กลิ่นน้ำหอมกลิ่นวู้ดดี้เจือจางผสมกับกลิ่นไอฝนจางๆ ลอยอบอวลอยู่ในพื้นที่จำกัดภายในห้องซ้อมดนตรีหลังคณะนิเทศฯ ประตูบานทึบถูกลงกลอนอย่างแน่นหนา ตัดขาดจากความวุ่นวายภายนอกสิ้นเชิง เหลือไว้เพียงเสียงลมหายใจของคนสองคนที่ยืนเผชิญหน้ากันในระยะประชิด
“ถอยไปเลยนะไอ้คุณคิน นายชักจะล้ำเส้นเกินไปแล้ว”
พายเอ่ยเสียงลอดไรฟัน มือบางดันแผงอกกว้างของคนตัวโตกว่าไว้เต็มแรง แต่ดูเหมือนแรงผลักแค่นั้นจะไม่ได้ระคายเคืองกล้ามเนื้อแน่นๆ ใต้เสื้อเชิ้ตสีเข้มของอีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย กลับกัน คินกลับขยับเข้ามาใกล้กว่าเดิมจนแผ่นหลังของพายเกือบจะแนบสนิทไปกับบานประตูห้อง
ดวงตาคมกริบของเดือนคณะวิศวะฯ จ้องมองคนตรงหน้าด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา มันไม่มีประกายความกวนประสาทเหมือนทุกครั้ง ทว่ากลับเต็มไปด้วยความดุดันและ... ความเปราะบางบางอย่างที่ถูกซ่อนไว้ลึกจนน่าใจหาย
*‘เล่นกับไฟระวังจะมอดไหม้นะพาย... ต่อให้คินจะปกป้องนายแค่ไหน เขาก็ไม่มีวันรู้หรอกว่าสิ่งที่เขากำลังทำอยู่ มันจะย้อนกลับมาทำร้ายเขาเองด้วยความลับที่นายซ่อนไว้’*
คำพูดของเน็ตยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท มันเป็นเสมือนหนามแหลมที่คอยทิ่มแทงหัวใจของพายให้เจ็บแปลบทุกครั้งที่นึกถึง ความลับที่เขาแบกรับไว้เพื่อปกป้องคนตรงหน้ากำลังกลายเป็นระเบิดเวลาที่รอวันนับถอยหลัง และเขาก็ไม่อาจยอมให้คินต้องมาแปดเปื้อนเพราะเกมสกปรกพวกนั้นเด็ดขาด
“ถ้าฉันไม่ถอย นายจะทำไม” คินโน้มใบหน้าลงมาใกล้ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดข้างแก้มเนียนจนพายต้องเบือนหน้าหนีด้วยความขัดแย้งในอก หัวใจเจ้ากรรมทรยศเต้นโครมครามผิดจังหวะจนน่าหงุดหงิด “หรือกลัวว่าหัวใจตัวเองจะเต้นแรงจนฉันได้ยินเข้าล่ะ พาย”
“เพ้อเจ้ออะไรของนาย หลบไป ฉันจะกลับห้อง” พายพยายามทำเสียงให้แข็งที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อกลบเกลื่อนร่องรอยความสั่นไหวในน้ำเสียง แต่มันช่างยากเย็นเหลือเกินเมื่อปลายนิ้วอุ่นจัดของคินเอื้อมขึ้นมาแตะเบาๆ ที่ปลายคางมน บังคับให้ใบหน้าที่พยายามหลบเลี่ยงต้องหันกลับมาสบตากันตรงๆ
สัมผัสนั้นแผ่วเบา ทว่ากลับทรงพลังราวกับมีกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ แล่นพล่านไปทั่วร่าง พายเผลอกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ นัยน์ตากลมโตสั่นไหววูบหนึ่งเมื่อมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่คมที่ฉายแววออดอ้อนอย่างที่แทบไม่เคยแสดงให้ใครเห็น
“อย่าเพิ่งไล่กันได้ไหมวะ...”
น้ำเสียงที่เคยห้วนจัดและเต็มไปด้วยความถือดีในยามปกติ กลับทุจนุ่มนวลและเจือความเหนื่อยล้าจนน่าใจหาย คินหลับตาลงชั่วพริบตาก่อนจะซบหน้าผากลงกับลาดไหล่บางของพายอย่างถือวิสาสะ ลมหายใจอุ่นร้อนที่รดรินอยู่ตรงซอกคอทำเอาสติที่พยายามประคับประคองมาตลอดพังทลายลงในพริบตา
“คิน... นายเป็นบ้าอะไรเนี่ย ปล่อยนะ” พายพยายามเปล่งเสียงดุ แต่เรียวแขนที่เคยผลักไสกลับอ่อนแรงลงอย่างน่าประหลาด ปลายนิ้วเรียวเผลอจิกเข้ากับเนื้อผ้าบริเวณหัวไหล่ของอีกฝ่ายแน่นโดยไม่รู้ตัว สมองซีกหนึ่งพยายามร้องเตือนให้ผลักไสผู้ชายอันตรายคนนี้ออกไปเสีย แต่หัวใจอีกซีกกลับโหยหาความอบอุ่นที่อีกฝ่ายกำลังหยิบยื่นให้อย่างโง่เขลา
“เหนื่อย...” เสียงกระซิบแผ่วเบาดังขึ้นชิดลาดไหล่ “ช่วงนี้มีแต่เรื่อง... แล้วก็นาย เอาแต่หนีหน้าฉัน หลบตาฉัน นายรู้ไหมว่ามันน่าหงุดหงิดแค่ไหน”
“ฉันไม่ได้หนี...”
