เสียงปิดประตูกระแทกเบาๆ แต่สะเทือนไปถึงขั้วหัวใจของคนทั้งห้อง นัยน์ตาสีเข้มของเน็ตที่กวาดมองเข้ามาเต็มไปด้วยความเย้ยหยันเคลือบความสมเพชอย่างไม่คิดจะปิดบัง ร่างสูงโปร่งของอดีตคนคุยที่จู่ๆ ก็โผล่มาในห้องพักกลางป่าของทริปคณะนิเทศฯ และวิศวะฯ ร่วมกัน กลายเป็นตัวแปรที่ทำให้อากาศรอบตัวลดอุณหภูมิลดลงหลายองศาในพริบตา
"คิดไม่ถึงเลยนะครับว่าคู่กัดระดับตำนาน จะมาแอบสวีตกันในสถานที่ปฏิบัติงานนอกสถานที่แบบนี้"
เน็ตเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงลากยาว ท่าทางสบายๆ ที่ก้าวเข้ามาทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาตัวยาวตรงข้ามราวกับเป็นเจ้าของบ้าน ยิ่งทำให้เส้นความอดทนของคินขาดผึ่ง นัยน์ตาวาวโรจน์จ้องเขม็งไปยังผู้มาใหม่ด้วยรังสีอำมหิตที่พร้อมจะพุ่งเข้าไปกระชากคอเสื้ออีกฝ่ายให้หลุดออกไปจากรัศมีสายตา
"ใครอนุญาตให้นายเข้ามา?" คินถามเสียงต่ำ ลอดไรฟันออกมาทีละคำ มือหนาที่เมื่อครู่ยังประคองกรอบหน้าของพายไว้ เปลี่ยนเป็นกำเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน
"อุ๊ย... ใจเย็นสิครับคุณเดือนคณะวิศวะฯ ผมก็แค่วางแผนมาเที่ยวพักผ่อนเหมือนกัน บังเอิญว่ากุญแจสำรองห้องนี้ มันดันอยู่ในมือผมนี่สิ" เน็ตยกบัตรคีย์การ์ดสำรองขึ้นมาหมุนเล่น ริมฝีปากบางยกยิ้มร้ายกาจ "ไม่คิดเลยนะว่าพายคนเก่ง จะยอมเปิดประตูต้อนรับผู้ชายที่ปากบอกว่าเกลียดนักเกลียดหนาให้เข้ามาอยู่ในห้องเดียวกันสองต่อสองได้"
พายที่ยืนอยู่ใกล้กับแผงอกของคินสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อดึงสติตัวเองกลับมา แม้หัวใจจะเต้นโครมครามด้วยความตกใจและหงุดหงิดไม่แพ้กัน แต่สถานการณ์แบบนี้ ความเงียบคือความพ่ายแพ้
"ถ้าพูดจบแล้ว ก็เชิญไสหัวออกไปจากห้องของฉันด้วยครับ" พายเชิดหน้าขึ้น สบตากับเน็ตอย่างไม่เกรงกลัว แม้แผ่นหลังจะยังเกือบแนบชิดติดกับอกของคินอยู่ก็ตาม "หรือสมองส่วนความจำเสื่อม จนลืมไปแล้วว่านี่มันห้องพักส่วนตัวของฉัน ไม่ใช่สนามเด็กเล่นของพวกชอบเรียกร้องความสนใจ"
คำพูดเจ็บแสบของพายทำเอาเน็ตหุบยิ้มฉับ นัยน์ตาวาววับด้วยความโกรธขึง แต่ก่อนที่สถานการณ์จะบานปลายกลายเป็นสงครามย่อมๆ กลางห้องพัก คินก็ก้าวออกไปยืนบังร่างของพายไว้ครึ่งตัว สัญชาตญาณความเป็นเจ้าของพุ่งพล่านจนน่ากลัว
"กูบอกให้มึงออกไป" คินเน้นย้ำทีละพยางค์ น้ำเสียงเรียบนิ่งแต่เต็มไปด้วยแรงกดดันมหาศาล "อย่าหาว่ากูไม่เตือน ถ้าไม่อยากเจ็บตัวออกไปจากที่นี่"
เน็ตหัวเราะในลำคออย่างไม่ยี่ห้อ "หึงเหรอครับ? หรือว่ากลัวคนของนายจะรู้ความลับล่ะว่านายมันก็แค่... คนเคยๆ ที่ฉันสลัดทิ้งง่ายยิ่งกว่าเศษกระดาษ"
*เพล้ง!*
เสียงแก้วน้ำบนโต๊ะข้างเตียงสั่นสะเทือนตามแรงอารมณ์ คินพุ่งตัวเข้าไปกระชากคอเสื้อเน็ตในเสี้ยววินาทีจนร่างโปร่งลอยขึ้นจากโซฟา ดวงตาคมกริบแดงก่ำด้วยความโกรธจัด พายตกใจจนเผลออุทานออกมา พร้อมกับเอื้อมมือไปคว้าแขนแกร่งของคินไว้ทันที
"คิน! อย่า! อย่าทำร้ายมันในห้องนี้ มันไม่คุ้ม!" พายออกแรงดึงรั้งแขนของร่างสูงไว้เต็มแรง น้ำเสียงร้อนรนเจือความห่วงใยที่เจ้าตัวอาจไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าเผลอแสดงออกมา
