กระดาษแผ่นบางในมือของเน็ตไม่ได้มีน้ำหนักอะไรเลยในทางกายภาพครับ แต่มันกลับหนักอึ้งรากับก้อนหินที่ถูกทุ่มลงกลางอกของพายในวินาทีที่สายตาคมกวาดผ่านลายเซ็นคุ้นเคย
"สัญญาฉบับจริงงั้นเหรอ..." เสียงทวนคำของพายเบาหวิวราวกับลอยละล่องอยู่ในสุญญากาศ รอยยิ้มเยาะหยันที่มักจะประดับอยู่บนริมฝีปากบางเสมอในยามเผชิญหน้ากับศัตรูตัวฉกาจ บัดนี้มันแตกสลายกลายเป็นความว่างเปล่า "พี่เน็ตกำลังเล่นตลกอะไรอยู่ครับ"
"ตลกเหรอครับน้องพาย" เน็ตยิ้มรับด้วยท่าทีสุภาพเรียบร้อย ทว่าแววตาหลังกรอบแว่นสายตากลับพาดผ่านด้วยประกายความสะใจอย่างปิดไม่มิด ร่างโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดก้าวเข้าไปใกล้รุ่นน้องคณะนิเทศฯ อีกนิด พร้อมกับพลิกกระดาษแผ่นนั้นให้เห็นเงื่อนไขที่ถูกซ่อนไว้ใต้พรม "พี่ไม่ได้มาเล่นๆ หรอกนะ... ลองอ่านข้อสามบรรทัดรองสุดท้ายดูสิครับ ว่าใครกันแน่ที่เป็นคนเซ็นชื่อ 'ยินยอม' ให้ทุกอย่างมันดำเนินไปตามแผนตั้งแต่แรก"
พายกะพริบตาช้าๆ ความตื่นตระหนกวิ่งพล่านเข้าไปในกระแสเลือดราวกับน้ำแข็งละลายหยดลงบนแผลสด สมองที่เคยประมวลผลได้อย่างรวดเร็วกลับตื้อตันไปหมดเมื่อกวาดสายตาไปตามตัวอักษรพิมพ์ดีดที่ระบุเงื่อนไขการโอนสิทธิ์โปรเจกต์ใหญ่ และชื่อผู้รับมอบอำนาจร่วม... ซึ่งไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นชื่อของ 'คิน' ศัตรูหัวใจและผู้ชายปากร้ายที่เพิ่งจะกระซิบคำว่ารักแนบข้างหูเขาเมื่อคืนนี้เอง
ทุกอย่างมันคือเกมเหรอครับ?
ภาพรอยยิ้มอบอุ่น น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เคยเอ่ยคำว่าหึงหวง และสัมผัสอ่อนโยนในคืนนั้น วูบไหวเข้ามาในหัวราวกับภาพยนตร์ฟิล์มเก่าที่กำลังถูกเผาไหม้ด้วยเปลวเพลิง พายรู้สึกชาไปทั้งตัว ความรู้สึกพะอืดพะอมตีตื้นขึ้นมาจนจุกที่ลำคอ เขาเป็นแค่ตัวหมากในเกมแก้แค้นหรือเกมธุรกิจงี่เง่าระหว่างสองคนนี้สินะ คนหนึ่งเข้ามาตีสนิทเพื่อปั่นหัว อีกคนก็ถือไพ่เหนือกว่ารอจังหวะตลบหลัง
"โกหก..." พายเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตากลมโตที่มักจะพราวระยิบด้วยความเจ้าเล่ห์ บัดนี้กลับมีรื้นน้ำใสๆ เอ่อคลอขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ แต่เขากัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือดเพื่อสะกดกลั้นมันไว้ "พี่เน็ตแต่งเรื่องนี้ขึ้นมาใช่ไหมครับ คินไม่มีทางทำแบบนี้กับผมหรอก"
"น้องพายครับ เด็กดื้อบางครั้งก็ต้องเจอความจริงกระแทกหน้าบ้างนะ ถึงจะตาสว่าง" เน็ตหัวเราะในลำคอเบาๆ "ถามคินมันดูสิครับ ว่าทำไมโปรเจกต์ตัวนี้ถึงอนุมัติผ่านอย่างไร้รอยต่อ ทั้งที่คณะนิเทศฯ ของน้องต่อต้านหัวชนฝา... ก็เพราะ 'ลายเซ็น' ในหน้านี้ไงล่ะครับ ที่ทำให้คินได้ทั้งงาน ได้ทั้งกล่อง... แล้วก็ได้น้องมาเป็นของเล่นแก้เบื่อแก้เซ็งในช่วงเทอมนี้ด้วย"
ราวกับมีสายฟ้าฟาดลงกลางกะโหลกศีรษะ พายเซถอยหลังไปก้าวหนึ่งจนสะดุดเข้ากับมุมโต๊ะทำงาน เสียงหัวใจเต้นโครมครามดังอื้ออึงอยู่ในหูจนแทบไม่ได้ยินเสียงรอบข้าง ความรู้สึกโดนหักหลังและถูกหลอกใช้ให้กลายเป็นตัวตลกพุ่งทะยานขึ้นถึงขีดสุด ความเจ็บแปลบที่แล่นริ้วไปทั่วทรวงอกทำให้เขารู้สึกหายใจไม่ออก
ในจังหวะที่หัวใจกำลังร้าวรานถึงขีดสุดนั้นเอง ประตูห้องทำงานกระจกใสก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรงด้วยฝ่ามือหนา
"พาย!"
