เสียงริงโทนรุ่นใหม่ล่าสุดจากหน้าจอสมาร์ตโฟนราคาแพงลิบลิ่วกำลังแผดเสียงกรีดร้องแข่งกับความเงียบงันภายในห้องนั่งเล่นของคอนโดมิเนียมหรูหรา แต่มันไม่ใช่สิ่งเดียวที่กำลังสั่นคลอนหัวใจของผมในวินาทีนี้
สายตาของคินที่มองตรงมา—นัยน์ตาสีเข้มคู่นั้นสะท้อนเงาของผมที่กำลังยืนถือแก้วน้ำอุ่นในมือ มือสั่นเล็กน้อยจนผิวน้ำกระเซ็นแตะขอบแก้ว ความเงียบระลอกใหญ่โถมทับลงมาระหว่างเราราวกับมีใครเอาแผ่นเหล็กหนามาปิดกั้น
"รับสิครับ..." ผมแค่นหัวเราะในลำคอ พยายามฝืนยกยมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มเยาะหยันที่ฝึกปรือมาอย่างดีเพื่อกลบเกลื่อนความเปราะบางข้างใน "โทรศัพท์นายแหกปากร้องเรียกขนาดนั้น ไม่เกรงใจคนโทรมา ก็เกรงใจแก้วหูฉันบ้างเถอะคิน"
คินไม่ขยับเขยื้อน ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนถึงข้อศอกยังคงยืนขวางทางเดินระหว่างโซฟากับเคาน์เตอร์ครัวไว้ทั้งหมด ใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะตีสีหน้านิ่งเรียบหรือกวนประสาทใส่ผมเสมอในยามปกติ ตอนนี้กลับฉายแววความหงุดหงิดระAคนลังเลอย่างเห็นได้ชัด นิ้วเรียวยาวของเขาขยับเข้าหาหน้าจอที่สว่างวาบแสดงชื่อ "เน็ต" โชว์หรี่แสงกะพริบ แต่เขาก็ยังไม่ยอมกดรับ
"ฉันบอกให้รับสายไง" ผมย้ำเสียงลอดไรฟัน พยายามถอยหลังหนีหนึ่งก้าวเมื่อเขาก้าวเข้ามาใกล้เกินกว่าระยะปลอดภัย "คนของนาย... หรืออดีตคนคุยที่ยังตัดไม่ขาดคนนั้น คงมีธุระสำคัญมากมั้งถึงได้โทรมาตื๊อไม่เลิกแบบนี้ ดึกดื่นป่านนี้แล้วด้วย เกรงใจเวลาส่วนตัวของเขาหน่อยสิครับคุณเดือนคณะ"
ประโยคประชดประชันถูกพ่นออกไปอย่างคล่องแคล่ว แต่น่าแปลกที่รสชาติในปากมันฝาดเฝื่อนเสียจนผมอยากจะกลืนคำพูดพวกนั้นกลับลงคอไปให้หมด
ความรู้สึกบางอย่างที่พยายามกดทับเอาไว้ตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา กำลังผุดพรายขึ้นมาทวงถามความจริง พาย... นายกำลังคาดหวังอะไรจากผู้ชายปากร้ายคนนี้กันแน่? คิดว่าตัวเองเป็นใคร ถึงได้ยืนรอคำสารภาพรักจากผู้ชายที่มีข่าวพัวพันกับคนอื่นไม่เว้นแต่ละวัน คิดว่าตัวเองพิเศษกว่าเน็ตหรือคนอื่นๆ ที่ผ่านมาอย่างนั้นหรือ?
เป็นแค่ของเล่นแก้เหงา... หรือเป็นแค่หมากตัวหนึ่งในเกมประลองอำนาจระหว่างเขากับอดีตคนคุยกันแน่?
