ขอเป็นคนโปรดของคุณ (ศัตรูหัวใจคนนี้คือผมเอง)•ตอนที่ 6

หวงก้างแบบคนปากแข็ง

ผลงานโดย คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
"อ้าว คิน... พาย... มาสุมหัวทำอะไรกันอยู่ตรงนี้สองคนเนี่ย?" เสียงทุ้มหวานแต่แฝงความจงใจลากเสียงยาวของ 'เน็ต' ดังแทรกขึ้นกลางบรรยากาศอึมครึมที่กำลังก่อตัวขึ้นระหว่างผมกับไอ้คิน เจ้าของร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนเผยให้เห็นรอยสักจางๆ ที่ข้อมือเดินนتالเข้ามาใกล้ รอยยิ้มพิมพ์ใจถูกประดับไว้บนใบหน้าอย่างพอเหมาะพอเจาะ ดวงตาสีอ่อนคู่นั้นกวาดมองผมกับไอ้คินสลับกันไปมาด้วยความหมายบางอย่างที่ต่อให้คนซื่อบื้อระดับอนุบาลก็ยังดูออกว่าตั้งใจเข้ามาปั่นป่วน ผมชักสีหน้าใส่ทันทีตามสัญชาตญาณของการป้องกันตัว แต่ยังไม่ทันที่ผมจะได้อ้าปากตอกกลับอะไรออกไป แรงกระชากที่ข้อมือซ้ายก็ทำให้ผมเซถลาเข้าไปปะทะกับแผงอกกว้างของไอ้คินอย่างแรง กลิ่นน้ำหอมผู้ชายปนกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยเข้าแตะจมูกพร้อมกับแรงบีบที่ข้อมือซึ่งเพิ่มระดับความเจ็บขึ้นมาอีกนิด แต่มันยังไม่เท่ากับรังสีความเย็นยะเยือกที่แผ่ออกมาจากตัวคนตัวโตกว่าในเวลานี้ "เรื่องของเรา... มันหนักหัวนายรึไงเน็ต?" เสียงทุ้มต่ำของไอ้คินรอดไรฟันออกมา มันไม่ใช่แค่การพูดคุยธรรมดาแต่มันคือการประกาศอาณาเขตแบบไม่อ้อมค้อม ดวงตาคมกริบของเดือนคณะวิศวะฯ ที่ปกติมักจะมองโลกด้วยความเบื่อหน่าย ตอนนี้กลับวาวโรจน์ขึ้นด้วยเปลวเพลิงแห่งความหงุดหงิดที่เจ้าตัวอาจจะยังไม่ยอมรับด้วยซ้ำว่ามันคืออะไร ผมพยายามบิดข้อมือตัวเองให้หลุดจากการพันธนาการ แต่มันกลับยิ่งถูกตรึงไว้แน่นหนาราวกับคีมเหล็ก "นี่... ปล่อยนะไอ้คิน เจ็บเว้ย!" ผมกระซิบลอดไรฟัน พยายามส่งสายตาพิฆาตไปให้คนที่ยืนบังผมไว้มิดทั้งตัว แต่ไอ้คินไม่สนใจเสียงทท้วงของผม สายตาของมันยังคงจ้องเขม็งไปยังเน็ตที่ตอนนี้หุบยิ้มลงเล็กน้อยเมื่อเจอสายตาดุดันระดับฆ่าคนได้ของอีกฝ่าย "แหม คินก็... เน็ตก็แค่ทักทายตามประสาคนเคย..." เน็ตเว้นจังหวะ ปรายตามองผมด้วยหางตาแวบหนึ่ง ก่อนจะยิ้มหวานหยาดเยิ้มให้ไอ้คิน "คนเคยสนิทกันเองนะ คินดูหวงก้างแปลกๆ นะครับเนี่ย ปรกติเห็นบอกว่ารำคาญไม่ใช่เหรอ... คนแบบเนี้ย" คำว่า 'คนแบบเนี้ย' พร้อมกับปลายนิ้วเรียวที่ยกขึ้นมาปัดปานจะจงใจชี้มาทางผม ทำให้เส้นความอดทนในหัวของผมขาดผึ่งทันที "อ๋อเหรอครับ คนเคยสนิทเนี่ยหมายถึงคนที่โดนเทจนต้องมาเดินเร่หาเศษความสนใจแถวคณะนิเทศฯ เหรอครับ? พอดีผมไม่ได้เป็นพวกชอบเก็บของเก่ารีไซเคิลซะด้วยสิเน็ต ถ้าจะกรุณาช่วยถอยไปไกลๆ ทางหน่อย กลิ่นน้ำหอมราคาถูกมันรบกวนจมูกคนแถวนี้" ผมสวนกลับทันควัน รอยยิ้มการค้าถูกปั้นแต่งขึ้นบนใบหน้าอย่างเย้ยหยัน ดวงตาหรี่มองอีกฝ่ายด้วยความเหยียดหยามแบบไม่คิดจะเกรงใจ เน็ตหน้าเจื่อนลงทันที สีหน้าปรับเปลี่ยนแทบไม่ทัน ดวงตาคู่สวยฉายแววไม่พอใจอย่างปิดไม่มิด "นี่นาย..." "พาย พอ." เสียงทุ้มห้วนของไอ้คินขัดขึ้น น้ำเสียงนั้นดุดันจนผมต้องหันไปค้อนใส่ซักขวับ แต่มันไม่ได้ห้ามเน็ตนะ... มันห้ามผม! "อะไรเล่า! ก็มันมากวนประสาทก่อนป่ะวะ นายจะไปปกป้องมันทำซากอะไร..." ผมตวาดแว้dใส่ไอ้คินด้วยความฉุนเฉียวที่พุ่งทะลุปรอท ทำไมวะ? เวลาผมโดนหาเรื่องทำไมไอ้หมอนี่ต้องทำเสียงดุใส่ผมตลอด แทนที่จะไปด่าคนเริ่มก่อน! "ไม่ได้บอกให้พูดมาก... เจ็บข้อมือไม่ใช่รึไง ยืนเงียบๆ ไปเหอะน่า" น้ำเสียงของมันอ่อนลงนิดหนึ่งแต่ก็ยังแข็งกระด้างตามสไตล์คนปากหมา ก่อนที่มันจะดึงผมให้ขยับถอยหลังไปก้าวหนึ่งเพื่อให้ตัวมันบังเน็ตไว้มิดชิดยิ่งขึ้น การกระทำที่ขัดแย้งกับคำพูดสิ้นดีแบบนี้มันคืออะไรกันแน่วะไอ้คิน ปากบอกรำคาญ ปากบอกไม่แคร์ แต่การกระทำนี่มันหวงก้างแบบชัดเจนระดับสתูดิโอจอห์นสันเลยไม่ใช่รึไง! เน็ตกัดริมฝีปากล่างอย่างขัดใจเมื่อเห็นท่าทีปกป้อง (ที่เจ้าตัวอาจจะปฏิเสธหัวชนฝา) ของไอ้คิน ก่อนจะปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นปกติแล้วหัวเราะเบาๆ ในลำคอ "ตามใจคินก็แล้วกันนะ... หวังว่าคินจะ 'ทน' กับความปากจัดของเด็กนี่ได้นานพอนะ ระวังจะโดนจิกกัดจนพรุนทั้งตัวไม่รู้ตัวล่ะ" เน็ตทิ้งท้ายด้วยประโยคเชือดเฉือนก่อนจะหมุนตัวเดินน่องสะบัดจากไป ทิ้งให้ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ตรงนั้นชั่วขณะ ทันทีที่แผ่นหลังของเน็ตลับตาไป แรงบีบที่ข้อมือของผมก็คลายลง แต่ไอ้คินก็ยังไม่ยอมปล่อยมือผมอยู่ดี มันยืนนิ่ง ก้มหน้ามองผมด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก แววตานั้นซับซ้อนเกินกว่าที่คนปากร้ายอย่างมันจะแสดงออกมาง่ายๆ "ปล่อยได้ยัง? เลือดจะไปลมจะมาที่มือหมดแล้วเนี่ย ไอบ้าคิน" ผมสะบัดข้อมือแรงๆ อีกที คราวนี้มันยอมปล่อยแต่โดยดี ผมยกมือขึ้นมาลูบรอยแดงจางๆ บนข้อมือตัวเองพร้อมกับทำหน้ายักษ์ใส่ "เป็นบ้าอะไรของนายวะ อยู่ดีๆ ก็ลากมา