"ถ้าคุณยังก้าวเข้ามาอีกก้าวเดียว ผมจะถือว่าคุณจงใจล้ำเส้นผมนะ... คิน"
เสียงของพายไม่ได้สั่นเลยแม้แต่น้อย แม้ว่าแผ่นหลังของเขาจะแนบชิดติดกับบานกระจกหน้าต่างที่ด้านนอกกำลังถูกพายุฝนกระหน่ำซัดอย่างบ้าคลั่ง หยดน้ำฝนสาดกระทบกระจกเสียงดังสนั่นราวกับฟ้าดินกำลังทลายลงมา แต่ความกดดันที่แท้จริงไม่ได้มาจากพายุข้างนอก... มันมาจากร่างสูงใหญ่ของเดือนคณะวิศวะฯ ที่ยืนประชิดตัวเขาอยู่ห่างไม่ถึงคืบ
คินไม่ตอบ เขาก้มมองคนปากเก่งที่มักจะมีคำพูดจิกกัดเขากลับมาได้เสมอในทุกสถานการณ์ แต่ในเวลานี้ริมฝีปากบางเฉียบกลับเม้มเข้าหากันแน่น ดวงตากลมโตคู่นั้นฉายแววระแวดระวังและตื่นตัวอย่างชัดเจน แสงไฟนีออนสีส้มสลัวจากห้องสตูดิโอคณะนิเทศฯ ที่ไฟดับไปครึ่งซีก ยิ่งขับให้บรรยากาศรอบตัวเร้าความรู้สึกจนน่าอันตราย
"ล้ำเส้นเหรอ?" คินทวนคำ เสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันด้วยโทนเสียงที่ทำให้คนฟังรู้สึกร้อนวูบวาบขึ้นมาที่ต้นคออย่างไร้เหตุผล "แล้วที่ผ่านมา ใครกันแน่ที่เป็นฝ่ายกวนประสาทผมก่อน หึ... พาย"
"ผมแค่พูดความจริงที่คุณไม่อยากฟังต่างหาก หลบไปได้แล้ว ผมจะกลับห้อง ฝนตกหนักขนาดนี้ รถไฟฟ้าคงรอนาน" พายพยายามเบี่ยงตัวหลบ แต่คินไว, ไวเกินกว่าที่คนตัวเล็กกว่าจะคาดคิด ร่างหนาขยับเข้ามาบล็อกทางออกด้วยการวางมือข้างหนึ่งค้ำยันกระจกไว้เหนือศีรษะของพาย กักขังเขาไว้ในพื้นที่วงแขนอย่างสมบูรณ์แบบ
กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นไอฝนจางๆ ลอยเข้าจมูกจนพายต้องผินหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อหลีกเลี่ยงการสบตา แต่มันกลับทำให้คินยิ่งได้ใจ เขาก้มหน้าลงมาใกล้ขึ้น จนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับข้างแก้มเนียน
"คิดว่าผมจะปล่อยให้คุณเดินออกไปในสภาพเปียกฝนแบบนั้นเหรอนั่น... อย่าดื้อน่าพาย"
"ผมไม่ได้ดื้อ และผมก็ไม่ได้ขอความกรุณาจากคุณด้วยซ้ำ หลบ!"
"ปากดีจังนะ..." คินหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นต่ำพร่าและเต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์ที่พายเกลียดนักหนา "ไหนลองพูดประโยคเมื่อกี้ใส่หน้าผมอีกทีซิ... เอาให้ชัดถ้อยชัดคำเหมือนเวลาที่คุณแขวะผมต่อหน้าเพื่อนคุณสิ"
พายเงยหน้าขึ้นสบตากับคนตรง and ขบกรามแน่นด้วยความโมโห ความใกล้ชิดในระยะประชิดนี้ทำให้เขาได้เห็นเงาของตัวเองสะท้อนอยู่ในดวงตาคมกริบคู่นั้นอย่างชัดเจน มันเป็นดวงตาที่ไม่มีความขี้เล่นหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงประกายความดุดัน ความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของ และ... อะไรบางอย่างที่ลึกซึ้งเกินกว่าที่คนเป็น "ศัตรูหัวใจ" จะมองกัน
"คุณมันบ้า คิน" พายเค้นเสียงลอดไรฟัน "ปล่อยผม!"
"ถ้าไม่ปล่อย... จะทำไมล่ะ?"
คำท้าทายนั้นมาพร้อมกับปลายนิ้วอุ่นจัดที่เอื้อมมาแตะลงบนปลายคางมน บังคับให้พายต้องเงยหน้าขึ้นรับสัมผัส โค้งนิ้วของอีกฝ่ายเกลี่ยไล้เบาๆ บนกรอบหน้าอย่างถือวิสาสะ พายสะดุ้งเฮือก หัวใจเต้นกระหน่ำยิ่งกว่าเสียงฟ้าผ่าด้านนอก ความโกรธที่เคยมีถูกแทนที่ด้วยความตื่นตระหนกที่พุ่งพล่านขึ้นมาในกระแสเลือด รสสัมผัสที่ปลายนิ้วของคินไม่ได้รุนแรง แต่มันกลับเต็มไปด้วยพลังอำนาจบางอย่างที่ทำให้เขากลายเป็นใบ้ไปชั่วขณะ
"คิน... คุณ..."
