นตันใจ ...และในวินาทีที่สบตากับผมนั้นเอง คินก็อ้าปากค้าง เตรียมจะเอ่ยประโยคสำคัญออกมาอีกครั้ง ท่ามกลางเสียงโทรศัพท์ที่ยังคงแผดเสียงร้องเตือนไม่หยุดหย่อน! ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ
สารจากนักเขียน (คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอเป็นคนโปรดของคุณ (ศัตรูหัวใจคนนี้คือผมเอง) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%