คินชะงักไปนิด นัยน์ตาสีเข้มกวาดมองใบหน้าตื่นตระหนกของพาย ความกรุ่นโกรธเมื่อครู่ค่อยๆ ถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกบางอย่างที่อธิบายไม่ถูก เมื่อเห็นปลายนิ้วเรียวของพายสั่นเทาเล็กน้อยยามสัมผัสต้นแขนของเขา
ชายหนุ่มผ่อนลมหายใจร้อนผ่าวออกมา ผลักร่างของเน็ตกระเด็นกลับไป1ก้าวอย่างไม่ไยดี ก่อนจะหันมาคว้าข้อมือของพายแล้วออกเดินดึงตัวออกจากห้องพักนั้นทันที โดยไม่สนใจเสียงโวยวายไล่หลังของเน็ตแม้แต่น้อย
"ปล่อยนะคิน ฉันเจ็บ" พายเอ็ดเบาๆ ระหว่างที่ถูกลากเดินมาตามทางเดินยาวของรีสอร์ท ท่ามกลางสายตาของเพื่อนๆ ร่วมคณะที่จับจ้องมาเป็นระยะ แต่คินไม่มีทีท่าว่าจะผ่อนแรงบีบที่ข้อมือเลยแม้แต่น้อย จนกระทั่งลัดเลาะมาถึงโซนระเบียงไม้ริมหน้าผาด้านหลัง ที่ซึ่งไร้ผู้คนและมีเพียงเสียงลมทะเลพัดปะทะผิว
คินเหวี่ยงร่างของพายเบาๆ ให้เข้ามาอยู่ในพื้นที่ส่วนตัว ก่อนจะใช้สองมือยันระเบียงไม้กั้นไว้ เป็นการกักขังคนตัวเล็กให้อยู่ในอ้อมแขนโดยปริยาย
"นายทำบ้าอะไรเนี่ย!" พายเงยหน้าขึ้นต่อว่า ดวงตากลมโตฉายแววขุ่นเคือง "เกือบจะต่อuยกันอยู่แล้วไหมล่ะ ถ้ากรรมการอย่างฉันห้ามไม่ทัน หัวนายคงได้แตกก่อนไปทำกิจกรรมกับคณะแน่ๆ"
คินไม่ตอบ เขาก้มมองคนตรงหน้านิ่ง นัยน์ตาสีเข้มที่เคยดุดันและเต็มไปด้วยความถือดี บัดนี้กลับอ่อนแสงลงจนน่าใจหาย ความเงียบโรยตัวคั่นกลางระหว่างพวกเขามีเพียงเสียงคลื่นกระทบฝั่งด้านล่างเป็นฉากหลัง
"นายเป็นห่วงฉันเหรอ?" จู่ๆ คินก็เอ่ยถามขึ้น ทำเอาพายที่กำลังจะอ้าปากบ่นต่อถึงกับสำลักน้ำลายตัวเอง
"ฮะ? พูดบ้าอะไรของนาย ใครเป็นห่วงนายกัน หหลงตัวเองชะมัด!" พายรีบเบือนหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อซ่อนรอยแดงเรื่อที่ลามเลียขึ้นมาถึงใบหู "ฉันแค่ไม่อยากให้ทริปคณะพังเพราะเรื่องไร้สาระของนายกับแฟนเก่าต่างหากล่ะ"
"แฟนเก่าอะไรล่ะ" คินสวนกลับทันควัน น้ำเสียงจริงจังจนพายต้องหันกลับมาสบตา "ฉันกับเน็ตไม่เคยเป็นอะไรกันมากกว่าคนที่เคยคุยกันทางข้อความช่วงสั้นๆ และฉันก็ไม่ได้รู้สึกอะไรด้วยมานานเป็นชาติแล้ว... คนที่ฉันสนใจจริงๆ มีแค่คนเดียว"
บรรยากาศรอบตัวเหมือนหยุดนิ่งลงชั่วขณะ คำพูดห้วนๆ แต่จริงจังของเดือนคณะวิศวะฯ ทำให้หัวใจของพายกระตุกวูบอย่างแรง ความกวนประสาทที่เคยมีหายไปอย่างไร้ร่องรอย เหลือเพียงความเงียบงันที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดประหลาด
คินขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนแทบไม่มีที่ว่าง มือหนาข้างหนึ่งละจากการยันระเบียง เลื่อนขึ้นมาเกลี่ยปอยผมที่ปลิวมาปรกแก้วใสของพายแผ่วเบา สัมผัสที่อ่อนโยนผิดวิสัยของเสือผู้หญิงคนนั้น ทำให้พายเผลอกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ
"นาย... พูดบ้าอะไรเนี่ย คิน" พายพยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่น แต่ความร้อนผ่าวที่พุ่งขึ้นมาบนพวงแก้มมันทรยศเกินกว่าจะปิดบัง
"ฉันไม่ได้บ้าพาย" คินโน้มใบหน้าลงมาจนหน้าผากเกือบชิดกัน ลลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดผิวแก้มจนพายรู้สึกวูบวาบไปทั้งร่าง นัยน์ตาสีเข้มทอประกายล้ำลึกและจริงจังอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน "ตลอดเวลาที่ผ่านมา ที่ฉันกวนประสาท ที่ฉันคอยตามติดและหาเรื่องนาย... นายรู้ไหมว่าทำไม?"
