เสียงประตูปิดลงพร้อมกับความเงียบที่หนักอึ้งราวกับมีตะกั่วถ่วงไว้ทั้งห้อง ร่างสูงของคินยังคงยืนนิ่งค้างอยู่ตรงธรณีประตู มือข้างหนึ่งกำลูกบิดแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวโพลน สายตาคมกริบมองตรงไปยังร่างบางที่กำลังก้มหน้าเก็บข้าวของลงกระเป๋าเป้ด้วยท่าทีสงบเยือกเย็นจนน่ากลัว
ไม่มีคำแก้ตัว ไม่มีแม้แต่เสียงถอนหายใจ มีเพียงความห่างเหินที่ถูกขีดเส้นไว้อย่างชัดเจนระหว่างพวกเขาทั้งคู่
"พาย..." คินเค้นเสียงลอดไรฟัน น้ำเสียงที่เคยราบเรียบและเปี่ยมด้วยความมั่นใจในตัวเองบัดนี้กลับสั่นพร่าเล็กน้อยอย่างควบคุมไม่ได้ "จะไม่พูดอะไรหน่อยเหรอครับ"
มือขาวเนียนที่กำลังรูดซิปกระเป๋าหยุดชะงักไปนิดเดียวก่อนจะทำหน้าที่ต่ออย่างไร้ความรู้สึก พายเงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่าย รอยยิ้มที่มักจะประดับอยู่บนมุมปากเพื่อกวนประสาทเขาเสมอในยามนี้กลับว่างเปล่า มันเป็นรอยยิ้มที่สุภาพจนเกินไป รอยยิ้มที่บอกชัดเจนว่าความสัมพันธ์ของพวกเขากำลังถูกถอยหลังกลับไปสู่จุดเริ่มต้น... หรืออาจจะแย่กว่านั้น
"จะให้ผมพูดอะไรล่ะครับ ในเมื่อภาพมันฟ้องชัดเจนอยู่แล้ว" พายเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ราวกับกำลังคุยเรื่องดินฟ้าอากาศกับคนแปลกหน้า "ผมว่าคุณคินควรให้เวลากับแขกคนสำคัญมากกว่ามาสนใจผมนะ... ห้องนี้ก็ห้องของคุณ รหัสผ่านก็รหัสเดิมของคุณ ผมแค่อาศัยหลบมุมเงียบๆ ชั่วคราว ถึงเวลาที่ผมต้องคืนพื้นที่ส่วนตัวให้พวกคุณแล้วล่ะครับ"
"หยุดพูดจาแบบนี้เดี๋ยวนี้นะพาย!" คินก้าวฉับๆ เข้ามาประชิดตัวในระยะประชิด มือหนาคว้าหมับเข้าที่ข้อศอกเรียวออกแรงดึงเบาๆ แต่พายกลับสะบัดออกอย่างไร้เยื่อใย แรงกระแทกนั้นทำเอาหัวใจของคนตัวสูงกระตุกวูบ
นี่ไม่ใช่พายคนเดิม... พายคนเดิมต่อให้โกรธแค่ไหนก็จะไม่ยอมเดินหนีเฉยๆ แบบนี้ จะต้องหาเรื่องมาจิกกัด ปะทะคารม หรือไม่ก็ทำหน้ากวนโมโหใส่จนเขาต้องยอมแพ้ แต่วันนี้... แววตาคู่นั้นไม่มีร่องรอยของความงอนง้อหรือความคาดหวังหลงเหลืออยู่เลย มันมีแต่ความว่างเปล่าที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ
"ผมไม่ได้ประชดครับคิน" พายถอยหลังหลบฉากออกมาหนึ่งก้าว เว้นระยะห่างระหว่างเขาทั้งสองให้กว้างขึ้นอย่างจงใจ ดวงตากลมโตมองสำรวจใบหน้าหล่อเหลาที่เต็มไปด้วยความกระวนกระวายใจอย่างนึกสมเพชตัวเองลึกๆ "เราต่างหากที่ลืมสถานะของตัวเองไปชั่วขณะ คิดว่าการอยู่ใกล้กันมันจะไม่มีปัญหา... แต่สุดท้ายแล้ว คนเก่าของคินเขาก็ยังคงมีสิทธิ์ในพื้นที่ตรงนี้มากกว่าผมอยู่ดี"
"เน็ตเป็นแค่อดีต!" คินขึ้นเสียงอย่างเหลืออด ความหงุดหงิดพลุ่งพล่านจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน "คุณก็รู้ว่าผมไม่ได้สนใจเขา ทำไมคุณต้องดึงเรื่องนี้มาเป็นประเด็นเพื่อจะเดินหนีผมด้วยวะพาย!"