“โกหก” คินผงศีรษะขึ้นมามองหน้าพายอีกครั้ง ดวงตาคู่นั้นฉายแววตัดพ้ออย่างเปิดเผย “นายทำตัวแปลกไปตั้งแต่เรื่องไอ้เน็ตเข้ามาวุ่นวาย พาย... มีอะไรที่นายกำลังปิดบังฉันอยู่หรือเปล่า หื้ม?”
คำถามนั้นกระแทกเข้ากลางใจชนเต็มแรง พายสะดุ้งเฮือกโดยอัตโนมัติ หัวใจที่เต้นผิดจังหวะอยู่แล้วกลับยิ่งกระหน่ำรัวหนักหน่วงขึ้นไปอีก ความลับที่ซ่อนไว้ร้อนผ่าวขึ้นมาในอกจนแทบหายใจไม่ออก เขาสบตาคินที่เต็มไปด้วยความห่วงใยและความดื้อรั้นในคราวเดียวกัน ความรู้สึกผิดพวยพุ่งขึ้นมาจุกอยู่ที่ลำคอ
ถ้าคินรู้เรื่องทั้งหมด... รู้ว่าสิ่งที่เน็ตขู่มันคืออะไร คินจะยังมองเขาด้วยสายตาแบบนี้อยู่ไหม?
“ฉัน... ไม่มีอะไรจะปิดบังทั้งนั้นแหละ นายคิดมากไปเอง” พายเลือกที่จะโกหกออกไปพร้อมกับรอยยิ้มฝื่อนๆ ที่ไปไม่ถึงดวงตา พยายามดึงสติและกำแพงความเย็นชาของตัวเองกลับมาให้เร็วที่สุด “เลิกทำตัวเป็นเด็กมีปัญหาได้แล้วคิน ฉันไม่ใช่เด็กๆ นะที่จะมานั่งโอ๋นายเนี่ย”
คินจ้องมองรอยยิ้มนั้นนานนิ่ง ราวกับกำลังพยายามเจาะทะลวงเข้าไปในความคิดของคนตรงหน้า ความเงียบงันโรยตัวปกคลุมไปทั่วห้องซ้อมดนตรีชั่วขณะ บรรยากาศตึงเครียดแต่ทว่าอบอวลไปด้วยความอัดอั้นตันใจที่ทั้งคู่ต่างรับรู้ได้ดี
“ปากแข็งชะมัด...” คินพึมพำลอดไรฟัน ก่อนมุมปากหยักจะยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยด้วยความระอา “แต่ต่อให้พายจะปากแข็งแค่ไหน... ฉันก็ไม่เคยคิดจะถอยห่างจากนายอยู่แล้วล่ะนะ”
พูดจบ มือหนาก็เลื่อนขึ้นมาสัมผัสปอยผมที่ตกลงมาปรี่หน้าผากของพายอย่างเบามือ สัมผัสที่อ่อนโยนจนเกินความจำเป็นนั้นทำเอาพายแทบจะลืมวิธีหายใจ ความอบอุ่นจากฝ่ามือของอีกฝ่ายแผ่ซ่านเข้ามาในอกจนขอบตาร้อนผ่าวอย่างไม่มีสาเหตุ
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะความเงียบงันภายในห้องอย่างกะทันหัน ตามด้วยเสียงบิดลูกบิดประตูที่ถูกล็อกไว้จากด้านใน พร้อมกับเสียงทุ้มคุ้นเคยที่ดังแทรกเข้ามาผ่านรอยแง้มของบานประตู
“อ้าว... ล็อกห้องทำไมน่ะ? หรือว่าข้างในมี ‘ความลับ’ อะไรที่ไม่อยากให้คนนอกอย่างฉันรู้กันแน่ล่ะครับ... คุณพาย”
ร่างสูงโปรดของใครบางคนก้าวเข้ามาทันทีที่ประตูถูกผลักเปิดออกด้วยสำเนาบัตรสำรองที่พกติดตัว นัยน์ตาสีเข้มกวาดมองสภาพของคนทั้งสองที่ยืนชิดติดกันแนบแน่นด้วยรอยยิ้มเยาะที่มุมปาก ก่อนจะหยุดสายตาอยู่ที่ใบหน้าตื่นตระหนกของพายและแววตาวาวโรจน์ด้วยความไม่พอใจของคินที่หันขวับไปมองผู้มาใหม่ทันที
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะเข้ามาเติมพลังใจให้กันเสมอเลยนะครับ!
ขอเป็นคนโปรดของคุณ (ศัตรูหัวใจคนนี้คือผมเอง)•ตอนที่ 11
คนไม่ยอมคน
ผลงานโดย คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอเป็นคนโปรดของคุณ (ศัตรูหัวใจคนนี้คือผมเอง) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!