"ถ้าคิดจะทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของผมขนาดนี้ ทำไมไม่ล่ามโซ่ผมไว้ที่ห้องวิศวะเลยล่ะครับ คุณคิน!"
เสียงหวานที่มักจะเจือแววกวนประสาทอยู่เสมอในยามปกติ บัดนี้กลับสั่นเครือด้วยแรงอารมณ์ ประโยคดังกล่าวถูกขว้างใส่หน้าชายหนุ่มร่างสูงอย่างไม่ไว้หน้า ท่ามกลางบรรยากาศตึงเครียดภายในห้องนั่งเล่นของคอนโดมิเนียมหรูที่มืดสลัว มีเพียงแสงไฟจากตึกสูงระฟ้าภายนอกหน้าต่างกระจกใสที่สาดส่องเข้ามาเป็นเงาทอดยาว
คินยืนนิ่งสนิท มือหนาทั้งสองข้างกำเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปนสันกรามคมสันขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูน ดวงตาคมกริบที่เคยพราวระยับด้วยความเจ้าเล่ห์ บัดนี้กลับลุกโชนด้วยเพลิงโทสะและร่องรอยของความเสียใจที่เจ้าตัวพยายามกลบเกลื่อนไว้ไม่มิด
รอยร้าวในสัญญาใจที่ทั้งคู่ต่างเหยียบย่ำลงไปทีละน้อย บัดนี้ได้ขยายตัวกว้างขึ้นจนกลายเป็นเหวาลึกที่ยากจะประสาน
"พาย... พูดอะไรออกมา รู้ตัวบ้างไหม" คินเค้นเสียงลอดไรฟัน น้ำเสียงทุ้มต่ำเต็มไปด้วยความกดดันที่พร้อมจะระเบิดได้ทุกเมื่อ "ผมทำแบบนั้นเพราะอะไร ถ้าคุณใช้สมองส่วนหน้าคิดสักนิด ไม่ใช่เอาแต่ใช้อารมณ์ คุณน่าจะรู้ว่าผมปกป้องคุณจากไอ้เน็ต!"
"ปกป้องเหรอ?" พายแค่นหัวเราะออกมาในลำคอ ดวงตากลมโตคู่สวยรื้นไปด้วยหยาดน้ำใส แต่เจ้าตัวกลับเชิดหน้าขึ้นดื้อรั้น ไม่ยอมปล่อยให้อ่อนแอให้คนตรงหน้าได้เห็น "คุณเรียกว่าการคุม The Control ทุกฝีก้าว การเช็กโทรศัพท์ การกวาดตามองทุกคนที่เข้ามาคุยกับผมว่าเป็นศัตรูหัวใจ... ว่าเป็นการปกป้องงั้นเหรอครับคุณคิน นั่นมันการควบคุมโรคจิตชัดๆ!"
คำว่า 'โรคจิต' พุ่งชนเข้ากลางใจของคนฟังอย่างจัง คินก้าวเท้าเข้าไปประชิดตัวร่างบางอย่างรวดเร็วราวกับเสือชีตาร์ตะครุบเหยื่อ แรงกดดันมหาศาลแผ่ซ่านออกมาจากตัวของเดือนวิศวะฯ จนพายต้องถอยหลังไปจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้องเย็นเฉียบ
มือหนาข้างหนึ่งยื่นไปทาบลงบนผนังเพื่อกักขังอีกฝ่ายไว้ ส่วนมืออีกข้างเอื้อมไปบีบปลายคางมนของพายไว้แน่นพอประมาณ ไม่ให้เบือนหน้าหนี
"ปากเก่งนักนะพาย" คินโน้มใบหน้าลงมาจนปลายจมูกเกือบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนที่ปะทะกันไม่ได้ทำให้รู้สึกเคลิบเคลิ้มเหมือนทุกครั้ง หากแต่เต็มไปด้วยรสชาติฝาดเฝื่อนของความอึดอัด "อยากรู้ใช่ไหมว่าทำไมผมถึงต้องทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของคุณขนาดนี้... ก็เพราะว่าผมกลัวไง!"