"แล้วถ้าผมบอกว่าผมไม่ได้ดึงเรื่องนี้มาเป็นประเด็นล่ะครับ..." พายสูดหายใจเข้าลึก ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่นเพื่อสะกดกลั้นความสั่นไหวในน้ำเสียง "ถ้าผมแค่เหนื่อย... เหนื่อยที่จะต้องมานั่งเดาใจผู้ชายเจ้าชู้ที่เคลียร์ปัญหาตัวเองไม่ขาดสักที คุณคินครับ ความสัมพันธ์ที่เรามีมันไม่ได้มั่นคงพอที่จะให้ผมต้องเอาความรู้สึกมาเสี่ยงหรอกนะ"
คำพูดนั้นราวกับมีดคมที่กรีดลงกลางใจ คินรู้สึกเหมือนหายใจไม่ออก สมองตื้อตันจนคิดคำพูดโต้แย้งไม่ออก ภาพของเน็ตที่ยืนยิ้มเยาะอยู่ตรงประตูเมื่อครู่มลายหายไปจากหัวสิ้นเชิง สิ่งเดียวที่มีตัวตนในสายตาตอนนี้คือแผ่นหลังบางที่กำลังหันหลังให้และก้าวเดินไปยังประตูทางออก
ความกลัว... ความรู้สึกที่เขาไม่เคยรู้จักมาก่อนกำลังกัดกินหัวใจจนปั่นป่วน คินไม่เคยกลัวการสูญเสียอะไรเลยในชีวิต เพียบพร้อมทั้งฐานะ หน้าตา และความสามารถ อยากได้อะไรก็ต้องได้ แต่กับคนคนนี้... เขากลับควบคุมอะไรไม่ได้เลยสักอย่าง
"อย่าไป..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยออกมาแทบกระซิบ ร่างสูงพุ่งเข้าไปคว้าข้อมือเล็กไว้แน่นอีกครั้ง คราวนี้แรงบีบไม่ได้เกิดจากความถือดีหรือความใจร้อน แต่เป็นแรงยื้อยุดของคนใกล้จะคลั่ง "พาย... ฟังผมก่อน อย่าเพิ่งไป"
พายหยุดเดินแต่วันนี้ไม่มีการหันกลับมามอง ดวงตาสวยมองต่ำลงที่มือหนาซึ่งกุมข้อมือตัวเองไว้ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบราวน้ำนิ่งสนิท
"ปล่อยเถอะครับ... ระยะห่างที่เราสร้างขึ้นมาตอนนี้ มันกำลังพอดีแล้วสำหรับเราสองคน"
ดึงมือออกจากการเกาะกุมได้อย่างเด็ดขาด พายก้าวพ้นธรณีประตูห้องไปโดยไม่ลังเล ปล่อยให้คินยืนแข็งทื่ออยู่ท่ามกลางความว่างเปล่า หัวใจเต้นรัวเร็วด้วยความตระหนกและร้อนรนจนทำอะไรไม่ถูก มือหนายกขึ้นเสยผมลวกๆ อย่างหัวเสีย เดินวนไปวนมาในห้องสี่เหลี่ยมที่ตอนนี้มันช่างกว้างใหญ่และเหน็บหนาวเหลือเกิน
ให้ตายสิ... เขาพลาดตรงไหนวะ?
คินพ่นลมหายใจร้อนผ่าวออกมาทางปาก ตัดสินใจคว้ากุญแจรถบนโต๊ะแล้วสาวเท้าตามออกไปอย่างรวดเร็ว เขาปล่อยให้เรื่องนี้คาราคาซังไม่ได้เด็ดขาด ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะยืนมองรอยยิ้มกวนๆ นั้นอีกตลอดไป
ทว่า... ทันทีที่เขาผลักประตูห้องเปิดออกเพื่อจะวิ่งตามร่างบางไป สายตากลับต้องชะงักกึกเมื่อพบกับร่างโปร่งของใครบางคนที่ยืนพิงผนังทางเดินอยู่ก่อนแล้ว รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ส่งมาให้พร้อมกับคำพูดเอื่อยเฉื่อยทำให้คินต้องเบรกฝ่าเท้าตัวเองแทบไม่ทัน
"ใจเย็นๆ สิครับคุณเดือนคณะ... ดูท่าทางคุณจะร้อนรนเป็นไฟเลยนะ ตั้งแต่พายเขาเดินหนีไปเนี่ย"
คินหรี่ตามองผู้มาใหม่ด้วยความหงุดหงิดทวีคูณ มือข้างที่ถือโทรศัพท์กำแน่นจนหน้าจอแทบร้าว เมื่อคนที่ขวางทางอยู่ตอนนี้ไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็น 'ชี้น' รุ่นพี่ตัวแสบจากคณะเดียวกันที่มักจะรู้เห็นเป็นใจในทุกเรื่องราวของพายเสมอ และรอยยิ้มของอีกฝ่ายในตอนนี้ก็กำลังส่งสัญญาณเตือนภัยบางอย่างที่ทำให้เขาสังหรณ์ใจแปลกๆ
"นายมาทำอะไรที่นี่..." คินกดเสียงต่ำอย่างอันตราย
ชี้นหัวเราะในลำคอเบาๆ ก้าวเข้ามาประชิดตัวคินแล้วกระซิบด้วยประโยคที่ทำเอาเลือดในกายของคนฟังเย็นเฉียบลงไปถึงกระดูก
"ก็แค่จะมาบอกว่า... ถ้าคุณยังมัวแต่เคลียร์ปัญหาคาราคาซังไม่ขาดแบบนี้ ระวัง 'คนอื่น' ที่พร้อมจะดูแลพายแทนคุณ เขาจะก้าวขาแซงหน้าคุณไปไกลจนตามไม่ทันแล้วนะครับ"
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ
ขอเป็นคนโปรดของคุณ (ศัตรูหัวใจคนนี้คือผมเอง)•ตอนที่ 19
ระยะห่างที่เพิ่มขึ้น
ผลงานโดย คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอเป็นคนโปรดของคุณ (ศัตรูหัวใจคนนี้คือผมเอง) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!