สัมผัสอุ่นจัดจากปลายนิ้วหนาที่ยังคงรวบข้อมือผมไว้แน่น ทำให้จังหวะการเต้นของหัวใจในอกข้างซ้ายทำงานหนักเกินความจำเป็น คินไม่ได้คลายแรงบีบลงเลยแม้แต่น้อย ราวกับว่าเขากลัวว่าถ้าปล่อยมือออกเพียงนิดเดียว ผมจะกลายเป็นควันจางๆ แล้วสลายหายไปต่อหน้าต่อตา ท่ามกลางบรรยากาศรอบตัวที่เงียบสงบลงเพราะผู้คนเริ่มทยอยเดินแยกย้ายกันไปงานเลี้ยงฉลองความสำเร็จของโปรเจกต์คณะ
"ปล่อยได้แล้วมั้งคุณคิน ข้อมือผมไม่ได้ทำด้วยยางนะ จะได้ดึงยืดดึงหดตามใจชอบน่ะ" ผมเอ่ยเสียงเรียบ พยายามซ่อนความสั่นพร่าในน้ำเสียงของตัวเองให้มิดชิดที่สุด พร้อมกับตวัดสายตาขึ้นมองใบหน้าคมคายที่อยู่ห่างกันไม่ถึงคืบ
คินแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบกวาดมองสำรวจใบหน้าผมตั้งแต่หน้าผากจรดริมฝีปาก ราวกับกำลังประเมินความเสียหายทางความรู้สึกที่เกิดขึ้นเมื่อครู่
"เจ็บหรือไง" น้ำเสียงของอีกฝ่ายทุบลงมาเบาๆ แต่เต็มไปด้วยความถือดี "ทีเมื่อกี้ตอนยืนเถียงกับผมฉอดๆ ไม่เห็นทำท่าว่าจะเจ็บตรงไหนเลยนี่พาย"
"นั่นมันคนละเรื่องกัน คุณเริ่มก่อนแท้ๆ ยังจะมีหน้ามา..."
"ฉันทำไม?" คินขยับตัวเข้ามาประชิดอีกนิดโดยไม่เปิดช่องว่างให้ผมได้ถอยหนี กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นอายความร้อนรุ่มเฉพาะตัวของเขาโชยเข้าจมูกจนผมต้องกลั้นหายใจชั่วขณะ "ฉันทำอะไรไม่ทราบ... บอกให้ชัดเจนสิพาย หรือว่าที่หงุดหงิดอยู่เนี่ย เพราะหึงที่เห็นฉันยืนคุยกับคนอื่น?"
ให้ตายเถอะ ผู้ชายคนนี้มีความมั่นใจเกินพิกัดมาจากไหนกันนะ!
ผมเม้มริมฝีปากแน่นอย่างนึกหมั่นไส้ อยากจะยกเท้าขึ้นไปยันหน้าแข้งคนตรงหน้าสักทีสองทีข้อหาหมั่นไส้ส่วนตัว แต่ยังไม่ทันจะได้ขยับตัวโต้เถียงอะไรกลับไป เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับน้ำเสียงคุ้นเคยที่จงใจลากยาวกวนประสาทก็ดังแทรกขึ้นมาจากด้านหลังเสียก่อน
"โอ๊ะ... ดูเหมือนว่าผมจะมาขัดจังหวะเวลาส่วนตัวของ 'คู่กัด' เบอร์หนึ่งประจำมหาลัยเข้าสินะครับเนี่ย"
ร่างสูงโปร่งของ 'เน็ต' ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ห่างออกไปไม่ถึงสามก้าว รอยยิ้มมุมปากที่ส่งมาให้ไม่ได้มีความหมายในเชิงมิตรภาพเลยแม้แต่น้อย มันคือรอยยิ้มเคลือบยาพิษที่ผมจำได้ขึ้นใจจากเหตุการณ์หลายต่อหลายครั้งในอดีต อดีตคนคุยของคิน... บุคคลที่หายหน้าหายตาไปนานจนผมเกือบจะลืมชื่อไปแล้ว กลับเลือกเวลาแบบนี้ในการโผล่หัวออกมาสร้างความน่ารำคาญ
คินชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคมที่เคยพุ่งเป้ามาที่ผมตวัดกลับไปมองผู้มาใหม่ทันที สีหน้าของเดือนคณะวิศวะฯ เปลี่ยนจากความเกรี้ยวกราดเมื่อครู่กลายเป็นความเรียบเฉย เย็นชา และไร้อารมณ์อย่างสิ้นเชิง
"นายมาทำไมที่นี่ เน็ต" คินเอ่ยถามเสียงต่ำ โดยที่มือข้างหนึ่งยังคงไม่ยอมปล่อยจากข้อมือผม
เน็ตหัวเราะในลำคอเบาๆ เดินน่องเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิดจนกลิ่นน้ำหอมฉุนกึกเตะจมูก สายตาดอกท้อคู่นั้นกวาดมองผมกับคินสลับกันไปมาด้วยความหมายที่อ่านไม่ออก บอกไม่ถูก แต่ที่แน่ๆ มันทำให้ผมรู้สึกเหมือนมีหนอนไต่ยั้วเยี้ยอยู่ตามผิวหนัง
