ขอเป็นคนโปรดของคุณ (ศัตรูหัวใจคนนี้คือผมเอง)•ตอนที่ 3

ศัตรูที่น่าหมั่นไส้

ผลงานโดย คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
“ถ้าจะยืนยิ้มให้คนอื่นมองจนเป็นเป้าสายตาขนาดนี้ ผมว่าคุณไปตั้งบูธขายรอยยิ้มกลางลานกิจกรรมคณะวิศวะฯ เลยดีกว่าครับ จะได้ไม่ต้องมายืนขวางทางเดินให้เสียเวลาคนอื่น” ผมเอ่ยขึ้นทันทีที่ก้าวพ้นจากทางแยก ประโยคที่ดูเหมือนคำแนะนำแต่แฝงไว้ด้วยความประชดประชันอย่างเต็มเปี่ยมถูกส่งออกไปโดยไม่มีการเกรงใจ คินยังคงยืนพิงกำแพงตึกด้วยท่าทางสบายอารมณ์ รอยยิ้มที่ผมอ่านไม่ออกเมื่อครู่ยังประดับอยู่บนใบหน้าคมคายนั้นอย่างไม่มีทีท่าว่าจะจางหาย คินเหยียดตัวตรงขึ้นช้าๆ สายตาคมปลาบของเขาไล่มองผมตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความรู้สึกที่ผมบอกไม่ถูกว่ามันคือความดูแคลนหรือความพึงพอใจกันแน่ “ทางเดินนี้กว้างพอให้คนเดินสวนกันได้นะครับพาย แต่ดูเหมือนคนแถวนี้จะชอบเดินมาหาเรื่องผมมากกว่า” “หลงตัวเองไปหน่อยไหมครับคุณคิน?” ผมแค่นหัวเราะ ปรับจังหวะก้าวเดินให้เข้าไปใกล้เขาอีกนิดจนสัมผัสได้ถึงกลิ่นน้ำหอมจางๆ ที่มีความเป็นเอกลักษณ์ของคนตรงหน้า “ผมแค่จะเดินไปหาของกิน ไม่ได้มีจิตพิศวาสอยากแวะมาคุยกับคนนิสัยเสียแถวนี้หรอกครับ” “หึ...” เขาแค่นยิ้มในลำคอ ก่อนจะก้าวขยับมาปิดระยะห่างระหว่างเราจนผมต้องเป็นฝ่ายหยุดชะงัก ลมหายใจอุ่นๆ ของเขาปะทะเข้ากับข้างแก้มผมเบาๆ ในจังหวะที่เขาโน้มตัวลงมากระซิบ “นิสัยเสียแต่ก็ทำให้คุณยอมลดตัวลงมาเถียงด้วยทุกครั้ง... ตกลงใครกันแน่ที่น่าสงสัย?” บรรยากาศรอบข้างเริ่มเปลี่ยนไป เสียงเจี๊ยวจ๊าวของนักศึกษาที่เดินผ่านไปมาเริ่มเบาบางลงเมื่อสายตาหลายคู่เริ่มจับจ้องมาที่จุดเกิดเหตุ การปะทะคารมระหว่างเดือนวิศวะฯ กับหนุ่มนิเทศฯ ปากจัดกลายเป็นเรื่องที่คนทั้งมหาลัยเริ่มให้ความสนใจ ใครจะไปคิดว่าศัตรูหัวใจที่ใครๆ ต่างก็รู้กิตติศัพท์ความปากร้ายของทั้งคู่จะมายืนประจันหน้ากันกลางทางแยกแบบนี้ “ผมแค่รำคาญครับ รำคาญจนอยากจะดัดนิสัย” ผมเงยหน้าขึ้นสบตาเขากลับอย่างไม่ลดละ แม้ในใจจะเริ่มเต้นผิดจังหวะกับสายตาที่จ้องลึกเข้ามา “และดูเหมือนว่าวันนี้ผมจะโชคร้ายที่ต้องมาเจอคนที่ไม่รู้จักคำว่ามารยาท” “ปากดีจังนะครับ” คินยกยิ้มที่มุมปาก