พายชะงักไปเล็กน้อย ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเมื่อเห็นร่องรอยความเปราะบางที่ฉาบอยู่ก้นบึ้งนัยน์ตาของคนปากร้าย
"กลัวว่าวันหนึ่ง คุณจะหันไปยิ้มให้ไอ้คนอื่น กลัวว่าความสัมพันธ์ที่เราสร้างมามันจะไม่มีความหมายอะไรเลยในสายตาคุณ... เพราะสำหรับผม คุณคือคนโปรดคนเดียวที่ผมยอมทิ้งทุกอย่างเพื่อรักษาไว้ แต่ดูคุณทำสิพาย คุณเปิดช่องให้มันเข้ามาตลอด!"
"ผมไม่ได้เปิดช่อง!" พายเถียงกลับเสียงดังลั่น หยาดน้ำตาที่กลั้นไว้ร่วงหล่นลงมาอาบแก้มเนียนอย่างสุดจะกลั้น "เน็ตมันเป็นแค่เพื่อนร่วมคณะที่เคยคุยกันสมัยมัธยม เขาแค่มารยาทงามและขอความช่วยเหลือเรื่องงานโปรเจกต์ แล้วคุณล่ะ? อดีตคนคุยเก่าอย่างคุณที่ยังวนเวียนอยู่ในชีวิตคุณ ทำไมผมถึงต้องทนเห็นคุณไปยืนคุยกับมันสองต่อสองที่คณะบริหารด้วยล่ะครับคุณคิน!"
ความจริงถูกขุดคุ้ยขึ้นมากลางวงสนทนา ความเงียบงันเข้าปกคลุมพื้นที่ชั่วขณะ คินชะงักไปทันทีเมื่อได้ยินชื่อของคนที่เขาลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่าพายเห็นเหตุการณ์นั้น
"คุณหมายถึงวันนั้นที่ห้องสมุด..." คินพึมพำเสียงเบาลง ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่เริ่มถูกแทนที่ด้วยความตื่นตระหนก "ผมไปเคลียร์กับเน็ตให้จบเด็ดขาดต่างหากพาย ผมบอกมันชัดเจนแล้วว่าผมมีคุณคนเดียว!"
"แล้วทำไมคุณถึงไม่บอกผมตรงๆ ตั้งแต่แรก ทำไมต้องปล่อยให้ผมรู้จากคนอื่น ทำไมต้องทำให้ผมรู้สึกเหมือนเป็นคนโง่ที่ยืนมองแฟนตัวเองยืนเคลียร์กับแฟนเก่าโดยที่ตัวเองไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะถาม!"
น้ำตาของพายไหลพรั่งพรูออกมาอย่างหนักหน่วง ความอัดอั้นตันใจที่สะสมมานานนับเดือนได้รับการปลดปล่อยออกมาในวินาทีนี้ คินมองภาพนั้นด้วยความรู้สึกเจ็บแปลบในอก มือที่เคยบีบคางอีกฝ่ายคลายออกอย่างช้าๆ ก่อนจะเลื่อนขึ้นไปเกลี่ยคราบน้ำตาบนแก้มนวลอย่างแผ่วเบา
"พาย... ผมขอโทษ" น้ำเสียงของคินอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด ความแข็งกร้าวเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความรู้สึกผิดที่กัดกินหัวใจ "ผมแค่ไม่อยากให้คุณต้องมารับรู้เรื่องไร้สาระพวกนั้น ผมจัดการมันได้"
"แต่ความรู้สึกของผมมันไม่ใช่เรื่องไร้สาระนะคิน..." พายเบือนหน้าหนีสัมผัสอ่อนโยนนั้น ปลายนิ้วเรียวผลักอกแกร่งให้ออกห่าง "ถ้าเราต่างฝ่ายต่างไม่เชื่อใจกัน ถ้าคุณยังมองว่าผมเป็นเด็กดื้อที่ต้องคอยควบคุม และผมยังมองว่าคุณเป็นคนเผด็จการ... ผมว่าเราพอแค่นี้เถอะครับ"
คำว่า 'พอแค่นี้เถอะ' ราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางใจของคิน ร่างสูงยืนแข็งทื่อราวกับถูกสาป ดวงตาคมเบิกกว้างด้วยความตกใจระคนหวาดกลัว
"คุณหมายความว่ายังไงพาย..." คินเสียงสั่นพร่า คว้าข้อมือเรียวไว้แน่นราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะสลายหายไปต่อหน้า "เลิกเหรอ? คุณกำลังบอกเลิกผมงั้นเหรอเพราะเรื่องแค่นี้เนี่ยนะ!"