ปล่อยให้ฉันจัดการเองก็สิ้นเรื่อง" "จัดการอะไร? ปากเก่งใส่เขาแล้วก็โดนตอกกลับหน้าหงายเนี่ยนะ?" คินสวนกลับเสียงเรียบ แต่นัยน์ตากลับพราวระยับด้วยความหงุดหงิดที่ยังจางหายไปไม่หมด "หน้าหงายตรงไหน? นายเห็นเหรอว่าฉันหงาย? ตาก็มี ทำไมไม่ดูให้ดีว่าใครกันแน่ที่หน้าชาจนต้องเดินหนีไปเอง!" ผมเถียงคอเป็นเอ็น อารมณ์พุ่งปรี๊ดขึ้นมาอีกรอบเมื่อเจอคำพูดดูถูกความสามารถในการวาทศิลป์ของตัวเอง "แล้วอีกอย่าง... นายจะไปเดือดร้อนแทนเขาทำไม กลัวถ่านไฟเก่ามันลุกพรึบขึ้นมาหรือไงถึงได้รีบเบรกฉันซะหัวทิ่มหัวตำขนาดนั้น?" ประโยคหลังผมตั้งใจหลุดปากแซะออกไปเองแหละ ยอมรับเลยว่าหมั่นไส้ท่าทีหวงก้างแบบปากแข็งของมันเต็มทน อยากรู้นักว่าคนฟอร์มจัดอย่างไอ้คินจะแก้ตัวยังไง ไอ้คินชะงักไปนิด ดวงตาคมกริบหรี่ลงมองหน้าผมนิ่ง ใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะตีสีหน้าเรียเฉยอยู่เสมอตอนนี้กลับตึงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด สันกรามคมขบเข้าหากันจนนูนเด่น บรรยากาศรอบตัวมันเริ่มคุกกรุ่นขึ้นมาอีกครั้งในแบบที่ต่างออกไปจากเดิม มันไม่ใช่ความโกรธที่มีต่อเน็ต แต่มันคือความหงุดหงิดที่พุ่งตรงมาที่ผม... คนปากดีที่ดันพูดจาแทงใจดำมันเข้าเต็มเป๊ะ ก้าวขายาวๆ ของมันขยับเข้ามาประชิดตัวผมอย่างไร้รอยต่อ จนผมต้องเผลอถอยหลังกรูดไปจนแผ่นหลังชนเข้ากับเสาปูนของตึกคณะอย่างไร้ทางหนี "ถ่านไฟเก่าอะไรของนาย?" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยชิดริมหู ลลมหายใจอุ่นๆ ที่เจือกลิ่นเมนทอลอ่อนๆ ปะทะเข้ากับซอกคอผมจนขนลุกซู่ ร่างสูงใหญ่ก้มตัวลงมาเล็กน้อย ใช้แขนข้างหนึ่งยันเสาปูนไว้ กักขังผมให้อยู่ในอาณาเขตของมันโดยสมบูรณ์ "อย่ามาพูดจาเลอะเทอะน่าพาย" "เลอะเทอะตรงไหน? ก็เห็นๆ อยู่ว่าแคร์เขานี่นา ไม่งั้นจะทำหน้ายักษ์ใส่ฉันทำไมเวลาฉันด่าเขา?" ผมเชิดหน้าเถียงสู้ ถึงแม้แผ่นหลังจะติดเสาจนหนีไปไหนไม่ได้แล้วก็ตาม แต่ศักดิ์ศรีมันค้ำคอจะให้แสดงความอ่อนแอออกมาไม่ได้เด็ดขาด ดวงตากลมโตจ้องตอบดวงตาคู่คมของมันอย่างไม่เกรงกลัว "ใครแคร์?" คินเน้นเสียงต่ำ ใบหน้าหล่อเหลาโน้มเข้ามาใกล้จนปลายจมูกของเราเกือบจะชนกัน สัมผัสอุ่นร้อนจากตัวมันทำให้สติผมเริ่มกระเจิดกระเจิง "ฉันไม่ได้แคร์มัน... แต่ฉันรำคาญเสียงน่าหนวกหูของนายต่างหากที่คอยแต่จะหาเรื่องคนอื่นไปทั่ว" "อ๋อเหรอ... รำคาญมากมั้ง ถึงได้ยืนเฝ้าไม่ห่างแถมยังลากตัวฉันออกมาเนี่ยนะ?" ผมหัวเราะในลำคออย่างท้าทาย