ขอเป็นคนโปรดของคุณ (ศัตรูหัวใจคนนี้คือผมเอง)•ตอนที่ 25

แรงกดดันจากคนรอบข้าง

ผลงานโดย คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
"ถอยไปหน่อยได้ไหมครับ พอดีอากาศแถวนี้มันเริ่มมีกลิ่นแปลกปลอม... หายใจไม่ค่อยสะดวกเท่าไหร่" เสียงหวานใสแต่แฝงไว้ด้วยความเฉคมบาดลึกดังขึ้น ท่ามกลางวงล้อมของนักศึกษานับสิบชีวิตที่เบียดเสียดกันเข้ามาหน้าตึกคณะนิเทศศาสตร์ พายยืนกอดอกนิ่ง สีหน้าเรียบเฉยแต่ดวงตากลมโตกลับพราวระยับด้วยความเย้ยหยัน เขากวาดสายตามองกลุ่มคนที่ยืนล้อมหน้าล้อมหลังราวกับกำลังสำรวจสิ่งมีชีวิตแปลกประหลาดในสวนสัตว์ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกในสัปดาห์นี้ และแน่นอนว่ามันไม่ใช่ครั้งสุดท้ายที่เขาต้องตกเป็นเป้าสายตาของ 'แฟนคลับ' ตัวยงของเดือนคณะวิศวะฯ อย่างคิน นับตั้งแต่ภาพหลุดตอนที่เขาถูกคินอุบาสถ์ริมฝีปากลากตัวขึ้นรถในลานจอดรถวันนั้น ชีวิตสงบสุขของนักศึกษาปี 2 อย่างพายก็ปลิวหายไปกับสายลม ข่าวลือสารพัดถูกปั้นแต่งขึ้นมาในโซเชียลมีเดีย บ้างก็ว่าเขาเป็น 'เด็กเส้น' ที่ใช้มารยาเข้าหาเดือนวิศวะ บ้างก็ว่าเป็นแค่ของเล่นชั่วคราวที่รอวันเขี่ยทิ้ง แต่ที่หนักหนาที่สุดคือบรรดาติ่งคลั่งรักที่มองว่าเขาเป็น 'ศัตรูตัวฉลาด' ที่กล้าอาจหาญมาแย่งชิงความโสดของสามีแห่งชาติ "นายเป็นใครวะ ถึงกล้าเข้าใกล้พี่คินขนาดนั้น?" เสียงแหลมสูงของเด็กปีหนึ่งคณะบริหารฯ คนหนึ่งดังแทรกขึ้นมา เธอแต่งหน้าจัดเต็มจนหนาเตอะ กระเป๋าแบรนด์เนมราคาแพงถูกยกขึ้นมาคล้องแขนทำท่าทางราวกับจะเอาเรื่อง ดวงตาคู่นั้นจ้องมองพายด้วยความริษยาอย่างไม่ปิดบัง พายเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งอย่างนึกขัน เขายกยิ้มมุมปาก ย่างสามขุมเข้าไปใกล้เด็กสาวคนนั้นช้าๆ จนอีกฝ่ายเผลอถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว ความนิ่งสงบและท่าทีเหนือกว่าของพายทำให้บรรยากาศรอบข้างที่เคยอื้ออึงพลันเงียบลงชั่วขณะ "อยากรู้เหรอครับว่าผมเป็นใคร..." พายโน้มตัวเข้าไปกระซิบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา แต่ดังพอที่จะได้ยินกันทั่ว "ไปถาม 'พี่คิน' ของพวกคุณดูสิครับ เผื่อเขาจะกรุณาเล่าความจริงให้ฟัง... ว่าใครกันแน่ที่เป็นคนวิ่งไล่ตามตื๊อจนผมรำคาญจนแทบจะเอาไม้กวาดไล่ตีอยู่แล้ว" คำพูดนั้นทำเอาคนฟังหน้าถอดสี เสียงฮือฮาจากรอบด้านดังขึ้นระลอกใหญ่ บรรดาแฟนคลับเริ่มซุบซิบกันด้วยความไม่พอใจ บ้างก็แสดงอาการฮึดฮัดเพราะรับไม่ได้ที่ได้ยินว่าไอคอนหนุ่มสุดฮอตของพวกเธอตกเป็นฝ่ายวิ่งตามคนอื่น แต่ก่อนที่สถานการณ์จะบานปลายไปมากกว่านั้น เสียงทุ้มต่ำคุ้นเคยก็ดังแทรกฝูงชนเข้ามาด้วยโทนเสียงที่เย็นยะเยือกจนน่ากลัว "เกิดอะไรขึ้นตรงนี้?" ร่างสูงใหญ่ของคินก้าวแหวกฝูงชนเข้ามาด้วยใบหน้าบึ้งตึง ดวงตาคมกริบกวาดมองรอบตัวด้วยรัศมีคุกคามที่แผ่ซ่านจนทุกคนต้องยอมถอยร่นเปิดทางให้โดยอัตโนมัติ เสื้อช็อปสีกรมท่าไม่ได้ติดกระดุมบนเผยให้เห็นแผงอกกว้างและสร้อยเงินเส้นเก่ง คินพุ่งตรงมาหยุดยืนซ้อนหลังพายไว้ทันที มือหนาคว้าหมับเข้าที่เอวบางของคนตัวเล็กกว่าอย่างถือสิทธิ์ พร้อมกับตวัดสายตาดุร้ายมองกราดไปยังกลุ่มแฟนคลับที่ยืนอออยู่ "พวกคุณว่างมากเหรอ ถึงมารวมตัวกันส่งเสียงน่ารำคาญแถวนี้?" คินเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบขาดจนบรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงหลายองศา "ถ้าไม่มีอะไรทำ ไปอ่านหนังสือเตรียมสอบโน่น หรือถ้าสมองว่างมากจนอยากมีเรื่อง... ผมยินดีสงเคราะห์ให้ไปเคลียร์กับฝ่ายวินัย" ไม่มีใครกล้าปริปากเถียงสักคน แม้แต่เด็กสาวปีหนึ่งที่เพิ่งอวดเก่งใส่พายเมื่อครู่ก็ยังก้มหน้าหดหัวเงียบกริบ คินขึ้นชื่อเรื่องความโหดและไม่แคร์ใครอยู่แล้ว ยิ่งตอนนี้สีหน้าของเขามืดมนราวกับพายุเข้า ยิ่งไม่มีใครกล้าท้าทายอำนาจมืดของเดือนวิศวะคนนี้ พายเหลือบตามองคนข้างกายที่ยืนบังลมบังแดดให้เขาอย่างมิดชิด ความรู้สึกอุ่นวาบแล่นแปล๊บขึ้นมาในอกอย่างห้ามไม่ได้ แม้ปากจะบอกว่ารำคาญความวุ่นวาย แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า การมีผู้ชายคนนี้ก้าวเข้ามาปกป้องในยามคับขันมันให้ความรู้สึก... ปลอดภัยอย่างประหลาด "นายจัดการความวุ่นวายเก่งนี่" พายกระซิบเบาๆ เมื่อคินดึงตัวเขาให้เดินเลี่ยงออกมาจากตรงนั้น มุ่งหน้าไปยังลานจอดรถด้านหลังคณะ คินหยุดเดินแล้วหันกลับมามองคนตัวเล็ก สายตาที่เคยมองคนอื่นด้วยความดุดันแปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนแกُมดุในเสี้ยววินาที มือหนายื่นออกไปใช้นิ้วโป้งเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปรกหน้าผากมนของพายออกอย่างเบามือ ท่าทางทะนุถนอมนั้นทำเอาพายถึงกับชะงัก ลมหายใจสะดุดไปชั่วขณะ "รู้ว่าอันตราย ทำไมไม่โทรหาฉัน?" คินถามเสียงเข้ม แววตาฉายความไม่พอใจระคนห่วงใยอย่างชัดเจน "ปล่อยให้ยืนท่า 10 ต่อ 1 แบบนั้นสนุกมากรึไง หื้ม?" "ฉันไม่ใช่เด็กสามขวบนะคิน ถึงต้องวิ่งแจ้ไปฟ้องนายทุกครั้งที่มีคนมามองแรงใส่" พายเชิดหน้าขึ้นเถียงตามฟอร์ม ถึงใจจะเต้นแรงจนแทบกระเด็นออกมานอกอกก็เถอะ "อีกอย่าง... คนพวกนั้นก็แค่อิจฉาที่ฉันหน้าตาดีเกินหน้าเกินตาเท่านั้นแหละ นายควรภูมิใจนะที่มีคนโปรดระดับพรีเมียมขนาดนี้" คินหลุดหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมก้าวร้าวเมื่อครู่อ่อนแสงลงจนกลายเป็นประกายพราวระยับ เขาก้าวเข้าไปประชิดตัวพายอีกก้าว จนแผ่นหลังบางชนเข้ากับเสาปูนโรงจอดรถอย่างไร้ทางหนี คินยกแขนขึ้นกักตัวพายไว้ทั้งสองข้าง โน้มใบหน้าหล่อเหลาลงมาจนปลายจมูกแทบจะชนกัน กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยเข้ามารบกวนประสาทสัมผัสจนพายต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "ปากดีแบบนี้... ต้องโดนทำโทษซะให้เข็ด" คินกระซิบชิดริมฝีปาก สายตาร้อนแรงจ้องมองกลีบปากอิ่มที่กำลังขยับเถียงอย่างเอาเป็นเอาตาย หัวใจของพายเต้นระรัวราวกับตีกลองชุด แรงกดดันจากรอบข้างที่เคยน่าหงุดหงิดมลายหายไปสิ้น เมื่อโลกทั้งใบเหลือเพียงแค่สายตาคู่คมที่กำลังจดจ้องมองมาที่เขาคนเดียว แต่ทว่า... ในจังหวะที่หัวใจกำลังจะหลุดออกจากอกและริมฝีปากของทั้งคู่กำลังจะเคลื่อนเข้าหากัน เสียงแจ้งเตือนข้อความจากโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของคินก็ดังขึ้นทำลายบรรยากาศสีชมพูฉับพลัน คินขมวดคิ้วด้วยความหงุดหงิด แต่พายอาศัยจังหวะชุลมุนนั้นดันอกอีกฝ่ายให้ออกห่างแล้วก้มลงมองหน้าจอโทรศัพท์ที่สว่างวาบขึ้นมาพอดี หน้าจอแสดงชื่อผู้ติดต่อที่ทำให้รอยยิ้มกวนประสาทของพายแข็งค้างไปในทันที ขณะที่คินเองเมื่อก้มลงมองตามก็ชะงักไปเช่นกัน ชื่อนั้นคือ... **'เน็ต'** พร้อมกับข้อความสั้นๆ ที่ส่งตรงเข้ามาหน้าจอ: *[พี่คิน... ช่วยลงมาหาผมที่ลานจอดรถใต้ตึกคณะหน่อยครับ เน็ตมีเรื่องสำคัญมากเกี่ยวกับพาย... ที่พี่ต้องรู้]* พายเงยหน้าขึ้นสบตากับคินทันที บรรยากาศรอบตัวที่เคยหวานฉ่ำเมื่อครู่พลันเย็นเยียบลงในพริบตาเดียว... ขอบคุณที่ติดตามอ่านและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ
สารจากนักเขียน (คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอเป็นคนโปรดของคุณ (ศัตรูหัวใจคนนี้คือผมเอง) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%