กลิ่นบุหรี่จางๆ ผสมกับกลิ่นน้ำหอมผู้ชายราคาแพงลอยอบอวลอยู่ในพื้นที่แคบๆ หลังตึกคณะนิเทศศาสตร์ ยามที่ความเงียบเข้าปกคลุมหลังตึกเรียน บรรยากาศมันชวนให้อึดอัดเสียยิ่งกว่านั่งอยู่ในห้องสอบวิชาสถิติ
"นายจะตามมาตื๊อฉันถึงไหนเน็ต" พายกดเสียงต่ำ พยายามซ่อนความหงุดหงิดไว้ภายใต้รอยยิ้มมุมปากที่อีกฝ่ายมองปราดเดียวก็รู้ว่าฝืน ดวงตากลมโตตวัดมองคนตรงหน้าด้วยความระแวง
เน็ตหัวเราะในลำคอ ก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวจนพายต้องถอยหลังไปชนกับผนังปูนเย็นเยียบ "ก็แค่จะมาคุยเรื่องของเรา... คินมันมีดีตรงไหนวะพาย ถึงทำให้คนที่เคยเกลียดมันเข้าไส้อย่างนาย ยอมลดตัวไปคลุกคลีด้วย?"
"เรื่องของเรามันจบไปนานแล้ว ตั้งแต่วันที่นายเลือกจะเดินออกไปเอง อย่ามาทำเป็นหวงก้างในวันที่มันสายไปเลยครับ" พายสวนกลับทันควัน น้ำเสียงเฉียบคมไม่มีหลบตา แม้ในใจจะเริ่มรู้สึกถึงลางสังขารความซวยที่กำลังคืบคลานเข้ามา
ทว่า ก่อนที่เน็ตจะได้เอאะอะหรือยื่นมือมาแตะต้องไหล่ ร่างสูงโปรดของใครอีกคนก็พุ่งเข้ามาคว้าคอเสื้อของเน็ตจากด้านหลังอย่างแรง แรงเหวี่ยงมหาศาลทำให้เน็ตเซถลาจนเกือบ
"กูบอกมึงกี่ครั้งแล้วว่าอย่ามาลามปามคนของกู"
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่กดต่ำจนน่ากลัวดังขึ้น คินยืนจังก้าอยู่ตรงนั้น นัยน์ตาคมกริบฉายแววกรุ่นโกรธจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปーン สันกรามขบเข้าหากันแน่นจนเป็นสันนูน แผ่รังสีความน่ากลัวออกมารอบตัวราวกับพายุเข้า
เน็ตปัดเสื้อตัวเองให้เข้าที่ ยิ้มเยาะใส่คิน "หูย... เดือดร้อนแทนกันขนาดนี้เลยเหรอวะ หรือว่ามึงแค่โดนมันหลอกให้หลงจนหัวปักหัวปำ คิน... นายก็รู้ว่าพายมันไม่ใช่คนใสซื่อแบบที่มึงคิด"
"หุบปากแล้วไสหัวไปซะ ก่อนที่กูจะหมดความอดทนแล้วซัดหน้ามึงตรงนี้" คินคำรามในลำคอ ก้าวเข้าไปประชิดตัวเน็ตจนอีกฝ่ายต้องยอมถอยกรูดด้วยความกลัว ก่อนจะสะบัดหน้าเดินหนีไป
พื้นที่ตรงนั้นเหลือเพียงความเงียบงัน... และคนสองคนที่ยังคงยืนเผชิญหน้ากันด้วยทิฐิที่ค้ำคออยู่
พายเบือนหน้าหนี มองไปทางอื่นเพื่อซ่อนความสั่นไหวในแววตา ถึงปากจะเก่งแค่ไหน แต่เมื่อกูเหตุการณ์เมื่อครู่มันก็ทำให้เขาใจเต้นแรงไม่เป็นจังหวะเหมือนกัน
"ยืนบื้ออยู่ทำไม เดินตามมานี่ดิ" คินพูดเสียงห้วน หันหลังเดินนำไปยังลานจอดรถด้านหลังที่ปลอดผู้คน