"เรื่องแค่นี้สำหรับคุณ... แต่มันคือทั้งหมดของความอึดอัดสำหรับผมครับ" พายพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่นัยน์ตากลับเด็ดเดี่ยวจนน่ากลัว "เราถอยกันคนละก้าวเถอะนะคิน... ต่างคนต่างไปตั้งสติ"
พายสะบัดข้อมือออกจากการเกาะกุมอย่างเด็ดขาด หมุนตัวเดินมุ่งหน้าไปยังประตูห้องนอนเพื่อเก็บกระเป๋า คินยืนมองแผ่นหลังบางที่สั่นเทาด้วยความรู้สึกเคว้งคว้างอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ความอีโก้และความเป็น Alpha ที่มีอยู่เต็มเปี่ยมพังทลายลงในพริบตา เขากำลังจะสูญเสียคนที่รักที่สุดไปเพียงเพราะความปากเสียและความต้องการครอบครองที่มากเกินพอดี
ก๊อกๆ ก๊อก!
เสียงเคาะประตูกระจกหน้าห้องดังขึ้นสามครั้งติดต่อกัน ท่ามกลางความเงียบงันอันน่าอึดอัด คินขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิด ใครกันที่กล้ามาเคาะห้องในเวลาวิกาลแบบนี้ ส่วนพายก็หยุดชะงักฝีเท้า หันกลับมามองที่ประตูห้องนั่งเล่นด้วยความสงสัย
ก๊อกๆ ก๊อก! เสียงเคาะดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับเสียงไขรหัสผ่านประตูที่ดัง 'ติ๊ด' ยาวติดต่อกันสามครั้ง ซึ่งเป็นสัญญาณว่าประตูห้องกำลังถูกเปิดออกด้วยรหัสผ่านสำรอง!
คินพุ่งตัวเข้าไปบังหน้าพายไว้โดยอัตโนมัติ สัญชาตญาณความเป็นเจ้าของตื่นตัวขึ้นทันที ดวงตาคมจ้องเขม็งไปยังบานประตูที่กำลังค่อยๆ ถูกผลักเปิดออกช้าๆ เผยให้เห็นเงาร่างโปร่งของใครบางคนที่ยืนยิ้มระรื่นอยู่หน้าห้อง... เน็ต!
"เซอร์ไพรส์... พอดีผมผ่านมาแถวนี้แล้วจำรหัสห้องเก่าได้ หวังว่าผมคงไม่ได้มารบกวนเวลา 'เคลียร์ใจ' ของพวกคุณหรอกนะครับ"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะเวียนมาสัมผัสความเจ็บปวดและลุ้นระทึกไปกับความสัมพันธ์ของทั้งคู่ในตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าครับ
ขอเป็นคนโปรดของคุณ (ศัตรูหัวใจคนนี้คือผมเอง)•ตอนที่ 18
รอยร้าวในสัญญา
ผลงานโดย คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอเป็นคนโปรดของคุณ (ศัตรูหัวใจคนนี้คือผมเอง) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!