"ผมบอกแล้วไงว่าอย่าท้าทาย" คินกระซิบชิดริมฝีปาก สายตาดุจนักล่าจ้องมองริมฝีปากสีระเรื่อที่สั่นระริกเล็กน้อยอย่างสะกดกลั้น "คุณทำให้ผมต้องตามแก้เกมคุณมาตลอดหลายสัปดาห์ คุณคิดว่าผมทนไหวเหรอพาย... กับการต้องทำเป็นเก๊กขรึมใส่คนที่คอยแต่จะหาเรื่องผมทุกครั้งที่เจอหน้า"
พายเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย "คุณหมายความว่า..."
"ผมไม่ได้หมายความอะไรทั้งนั้น..." คินตัดบท เสียงของเขาแหบพร่าลงอย่างเห็นได้ชัด ก่อนที่ใบหน้าคมคายจะโน้มต่ำลงมาอย่างไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า
ในเสี้ยววินาทีนั้น โลกทั้งใบราวกับหยุดหมุน เสียงฝนที่เคยกระหน่ำซัดสาดเสียงดังกลับเงียบหายไปจากโสตประสาท เหลือเพียงสัมผัสอุ่นละมุนที่ทาบทับลงมาบนกลีบปากของพายอย่างนุ่มนวลแต่เด็ดขาด
พายสมองขาวโพลน ร่างกายแข็งทื่อไปชั่วขณะ ความตกใจทำให้เขาลืมแม้กระทั่งจะผลักไส แต่มือใหญ่ของคินกลับเลื่อนมาประคองท้ายทอยของเขาไว้มั่น ไม่ยอมให้ถอยหนี สัมผัสที่เกิดขึ้นนั้นไม่ได้ดุดันอย่างที่คาดคิด มันกลับเต็มไปด้วยความโหยหาและแรงปรารถนาที่ถูกกดเก็บไว้มานานจนระเบิดออกมาในพื้นที่มืดสลัวและเสียงฝนพรำ
รสสัมผัสที่คาดไม่ถึงนี้ทำให้พายรู้สึกเหมือนสติกำลังจะหลุดลอย ริมฝีปากที่เคยใช้ต่อปากต่อคำกับอีกฝ่ายตอนนี้กลับถูกครอบครองด้วยความนุ่มนวลที่ชวนให้เคลิบเคลิ้ม ความซ่านสยิววิ่งพล่านไปตามกระดูกสันหลังจนปลายนิ้วเท้าจิกเกร็งกับพื้นห้อง หัวใจของเขาเต้นรัวจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก
เมื่อคินรู้สึกได้ถึงความอ่อนยวบของคนในอ้อมแขน แรงกดดันที่เคยมีจึงเปลี่ยนเป็นความลึกซึ้งที่เพิ่มขึ้นทีละน้อย ลมหายใจที่หอบกระชั้นประสานกันในความเงียบงัน มีเพียงเสียงฝนด้านนอกเท่านั้นที่เป็นพยานให้กับความใกล้ชิดที่ก้าวข้ามเส้นแบ่งเขตของคำว่า "ศัตรู" ไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ
พายพยายามจะยกมือขึ้นดันแผงอกกว้าง แต่นิ้วเรียวกลับเปลี่ยนเป็นกำเสื้อผ้าของอีกฝ่ายไว้แน่นโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกต้าน יםทานพังทลายลงทีละน้อยภายใต้สัมผัสที่อบอุ่นและเร่าร้อนจนแทบหลอมละลาย
ทว่า... ในวินาทีที่ทุกอย่างกำลังดำเนินไปอย่างไร้การควบคุม เสียงฝฝีเท้าเร่งรีบก็ดังแว่วมาจากทางเดินมืดๆ ด้านนอก พร้อมกับแสงไฟฉายที่สาดส่องลอดผ่านกระจกบานเกล็ดเข้ามาในห้องสตูดิโอ
"พาย! นายอยู่ในนี้หรือเปล่า ไฟดับแบบนี้อันตรายนะ... เอ๊ะ ทำไมประตูล็อค?"
เสียงทุ้มคุ้นหูที่ตะโกนเรียกชื่อทำให้สติของพายตื่นขึ้นจากภวังค์ทันที ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจสุดขีดเมื่อจำได้ทันทีว่าเป็นเสียงของใคร
เน็ต!
คินชะงักเล็กน้อย แต่เขาไม่ได้ผละออกในทันที นัยน์ตาคมกริบมองสบตาพายที่กำลังหายใจหอบสะท้าน ใบหน้าหวานแดงก่ำด้วยความตื่นตระหนกและอารมณ์ที่ค้างคา ก่อนที่คินจะกระตุกยิ้มมุมปากอย่างท้าทายในความมืด แล้วกระซิบแนบชิดใบหูของคนตัวเล็กด้วยน้ำเสียงที่ทำเอาพายแทบอยากจะแทรกแผ่นดินหนี
"ดูเหมือนจะมีคนอยากเข้ามาขัดจังหวะความสัมพันธ์ของเราซะแล้วสิ... คนโปรด"
(ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ)
ขอเป็นคนโปรดของคุณ (ศัตรูหัวใจคนนี้คือผมเอง)•ตอนที่ 9
รสสัมผัสที่คาดไม่ถึง
ผลงานโดย คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอเป็นคนโปรดของคุณ (ศัตรูหัวใจคนนี้คือผมเอง) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!