"ฉันไม่ได้ขอให้แกมาช่วยสักหน่อย แล้วก็นะ... เลิกทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของฉันสักที ฉันไม่ใช่ลูกน้องแก" พายเดินตามไปพร้อมกับบ่นกระพอดกระแปะ แต่ขากลับก้าวตามแผ่นหลังกว้างนั้นไปอย่างไม่รู้ตัว
คินหยุดเดินกะทันหันจนพายเกือบชนเข้ากับแผ่นหลังของเขา ร่างสูงหมุนตัวกลับมามองด้วยสีหน้าเรียบเฉึง แต่ดวงตาคู่นั้นกลับไหววูบไปชั่วขณะ
"เออ... ขอโทษ"
คำพูดห้วนๆ สั้นๆ หลุดออกมาจากปากของคนที่ขึ้นชื่อว่าปากเสียที่สุดในคณะวิศวะ พายถึงกับชะงัก ตาโตค้างอ้าปากพะงาบๆ เหมือนปลาขาดน้ำ
"แก... พูดว่าอะไรนะ" พายถามย้ำ ราวกับไม่เชื่อหูตัวเอง
คินเสมองไปทางอื่น ใบหน้าหล่อเหลาขึ้นสีแดงเรื่ออย่างเห็นได้ชัดแม้ในความมืด เขาเกาหลีบหูตัวเองแก้เก้อ ก่อนจะพึมพำด้วยน้ำเสียงที่เบาลงกว่าเดิม
"ก็บอกว่า... ขอโทษ ที่พูดจาไม่เข้าหูเมื่อตอนกลางวัน... แล้วก็ขอโทษที่ปล่อยให้ไอ้เน็ตมันมายืนใกล้แกเกินไป... พอใจยังวะ"
ประโยคหลังคินหันกลับมาสบตาตรงๆ น้ำเสียงแม้จะยังติดความห้วนตามนิสัย แต่แววตากลับจริงจังจนพายรู้สึกร้อนผ่าวที่ใบหน้าอย่างไม่มีสาเหตุ
บรรยากาศรอบตัวเหมือนจะหยุดนิ่งลงชั่วขณะ ความเงียบที่เคยน่าอึดอัด กลับถูกแทนที่ด้วยเสียงหัวใจที่เต้นรัวโครมครามอยู่ในอกของคนทั้งคู่ พายเม้มปากแน่น พยายามจะหาคำพูดกวนประสาทมากลบเกลื่อนความเขินอายนี้ แต่ทว่า...
ก่อนที่พายจะได้ทันอ้าปากพูดอะไรออกไป เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงปรบมือช้าๆ ก็ดังขึ้นจากความมืดตรงทาง
"โอ้โห... ภาพหาดูยากเลยนะเนี่ย คุณเดือนวิศวะผู้หยิ่งยโส ยอมก้มหัวขอโทษคนอื่นเป็นด้วยเหรอครับเนี่ย?"
ร่างสูงโปรดของบุคคลที่ไม่ได้รับเชิญก้าวออกมาจากเงาไม้ พร้อมกับรอยยิ้มเยعยันที่มุมปาก ดวงตาคมกริบมองตรงมาที่คินและพายด้วยแววตาสนุกสนาน
คินหรี่ตาลงทันที สันกรามขบเข้าหากันแน่นยิ่งกว่าเดิมเมื่อเห็นชัดเจนว่าใครคือคนที่ยืนอยู่ตรงนั้น...
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ
ขอเป็นคนโปรดของคุณ (ศัตรูหัวใจคนนี้คือผมเอง)•ตอนที่ 21
ยอมลดทิฐิ
ผลงานโดย คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอเป็นคนโปรดของคุณ (ศัตรูหัวใจคนนี้คือผมเอง) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!