เสียงทุ้มหอบหายใจเล็กน้อยของคินดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงใหญ่ของเดือนคณะวิศวะฯ ที่ก้าวพรวดพราดเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก ดวงตาคมกริบกวาดมองสภาพของคนทั้งสองอย่างรวดเร็ว ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ใบหน้าซีดเผือดและแววตาสั่นระริกของพาย "พี่บอกให้รอที่รถทำไมถึงเดินขึ้นมาหาไอ้...นี่"
คินชะงักไปเมื่อเห็นกระดาษในมือของเน็ต และรอยยิ้มเยาะที่ระบายอยู่บนหน้าของอีกฝ่าย
"มาพอดีเลยครับคิน..." เน็ตเอ่ยด้วยน้ำเสียงลอยชาย "กำลังพูดถึงพอดีเลยว่า น้องพายนี่น่ารักจริงๆ นะครับ ยอมเซ็นเอกสารให้ทุกอย่างโดยไม่ทันสังเกตเงื่อนไขพ่วงท้ายเลยสักนิด... สมกับเป็นเด็กนิเทศฯ ที่เก่งแต่ปากจริงๆ"
คินขบกรามแน่นจนกล้ามเนื้อสันกรามขึ้นเป็นสันนูน นัยน์ตาคมดุหันขวับไปจ้องเน็ตราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ "หุบปากของแกไปซะเน็ต! เอาเอกสารนั่นคืนมาแล้วไสหัวออกไปจากที่นี่ก่อนที่ฉันจะหมดความอดทน!"
"ทำไมล่ะครับ? กลัวน้องพายรู้ความจริงเหรอว่าที่ผ่านมา แกเข้าหาเขาเพราะอะไร..." เน็ตยังคงลอยหน้าลอยตาพูดต่อ โดยไม่เกรงกลัวรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากตัวของคินเลยแม้แต่น้อย
แต่ทว่า... ทุกคำพูดเหล่านั้น กลับกลายเป็นเสียงก้องสะท้อนที่ไร้ความหมายสำหรับพายไปเสียแล้ว
ร่างโปร่งยืนนิ่งสนิท น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ร่วงเผาะลงกระทบหลังมืออย่างเงียบงัน ความเงียบงันที่น่ากลัวยิ่งกว่าเสียงกรีดร้องใดๆ พายไม่ได้โวยวาย ไม่ได้อาละวาดทุบตีเหมือนอย่างเคย ดวงตากลมโตที่เคยเต็มไปด้วยประกายชีวิตชีวา บัดนี้กลับว่างเปล่าและเย็นชาจนน่าใจหาย
"พาย..." คินหันกลับมาหาคนตัวเล็ก น้ำเสียงที่เคยแข็งกร้าวเปลี่ยนเป็นความร้อนรนและกังวลใจอย่างเห็นได้ชัด ขายาวก้าวเข้ามาใกล้พร้อมกับจะเอื้อมมือไปคว้าแขนอีกฝ่าย "อย่าไปฟังมันพูดนะ พายฟังพี่ก่อน ทุกอย่างมันไม่ใช่..."
"อย่ามาแตะต้องตัวผม!"
พายสะบัดแขนหนีสุดแรงเกิด แรงกระชากนั้นทำให้คินชะงักค้างไป ดวงตาสองคู่ประสานกันในความเงียบที่บีบคั้นหัวใจจนแทบหยุดเต้น
"คำก็ไม่ใช่ สองคำก็ไม่ใช่..." พายเค้นหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะที่แหบพร่าและเต็มไปด้วยรอยร้าวลึก "ผมมันโง่เองใช่ไหมครับคิน ที่คิดว่าตัวเองเป็นคนพิเศษ... ที่คิดว่าความรู้สึกที่เรามีให้กันมันคือเรื่องจริง ไม่ใช่แผนการธุรกิจทุเรศๆ ที่พวกคุณร่วมมือกันจัดฉากขึ้นมาเพื่อหลอกใช้ผม!"