"แหม ใจร้ายจังนะคิน แค่ไม่ได้เจอกันไม่กี่เดือน ทำเป็นจำไม่ได้เลยเหรอครับ?" เน็ตเอ่ยด้วยน้ำเสียงออดอ้อนจงใจ ก่อนจะเบนสายตามาหยุดที่ผม "อ้าว... น้องพายคนเก่งแห่งนิเทศฯ ก็นี่ด้วยเหรอเนี่ย นึกว่าตามมาคุมไข่ เอ๊ย... ตามมาดูแลเพื่อนร่วมคณะซะอีก"
คำพูดกวนประสาทนั้นจงใจเหน็บแนมอย่างชัดเจน ผมเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ปลดปล่อยรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปากออกไปบ้าง คนอย่างพายไม่มีทางยืนเป็นอากาศธาตุให้ใครมาเหยียบจมูกเล่นหรอกครับ
"อ๋อ พี่เน็ตนี่เอง เกือบจำไม่ได้แน่ะครับ พอดีช่วงนี้สมองผมค่อนข้างเลือกจำเฉพาะเรื่องที่มีสาระน่ะครับ เรื่องอะไรที่รกๆ สมอง... ผมก็เลยปัดตกไปโดยอัตโนมัติ" ผมตอบกลับเสียงใส รอยยิ้มหวานหยาดเยิ้มแต่แฝงด้วยใบมีดโกนอาบน้ำผึ้ง
เน็ตหุบยิ้มลงทันที ดวงตาคู่คมวาวโรจน์ด้วยความไม่พอใจ แต่ก็ยังฝืนหัวเราะกลบเกลื่อนความกรุ่นโกรธเอาไว้ได้
"ปากคอเราะร้ายเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลยนะน้องพาย สมแล้วล่ะมั้งที่คินถึงได้... ติดอกติดใจนักหนา" เน็ตจงใจเว้นจังหวะคำพูด พร้อมกับส่งสายตาเจ้าเล่ห์ไปที่คิน "จริงไหมคิน? นายเองก็คงคิดถึงบรรยากาศเก่าๆ เหมือนกันสินะ ถึงได้ยอมยืนคลอเคลียกับเด็กนี่อยู่ตั้งนานสองนาน"
บรรยากาศรอบตัวลดอุณหภูมิลดฮวบทันที ความกดดันพุ่งสูงขึ้นจนแทบจะเอามือจับต้องได้ คินขบกรามแน่นจนสันกล้ามเนื้อปูดโปน มือที่จับข้อมือผมอยู่เปลี่ยนเป็นออกแรงบีบกระชับมากขึ้นจนเริ่มเจ็บแปลบ แต่ผมรู้ดีว่าความโกรธของคินในตอนนี้ไม่ได้พุ่งเป้ามาที่ผม... แต่มันกำลังพุ่งตรงไปที่คนที่ยืนยิ้มระรื่นอยู่ตรงหน้าต่างหาก
"พูดมากน่าเน็ต" คินกดเสียงต่ำลอดไรฟัน รังสีความน่ากลัวแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาจนเน็ตเองก็ยังเผลอผถอยหลังไปครึ่งก้าว "ถ้าไม่มีอะไรทำ ก็ไสหัวกลับไปซะ ที่นี่ไม่มีพื้นที่ให้คนมารยาททรามอย่างนายยืนหรอก"
"โอ๊ะ แรงจังนะคิน" เน็ตไหวไหล่เบาๆ ทำทีเป็นไม่สะทกสะท้าน แต่แววตาไหววับด้วยความเจ็บใจ "พูดแค่นี้ทำเป็นหวงก้างไปได้... หรือว่ากลัวว่าน้องพายคนนี้เขาจะรู้ 'ความลับ' ระหว่างเราสองคนเข้าล่ะ?"
ประโยคคำถามนั้นทิ้งระเบิดลูกใหญ่ลงกลางวงทันที
หัวใจผมกระตุกวูบไปชั่วขณะ ถึงแม้ภายนอกจะยังคงตีสีหน้านิ่งเรียบเอาไว้ได้ แต่โสตประสาททั้งหมดกลับตั้งรับคำพูดต่อไปของเน็ตโดยอัตโนมัติ ความลับอะไร? ระหว่างคินกับเน็ตยังมีเรื่องอะไรที่ผมไม่รู้อีกงั้นเหรอ?
คินหันขวับกลับมามองหน้าผมทันที แววตาที่มองมาเต็มไปด้วยความร้อนรนและคำปฏิเสธที่ไม่ได้เปล่งเสียงออกมา "พาย... อย่าไปฟังมันพูด เลอะเทอะน่า"
"อ้าว เลอะเทอะตรงไหนล่ะคิน" เน็ตสวนกลับทันควัน รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปากอีกครั้งเมื่อเห็นท่าทีของคิน "เรื่องที่เราเคยตกลงกันไว้ก่อนเปิดเทอม เรื่องที่นายบอกว่า..."