ปลายนิ้วเรียวแกล้งยกขึ้นไปจิ้มที่อกแกร่งของมันเบาๆ "ปากบอกรำคาญ แต่การกระทำนี่ตรงกันข้ามเลยนะคุณเดือนคณะ... หวงก้างเก่งจังนะครับช่วงนี้ กลัวฉันไปแย่งแฟนเก่ารึไง?" ดวงตาของไอ้คินไหววับไปชั่วขณะ มือหนาที่ยันเสาอยู่เปลี่ยนมาคว้าจับมือผมที่กำลังจิ้มอกมันอยู่ตรึงไว้แนบอกของมันแทน จังหวะหัวใจที่เต้นรัวอยู่ใต้ฝ่ามือของผมมันดังโครมครามจนน่าตกใจ หรืออาจจะตื่นเต้นเพราะความใกล้ชิดเกินเลยนี่กันแน่นะ... "ถ้าฉันจะหวง..." เสียงของมันแผ่วเบาลง แต่กลับทรงพลังและสร้างแรงสั่นสะเทือนในอกผมได้อย่างประหลาด ดวงตาคู่คมจ้องลึกเข้ามาในดวงตาผม ราวกับต้องการจะค้นหาความจริงบางอย่างที่ผมพยายามซ่อนไว้ "นายคิดว่าฉันกำลังหวงใครอยู่กันแน่... พาย?" คำถามนั้นทิ้งระยะค้างคาไว้กลางอากาศ ท่ามกลางความเงียบงันและระยะห่างที่ใกล้ชิดจนแทบไม่มีอากาศแทรกผ่าน หัวใจของผมกระตุกวูบอย่างแรง สมองที่เคยประมวลผลคำด่าได้อย่างรวดเร็วตอนนี้กลับขาวโพลนไปหมด ประโยคบอกเล่ากำกวมกับแววตาจริงจังที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อนจากไอ้คิน ทำให้ลมหายใจของผมสะดุดไปชั่วขณะ *ตึง!* เสียงฝ่ามือตบลงกับกำแพงด้านข้างดังสนั่น พร้อมกับเสียงหอบหายใจเหนื่อยอ่อนของใครบางคนดังแทรกเข้ามาทำลายบรรยากาศสีชมพูแกมดราม่าในเสี้ยววินาที "ไอ้คิน! พาย! อยู่กันนี่เอง... แฮ่กๆ ฉันตามหาพวกนายซะทั่วตึกเลย ชิบหายแล้ว... อาจารย์ภาควิชาเรียกพบด่วนเลยโว้ย เรื่องโปรเจกต์กลุ่มวิชาเอกที่พวกแกไปจับคู่กันทำพังไม่เป็นท่าแล้วตอนนี้!" ไอ้เนท (เพื่อนสนิทของผมเอง ไม่ใช่เน็ตคนเก่า) วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาหยุดยืนหอบแฮ่กอยู่ตรงหน้าเราสองคน สีหน้าของมันซีดเผือดราวกับเจอผีกลางวันแสกๆ ไอ้คินผละตัวออกจากผมช้าๆ ด้วยความไม่เต็มใจนัก ใบหน้าหล่อเหลากลับมาเรียบตึงเป็นปกติ แต่นัยน์ตายังคงฉายแววหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัดที่โดนขัดจังหวะสำคัญ ผมกะพริบตาปริบๆ ดึงสติตัวเองกลับมาแล้วหันไปมองหน้าเพื่อนสนิททันที "เดี๋ยวนะ... โปรเจกต์อะไรนะไอ้เนท? ฉันไปทำพังตอนไหน?" --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะเข้ามาติดตามและอินไปกับความปากแข็งของเจ้าพ่อวิศวะคนนี้ด้วยนะครับ!
สารจากนักเขียน (คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอเป็นคนโปรดของคุณ (ศัตรูหัวใจคนนี้คือผมเอง) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%