ความคิดพวกนั้นวนเวียนอยู่ในหัวจนน่าเวียนหัว ภาพที่เน็ตเดินเข้ามาคลอเคลียคินในงานปาร์ตี้คณะเมื่อคืนซ้อนทับขึ้นมาในโสตประสาท คำพูดเย้ยหยันของเพื่อนสนิทฝ่ายนั้นที่แอบกระซิบข้างหูผมว่า *'คินก็แค่เบื่อของเก่า เลยหาของเล่นใหม่แก้เซ็งไปวันๆ'* มันดังก้องกังวานยิ่งกว่าเสียงโทรศัพท์ที่ยังคงแผดเสียงไม่หยุด
"เลิกทำหน้าแบบนั้นสักทีพาย" ในที่สุดคินก็ขยับปากพูด เสียงทุ้มต่ำของเขาแหบพร่าเล็กน้อย มันไม่ใช่เสียงดุดันแบบที่ใช้เวลาเถียงกัน แต่มันคือเสียงที่เต็มไปด้วยแรงกดดันบางอย่างที่ทำให้ผมหายใจไม่ทั่วท้อง
"หน้าฉันมันทำไมเหรอครับ?" ผมเชิดคางขึ้น สบตาเขาตรงๆ แม้ว่าหัวใจข้างในจะเต้นรัวจนแทบกระเด็นหลุดออกมานอกอก "หน้าของคนที่กำลังจับได้ว่าตัวเองกำลังถูกหลอกให้ตายใจ เพื่อเป็นตัวตลกคั่นเวลาไรงี้เหรอ? ถ้าใช่... นายก็ช่วยกรุณาบอกตรงๆ เถอะคิน ฉันจะได้เลิกเล่นละครฉากนี้กับนายสักที เสียเวลาชีวิตชะมัด"
สิ้นคำพูดของผม แววตาของคินก็เปลี่ยนไปทันที ความลังเลเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงประกายความดุดันและดื้อรั้นแบบที่ผมคุ้นเคย แต่ลึก
"นายคิดแบบนั้นจริงๆ เหรอพาย?" คินก้าวเข้ามาประชิดตัวผมอย่างรวดเร็วจนผมไม่ทันตั้งตัว แผ่นหลังของผมชนเข้ากับเคาน์เตอร์ครัวเย็นเฉียบในวินาทีต่อมา ก่อนที่วงแขนแข็งแรงจะยกขึ้นกักกันผมไว้ด้วยการวางมือทั้งสองข้างยันกับเคาน์เตอร์ คร่อมร่างผมไว้โดยสมบูรณ์ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสานกับกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยเข้าแตะจมูกจนสติผมเกือบหลุดลอย
ใกล้เกินไป... ใกล้จนสัมผัสได้ถึงไอความร้อนจากร่างกายของเขา
"ถอยไปนะคิน..." ผมพยายามดันอกแกร่งของเขาออก แต่เขากลับนิ่งสนิทราวกับกำแพงคอนกรีต
"ฉันถามว่านายคิดแบบนั้นจริงๆ ใช่ไหม?" เขาโน้มใบหน้าลงมาต่ำจนหน้าผากเกือบจะชิดกัน นัยน์ตาสีเข้มคู่นั้นจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของผมราวกับจะค้นหาความจริงทั้งหมด "คิดว่าฉันทำทั้งหมดนี่... คอยตามหึง ตามกวนประสาท คอยกันท่าไอ้พวกผู้ชายที่เข้ามาจีบนาย คอยมานั่งหงุดหงิดเวลาเห็นนายไปยิ้มให้คนอื่น... ทั้งหมดนี่นายคิดว่าฉันทำเล่นๆ เป็นของแก้เหงาอย่างนั้นเหรอพาย?"
"แล้วจะให้ฉันคิดยังไงล่ะ!" ผมเผลอตะคอกใส่เขาด้วยความอึดอัดที่สะสมมานาน น้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อยอย่างควบคุมไม่ได้ "ในเมื่อนายยังเคลียร์ตัวเองกับเน็ตไม่ขาดสาย ในเมื่อโทรศัพท์นายยังดังระเบิดระเบนต์ตอนดึกดื่นแบบนี้ นายให้ความหวังฉัน แต่ในขณะเดียวกันนายก็ยังเปิดประตูต้อนรับคนเก่าของนายอยู่ตลอดเวลา นายใจร้ายเกินไปแล้วนะคิน!"
คำว่า 'ใจร้าย' หลุดออกจากปากผมพร้อมกับความรู้สึกน้อยใจที่พรั่งพรูออกมาอย่างไร้การควบคุม ผมเกลียดตัวเองที่เป็นแบบนี้ เกลียดที่ปล่อยให้ผู้ชายคนนี้มีอิทธิพลต่อความรู้สึกได้มากขนาดนี้
คินชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นแววตาที่ไหววาระรอกของผม มือหนาที่เคยยันเคาน์เตอร์เปลี่ยนมาเป็นฝ่ายคว้าข้อมือผมข้างหนึ่งไว้อย่างเบามือ ไม่ได้บีบเค้นด้วยความรุนแรงเหมือนทุกที แต่กลับกุมกระชับไว้อย่างมั่นคงราวกับกลัวว่าผมจะหายวับไปกับตา
"ฉันไม่เคยให้ความหวังใครนอกจากนาย..." คินกระซิบชิดริมฝีปาก เสียงของเขาอ่อนลงอย่างที่ผมไม่เคยได้ยินมาก่อน มันเป็นน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความจริงจังและเว้าวอน "และเรื่องเน็ต... ฉันจบมันไปนานแล้ว ตั้งแต่วันที่ฉัน..."