"พาย! มันไม่ใช่แบบนั้นนะ!" คินพยายามอธิบาย น้ำเสียงทุ้มเข้มเริ่มสั่นพร่าด้วยความร้อนใจ มือหนาพยายามจะไขว่คว้าตัวคนที่กำลังถอยหนีห่างออกไป "เรื่องเอกสารนั่น... พี่ไม่ได้ตั้งใจจะเอามาใช้ประโยชน์กับน้อง พี่แค่อยาก..."
"อยากให้ผมเป็นเหยื่อในเกมของพวกคุณใช่ไหมครับ?" พายสวนกลับทันควัน หยาดน้ำตาไหลอาบแก้มเนียนอย่างไม่คิดจะยกมือขึ้นเช็ดออก แววตาที่มองมาที่คินเต็มไปด้วยความผิดหวังและเกลียดชัง "พอทีเถอะครับคิน... ผมเหนื่อยแล้ว เลิกเล่นละครตบตาแล้วปล่อยผมไปสักทีเถอะ"
"พี่ไม่ปล่อย!" คินตะโกนลั่น ความอดทนที่มีทั้งหมดพังทลายลงในพริบตา ร่างสูงพุ่งเข้าไปคว้าข้อมือบางของพายเอาไว้แน่นด้วยความเร่าร้อนและหวาดกลัวว่าอีกคนจะหลุดมือไปจริงๆ "ฟังพี่อธิบายก่อนสิพาย! เรื่องทั้งหมดพี่ไม่ได้เป็นคน..."
"ปล่อยผม!" พายสะบัดแขนสุดแรงอีกครั้ง คราวนี้ดวงตากลมโตฉายแววเด็ดเดี่ยวและเด็ดขาดจนคินต้องผงะ "เราขาดกันแค่นี้แหละครับคิน... จำไว้เลยว่าต่อจากนี้ ระหว่างเรา ไม่มีความจำเป็นต้องรู้จักกันอีกต่อไป!"
พูดจบ พายก็หันหลังวิ่งหนีออกไปจากห้องนั้นทันที โดยไม่สนใจเสียงตะโกนเรียกชื่อของคินที่ดังไล่หลังมาอย่างร้อนรน
คินทำท่าจะก้าวตามไป แต่เน็ตกลับก้าวเข้ามาขวางทางไว้พร้อมรอยยิ้มเย็นเยียบ "ปล่อยเขาไปเธียเตอร์เถอะครับคิน... เด็กมันฉลาดขนาดนี้ อีกไม่นานก็คงทำใจได้เองแหละน่า"
"ไสหัวไปให้พ้นหน้าฉัน!" คินคำรามลั่นด้วยความโกรธจัด ก่อนจะผลักเน็ตจนเซถอยหลังไปชนโต๊ะ แล้วพุ่งพรวดตามร่างบางออกไปทันทีด้วยหัวใจที่หล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม
ท้องฟ้ายามเย็นด้านนอกอาคารเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเทาทึบ เมฆฝนตั้งเค้าทะมึนราวกับจะกลั่นแกล้งอารมณ์ของคนทั้งคู่ พายวิ่งออกมาจนถึงลานจอดรถด้วยความพร่ามัวของน้ำตาที่บังคับให้มองทางแทบไม่เห็น หัวใจดวงน้อยเจ็บแปลบจนแทบระเบิดออกมาเป็นเสี่ยงๆ ความเชื่อใจทั้งหมดถูกเหยียบย่ำจนไม่เหลือชิ้นดี
ทว่า... ในวินาทีที่พายกำลังจะก้าวพ้นประตูทางออกของอาคารเพื่อเรียกแท็กซี่หนีไปให้ไกลที่สุด แสงไฟหน้ารถสปอร์ตคันหรูที่จอดลับตาคนอยู่มุมอับก็สาดส่องเข้ามาตัดหน้า
ประตูกลเปิดออก พร้อมกับร่างของใครบางคนที่ก้าวลงมาจากรถ คนที่พายคิดไม่ถึงว่าจะมาปรากฏตัวอยู่ในเวลานี้...
"รอนานไหมครับน้องพาย... ดูท่าทางน้องกำลังต้องการที่พึ่งพอดีเลยนี่ครับสนใจไป 'คุยธุระส่วนตัว' กับพี่ต่อให้จบไหมล่ะครับ?"
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความรู้สึกของตัวละครเสมือนจริงนี้ด้วยกันนะครับ
ขอเป็นคนโปรดของคุณ (ศัตรูหัวใจคนนี้คือผมเอง)•ตอนที่ 28
น้ำตาของคนปากแข็ง
ผลงานโดย คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอเป็นคนโปรดของคุณ (ศัตรูหัวใจคนนี้คือผมเอง) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!