พายสบตานิ่ง สมองขาวโพลนจนคิดคำตอบไม่ออก ได้แต่ส่ายหัวเบาๆ เป็นเชิงปฏิเสธ
"เพราะฉันอยากให้สายตาของนาย... มองมาที่ฉันแค่คนเดียวไง"
คำสารภาพที่หลุดออกมาอย่างไร้การปรุงแต่ง ทำให้โลกทั้งใบของพายเหมือนหยุดหมุน ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านไปทั่วทรวงอก ความดื้อรั้นทั้งหมดที่มีถูกละลายหายไปกับแววตาเวทนาและเว้าวอนของคนตรงหน้า
พายเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจเต้นรัวระรัวราวกับกลองชุดในห้องซ้อมดนตรี มือเรียวที่วางอยู่ข้างลำตัวค่อยๆ ยกขึ้นมาจับชายเสื้อของคินไว้โดยไม่รู้ตัว ริมฝีปากอิ่มเม้มเข้าหากันอย่างชั่งใจ ก่อนจะเอ่ยเสียงแผ่วเบา
"นายมัน... เจ้าเล่ห์ชะมัด คิน"
คินหลุดหัวเราะในลำคอเบาๆ แววตาระยิบระยับด้วยความพึงพอใจ ร่างสูงขยับใบหน้าเข้ามาใกล้จนริมฝีปากแทบจะแนบชิดกับกลีบปากนุ่มของคนตัวเล็ก บรรยากาศแสนหวานในวันหยุดที่ไม่อยากให้จบลงกำลังดำเนินมาถึงจุดที่หัวใจของทั้งสองดวงเต้นเป็นจังหวะเดียวกัน
ทว่า... ในวินาทีที่ริมฝีปากของพวกเขากำลังจะแตะกันเพื่อปิดฉากความรู้สึกที่ค้างคา เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงตะโกนเรียกชื่อของเพื่อนสนิทก็ดังแทรกขึ้นมาจากสุดทางเดินระเบียง
"ไอ้คิน! ไอ้พาย! อยู่แถวนี้ไหมวะ อาจารย์เรียกประชุมด่วนเรื่องกิจกรรมคืนนี้แล้วโว้ย!"
คินชะงัก กรามขบเข้าหากันแน่นด้วยความหงุดหงิดที่พุ่งขึ้นมาถึงขีดสุด ส่วนพายสะดุ้งสุดตัว รีบผลักอกแกร่งให้ออกจากระยะประชิดทันที ใบหน้าหวานแดงก่ำด้วยความเขินอายปนโล่งอก
คินถอนหายใจยาวอย่างหัวเสีย ก่อนจะก้มลงกระซิบข้างหอคอยของพายด้วยน้ำเสียงแหบพร่าและเต็มไปด้วยความหมายลึกซึ้ง
"รอดตัวไปนะพาย... แต่คืนนี้ ในงานปาร์ตี้กองไฟ นายหนีฉันไม่พ้นแน่"
พูดจบ คินก็คว้าข้อมือพายให้เดินกลับไปด้วยกัน ทิ้งให้ความรู้สึกหวานปนระทึกแขวนอยู่กลางอากาศ และเตรียมพร้อมระเบิดความสัมพันธ์ของทั้งคู่ให้ก้าวข้ามเส้นคำว่า "ศัตรูหัวใจ" ไปตลอดกาล...
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปกับความปากแข็งของเจ้าพวกนี้ด้วยนะครับ!
ขอเป็นคนโปรดของคุณ (ศัตรูหัวใจคนนี้คือผมเอง)•ตอนที่ 12
วันหยุดที่ไม่อยากจบลง
ผลงานโดย คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอเป็นคนโปรดของคุณ (ศัตรูหัวใจคนนี้คือผมเอง) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!