*กริ๊งงงงงงง!*
เสียงโทรศัพท์มือถือที่เงียบไปชั่วขณะ กลับแผดเสียงแหลมสูงขึ้นมาอีกครั้งอย่างขัดจังหวะ และในวินาทีที่คินกำลังจะเอ่ยประโยคสำคัญที่ผมรอคอย หน้าจอดังกล่าวก็สว่างวาบขึ้นมาพร้อมกับภาพตัวอักษรที่เปลี่ยนไป... ไม่ใช่ชื่อของเน็ต แต่เป็นข้อความแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันแชทที่เด้งขึ้นมาหราบน1หน้าจอ
คินก้มมองหน้าจอเพียงเสี้ยววินาที แต่แค่นั้นก็เพียงพอที่จะทำให้กรามของเขาขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน
ผมก้มมองตามสายตาของเขา และหัวใจที่เต้นระรัวเมื่อครู่ก็หล่นวูบลงไปอยู่ที่ตาตุ่มทันที
ภาพที่ปรากฏบนหน้าจอคือรูปถ่ายคู่ของคินกับเน็ตเมื่อสมัยเรียนปีหนึ่ง พร้อมข้อความสั้นๆ แต่บาดลึกถึงขั้วหัวใจส่งตรงมาจากเบอร์ของเน็ต—
*[ถ้าคินไม่ยอมลงมาหาฉันที่ล็อบบี้ตอนนี้... อย่าหาว่าฉันไม่เตือนเรื่องรูปพวกนี้นะคะ]*
ผมเงยหน้าขึ้นสบตากับคินอีกครั้ง รอยยิ้มเยาะหยันผุดขึ้นที่มุมปากของผมเองโดยอัตโนมัติ มันเป็นรอยยิ้มที่เจ็บปวดเสียยิ่งกว่าการถูกตบหน้าฉาดใหญ่
"เคลียร์ให้จบเถอะครับ..." ผมพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เย็นชา และไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ ทั้งสิ้น ผิดกับหัวใจที่กำลังแตกสลายเป็นเสี่ยงๆ "แฟนเก่าของนายมารออยู่ข้างล่างแล้ว... อย่าปล่อยให้เขารอนานเลย เสียเวลาความสุขของพวกนายเปล่าๆ"
คินหน้าถอดสีทันที เขารีบปล่อยมือจากข้อมือผมแล้วเอ่ยเสียงร้อนรน "พาย! ฟังฉันก่อน มันไม่ใช่—"
"ไม่ต้องอธิบายอะไรทั้งนั้น" ผมถอยหลังกรูดออกห่างจากเขาจนกระทั่งแผ่นหลังชนประตูห้องนอน ดวงตาร้อนผ่าวแต่ผมกลั้นมันไว้ไม่ให้หยดน้ำตาแห่งความพ่ายแพ้ไหลออกมาให้เขาได้เห็น "เชิญลงไปหาเขาเถอะครับ... และหลังจากคืนนี้ ไม่ต้องมาให้ฉันเห็นหน้าอีกนะคิน"
พูดจบ ผมก็หมุนตัวเปิดประตูห้องนอนแล้วก้าวเข้าไปข้างใน ปิดกระแทกใส่หน้าเขาอย่างแรงด้วยมือที่สั่นเทา ท่ามกลางเสียงเรียกชื่อผมด้วยความตกใจของคินที่ดังแว่วมาจากอีกฝั่งของบานประตู
แต่ก่อนที่ผมจะได้ทิ้งตัวลงร้องไห้บนเตียง เสียงเคาะประตูกลับดังขึ้นรัวๆ ตามด้วยเสียงทุ้มต่ำที่ตะโกนเข้ามาด้วยความร้อนรน
"พาย! เปิดประตูเดี๋ยวนี้! เน็ตมันไม่ได้ส่งมาแค่รูป... แต่มันบอกว่า..."
ประโยคของคินขาดหายไป พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักๆ ที่วิ่งออกไปทางประตูหน้าห้อง และเสียงบิดลูกบิดประตูห้องชุดที่ดังขึ้น ตามด้วยเสียงทักทายจากบุคคลที่สามที่ก้าวล้ำเข้ามาในอาณาเขตห้องของคินโดยไม่ได้รับเชิญ!
"อุ๊ย... ดูเหมือนฉันจะมาขัดจังหวะเวลาสวีทของคุณสองคนสินะคะ คิน?"
เสียงหวานแหลมที่คุ้นเคยเอ่ยทักทายขึ้นกลางห้องนั่งเล่น ทำเอาลมหายใจของผมสะดุดกึกลงทันทีที่ยืนอยู่หลังบานประตูห้องนอน!
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ยังอินและฟินไปกับความปากแข็งของเจ้าพวกตึงคู่นี้เสมอนะครับ
ขอเป็นคนโปรดของคุณ (ศัตรูหัวใจคนนี้คือผมเอง)•ตอนที่ 16
ความไม่มั่นใจในใจพาย
ผลงานโดย คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอเป็นคนโปรดของคุณ (ศัตรูหัวใจคนนี้คือผมเอง) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!