"เน็ต!" คินตวาดลั่นด้วยความโมโหจัด จนคนบริเวณรอบๆ เริ่มหันมามองด้วยความสนใจ ร่างสูงก้าวเข้าไปประชิดตัวเน็ตอย่างรวดเร็ว มือหนากระชากคอเสื้ออีกฝ่ายเข้ามาหาตัวจนเน็ตหน้าเหวอ "ถ้าปากนายยังอยากมีไว้พูดเรื่องดีๆ ฉันแนะนำให้หุบปากซะ! ก่อนที่ฉันจะหมดความอดทนแล้วซัดหน้านายตรงนี้!"
นี่เป็นครั้งแรกที่ผมได้เห็นคินแสดงอาการเดือดดาลถึงขนาดนี้ ปกติแล้วต่อให้เขาจะปากร้ายหรือกวนประสาทแค่ไหน คินก็มักจะคุมอารมณ์ตัวเองได้เสมอ แต่ตอนนี้... เขากลับดูเหมือนคนสติหลุดที่กำลังพยายามปกปิดบางอย่างอย่างสุดชีวิต
และนั่นแหละ... ยิ่งทำให้ความสงสัยในอกของผมพุ่งทะยานสูงขึ้นไปอีก
ผมสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ดึงข้อมือตัวเองออกจากมือของคินได้สำเร็จในจังหวะที่อีกฝ่ายกำลังงفกับเน็ต ก่อนจะก้าวเข้าไปแทรกกลางระหว่างผู้ชายสองคนด้วยใบหน้าที่นิ่งสงบจนน่ากลัว
"ใจเย็นก่อนสิครับคุณคิน จะรีบโมโหไปทำไมล่ะ..." ผมเอ่ยเสียงเรียบ หันไปสบตากับคินที่กำลังมองผมด้วยแววตาสั่นระริก ก่อนจะเบนสายตาไปที่เน็ตที่ยิ้มเยาะอย่างได้ใจ "ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว ในเมื่อพี่เน็ตอุตส่าห์ลงทุนเดินมาถึงนี่เพื่อจะแฉความลับทั้งที..."
ผมเว้นจังหวะนิดหนึ่ง กวาดสายตามองทั้งสองคนด้วยรอยยิ้มที่เคลือบความเย็นชาไว้จนมิดชิด
"...ไหนลองเล่าให้ผมฟังหน่อยสิครับ ว่าก่อนเปิดเทอมเนี่ย... คุณสองคนเคยมี 'สัญญา' อะไรกันมาก่อนที่คินจะมาวุ่นวายกับผม?"
คินเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย ลมหายใจของเขาติดขัด ร่างสูงอ้าปากคล้ายจะเอ่ยอะไรบางอย่างออกมาเพื่อปฏิเสธ แต่ยังไม่ทันที่เสียงทุ้มนั้นจะหลุดรอดจากริมฝีปาก...
จู่ๆ โทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อกั๊กของเน็ตก็สั่นครืนขึ้นมา เสียงแจ้งเตือนข้อความดังแทรกบรรยากาศตึงเครียด เน็ตเหลือบสายตาลงมองหน้าจอแวบหนึ่ง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาสบตาผมด้วยรอยยิ้มที่มีเลศนัยยิ่งกว่าเดิม
"อุ๊ย... ดูเหมือนคนที่พวกคุณอยากรู้คำตอบตัวจริง... เขาเพิ่งจะเดินทางมาถึงลานจอดรถด้านล่างแล้วล่ะครับ" เน็ตหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี "ลงไปต้อนรับเขาหน่อยไหมล่ะพาย? ...เจ้าของตัวจริงของคินเขากลับมาทวงของคืนแล้วนะ"
สิ้นคำพูดนั้น ร่างของบุคคลที่สาม... หรืออาจจะเป็น 'ตัวจริง' ที่ซ่อนอยู่ในเงามืดมาตลอด ก็ก้าวพ้นขอบประตูกระจกเข้ามาปรากฏตัวต่อหน้าพวกเรา พร้อมกับรอยยิ้มทักทายที่ทำให้เลือดในกายของผมเย็นเฉียบลงในพริบตาเดียว!
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ยังคงจับมือเดินเคียงข้างไปกับความสัมพันธ์อันยุ่งเหยิงและชวนใจเต้นของทั้งคู่มาจนถึงบทนี้นะครับ
ขอเป็นคนโปรดของคุณ (ศัตรูหัวใจคนนี้คือผมเอง)•ตอนที่ 13
บุคคลที่สามมาเยือน
ผลงานโดย คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอเป็นคนโปรดของคุณ (ศัตรูหัวใจคนนี้คือผมเอง) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!