มือข้างหนึ่งของเขายกขึ้นมาจัดคอเสื้อของผมอย่างถือวิสาสะ ท่าทางนั้นเรียกเสียงซุบซิบจากคนรอบข้างได้เป็นอย่างดี บางคนถึงกับยกมือถือขึ้นมาถ่ายคลิป “อยากรู้เหมือนกันว่าถ้าปากดีแบบนี้ไปอยู่บนเตียง จะยังทำตัวเป็นศัตรูที่น่าหมั่นไส้ได้อีกนานแค่ไหน” เสียงหวีดร้องเบาๆ จากกลุ่มนักศึกษาหญิงที่เดินผ่านดังขึ้นทันทีที่สิ้นเสียงเขา ผมเบิกตากว้างด้วยความตกใจก่อนจะปัดมือเขาทิ้งอย่างแรง “ต่ำครับ!” ผมสวนกลับทันควัน ใบหน้าร้อนผ่าวไม่ใช่เพราะความโกรธเพียงอย่างเดียว แต่เพราะความรู้สึกวาบหวามที่ถูกจู่โจมด้วยคำพูดกึ่งหยอกกึ่งคุกคามนั่น “คิดว่าตัวเองเป็นใคร? จะทำตัวเจ้าของกับใครก็ได้งั้นเหรอ?” “ก็ไม่ได้บอกว่าจะเป็นเจ้าของ... แต่ถ้าอยากได้ ผมก็พร้อมเป็นให้” คินยังคงตีหน้าตาย ราวกับสิ่งที่เพิ่งหลุดปากออกมาเป็นเพียงคำทักทายเรื่องสภาพอากาศ แต่ในขณะที่ผมกำลังจะสวนกลับด้วยคำพูดที่เจ็บแสบกว่าเดิม เสียงรองเท้าส้นสูงที่ก้าวย่างอย่างมั่นคงก็ดังแทรกเข้ามากลางวงสนทนา “ดูเหมือนว่าที่นี่จะมีเรื่องสนุกกันอยู่สินะคะ” เน็ตหยุดยืนอยู่ข้างคิน กลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่คุ้นเคยโชยเข้าจมูกจนผมรู้สึกหงุดหงิด เธอปรายตามองผมด้วยสายตาที่ซ่อนความดูถูกเอาไว้ภายใต้รอยยิ้มหวานหยด ก่อนจะหันไปเกาะแขนคินอย่างถือสิทธิ์ “คินคะ งานกิจกรรมของชมรมเริ่มแล้วนะ ไปกันเถอะค่ะ อย่ามัวเสียเวลากับ ‘คนบางคน’ ที่ชอบเดินมาหาเรื่องคนอื่นเลย” ผมแค่นยิ้มที่มุมปาก มองดูมือที่เกาะแขนคินด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก “เสียดายจังนะครับที่ผมไม่อยากเสียเวลาไปกับคนแบบคุณเหมือนกัน” ผมหันหลังกลับเตรียมจะเดินหนี แต่จังหวะที่ก้าวผ่านคิน มือของเขากลับคว้าต้นแขนผมเอาไว้แน่น แรงบีบที่ดูเหมือนจะกึ่งดึงกึ่งรั้งทำให้ผมต้องชะงักกึก ผมหันกลับไปเผชิญหน้ากับเขาอีกครั้ง ดวงตาคู่นั้นของคินเปลี่ยนไป... มันไม่มีรอยยิ้มกวนประสาทหลงเหลืออยู่ มีเพียงความเย็นชาที่ส่งมาถึงผมเพียงคนเดียว “อย่าเพิ่งไปสิพาย” เสียงทุ้มต่ำของเขาฟังดูอันตรายกว่าปกติ “เรื่องของเรายังไม่จบ... และผมคิดว่าเรายังมีเรื่องต้องคุยกันให้เคลียร์กว่านี้” เขาจงใจเน้นคำว่า ‘เรื่องของเรา’ จนเน็ตที่ยืนอยู่ข้างๆ ถึงกับชะงักไปชั่วครู่ ดวงตาของเน็ตวูบไหวด้วยความไม่พอใจ เธอพยายามดึงแขนคินออก แต่เขากลับนิ่งเฉย สายตายังคงจับจ้องที่ดวงตาของผมราวกับต้องการจะค้นหาอะไรบางอย่างที่อยู่ลึกลงไป “ปล่อยครับ” ผมสะบัดแขนออกเต็มแรงโดยไม่สนใจสายตาคนนับสิบ “ผมไม่มีเรื่องอะไรต้องคุยกับคุณ และยิ่งไม่มีเรื่องอะไรต้องคุยกับคนของคนอื่น” ผมหมุนตัวเดินออกมาจากตรงนั้นทันที พยายามไม่หันหลังกลับไปมองว่าคินกำลังทำสีหน้าอย่างไร หรือเน็ตจะโกรธจนสติแตกแค่ไหน แต่ทว่า... จังหวะที่ผมกำลังจะพ้นทางแยก เสียงเรียกของคินก็ดังไล่หลังมา ทำให้ผมต้องหยุดกึกอีกครั้ง “พาย!” ผมหันกลับไปมองตามสัญชาตญาณ และสิ่งที่เห็นคือภาพของคินที่สะบัดแขนออกจากเน็ตอย่างไม่ใยดี ก่อนจะก้าวฉับๆ ตรงเข้ามาหาผม ท่ามกลางเสียงฮือฮาที่ดังสนั่นไปทั่วบริเวณ เขาหยุดยืนอยู่ห่างจากผมเพียงแค่คืบ สายตาที่จ้องมองมานั้นเต็มไปด้วยความดุดันและคำถามที่ผมยังไม่อยากหาคำตอบในตอนนี้ “คนของคนอื่นงั้นเหรอ?” คินยื่นหน้าเข้ามาใกล้จนลมหายใจเป่ารดริมฝีปากผม “งั้นถ้าผมบอกว่าโสด... คืนนี้คุณว่างไปนั่งดื่มกับผมไหม?” ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ทุกอย่างดูเหมือนหยุดหมุน ผมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็น ‘ศัตรูหัวใจ’ คนนี้ หัวใจในอกเต้นรัวจนแทบหลุดออกมา แต่ก่อนที่ผมจะทันได้เปิดปากตอบรับหรือปฏิเสธ เงาร่างหนึ่งก็เดินแทรกเข้ามากลางระหว่างเราสองคนเสียก่อน “ถ้าอยากได้คนไปนั่งดื่มด้วย... ทำไมไม่ชวนผมล่ะครับคิน?” ชายหนุ่มร่างสูงโปร่ง หน้าตาหล่อเหลาไม่แพ้กันก้าวเข้ามาหยุดข้างผม เขาคล้องแขนรอบไหล่ผมอย่างสนิทสนมก่อนจะส่งยิ้มหวานเยิ้มไปให้คินที่ยืนกำหมัดแน่นด้วยความโกรธจัด คินมองไปยังชายแปลกหน้าคนนั้น ก่อนจะกวาดสายตากลับมามองที่ผมด้วยรอยยิ้มที่น่ากลัวที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นมา... รอยยิ้มของคนที่จะไม่ยอมให้สิ่งที่ตัวเองต้องการหลุดมือไปง่ายๆ ขอบคุณทุกการติดตามและกำลังใจที่มีให้กันเสมอมานะครับ แล้วพบกันในตอนหน้าครับ - คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง -
สารจากนักเขียน (คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอเป็นคนโปรดของคุณ (ศัตรูหัวใจคนนี้คือผมเอง) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%