“จำไว้ให้ดีนะครับพาย... ของที่เขามีเจ้าของแล้ว ต่อให้คุณพยายามจะหยิบฉวยแค่ไหน สุดท้ายมันก็ไม่มีวันเป็นของคุณ”
คำพูดของเน็ตยังคงดังก้องอยู่ในหัวผมเหมือนเสียงรบกวนจากคลื่นวิทยุที่จูนไม่ติด แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ทำให้ผมหงุดหงิดหรอกครับ สิ่งที่น่ารำคาญกว่าคือความรู้สึกเหมือนมีสายตาคู่หนึ่งกำลังมองทะลุหลังผมอยู่ตลอดเวลา ตั้งแต่ก้าวเท้าเหยียบเข้าเขตคณะนิเทศฯ ในช่วงพักเที่ยง
“มองอะไรนักหนาครับพาย?” มิน เพื่อนสนิทผมสะกิดไหล่พลางบุ้ยปากไปทางหน้าตึก “คนเขาจ้องจะกินหัวแกอยู่แล้วนั่นน่ะ”
ผมชะงักฝีเท้า ก่อนจะค่อยๆ หันกลับไปมอง ภาพที่เห็นทำเอาผมแทบสำลักอากาศ ร่างสูงโปร่งในชุดช็อปวิศวะสีเข้มที่ไม่ได้ติดกระดุมเม็ดบน กำลังยืนพิงเสาอาคารด้วยท่าทางสบายจนน่าหมั่นไส้ ใบหน้าคมคายนั้นนิ่งเฉย ทว่าดวงตาเรียวรีคู่สวยกลับจับจ้องมาที่ผมด้วยแววตา... ที่ผมอธิบายไม่ถูก
คินยืนอยู่ตรงนั้น ท่ามกลางสายตาของนักศึกษาหญิงที่พากันซุบซิบ แต่เจ้าตัวกลับไม่สนใจใครเลย นอกจากจ้องผมเขม็งเหมือนผมเป็นเป้าหมายเดียวในชีวิต
ผมถอนหายใจยาวๆ แล้วบอกมินว่า “แกไปจองโต๊ะก่อนนะ เดี๋ยวฉันตามไป”
เมื่อเพื่อนเดินลับตาไป ผมจึงก้าวฉับๆ ตรงเข้าไปหาต้นตอของความวุ่นวาย “ว่างมากหรือไงครับคุณเดือนวิศวะฯ ถึงได้ถ่อสังขารมาถึงนิเทศฯ ช่วงพักเที่ยงแบบนี้”
คินไม่ได้ขยับตัวออกห่าง เขากลับขยับเข้ามาใกล้จนผมสัมผัสได้ถึงไอความร้อนจากร่างกายเขา “ก็ว่าที่คนโปรดไม่อ่านไลน์ ผมก็ต้องมาทวงถามกฎข้อที่หนึ่งด้วยตัวเองสิครับ”
ผมเลิกคิ้ว “กฎข้อที่หนึ่ง? กฎอะไรของคุณ?”
“กฎข้อที่หนึ่ง... ห้ามกวนประสาทคนอื่นด้วยการหายหัวไปดื้อๆ” น้ำเสียงเขาทุ้มต่ำและสั่นพร่าด้วยความนัยบางอย่าง “จำไม่ได้เหรอครับว่าเราตกลงกันว่ายังไง”
ผมนึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืน... เหตุการณ์ที่ผมเผลอไผลไปกับการจูบที่ร้อนแรงจนแทบสิ้นสติ ก่อนจะหนีออกมาเพราะสติที่เริ่มกลับเข้าร่าง แต่ดูเหมือนคนตรงหน้าจะไม่ยอมให้มันจบแค่นั้น
“นั่นมันแค่เรื่องตลกในวงเหล้าครับคิน” ผมพยายามดัดเสียงให้ราบเรียบที่สุด แม้หัวใจจะเต้นผิดจังหวะจนกลัวเขาจะได้ยิน “และที่สำคัญ... ผมว่าคุณมีธุระด่วนที่ควรจะไปจัดการกับ ‘คนพิเศษ’ ของคุณมากกว่ามาเสียเวลากับผมนะ”
คินนิ่งไปครู่หนึ่ง แววตาของเขาเปลี่ยนจากความกวนประสาทเป็นความเย็นชาในเสี้ยววินาที “เน็ตน่ะเหรอ?”
“ชื่อเขาก็ดูเหมาะสมกับคุณดีนะครับ...” ผมกระตุกยิ้มมุมปาก “เหมาะสมจนผมไม่อยากจะเข้าไปแทรกกลาง”
“หึงเหรอครับ?”
คำถามนั้นสั้น แต่ทรงพลังจนทำเอาผมพูดไม่ออก คินก้าวเข้ามาจนระยะห่างระหว่างเราเหลือเพียงไม่กี่เซนติเมตร มือหนาของเขาเอื้อมมาปัดปอยผมที่ตกลงมาปรกหน้าผมอย่างถือวิสาสะ ลมหายใจอุ่นๆ ของเขารดรินอยู่แถวข้างแก้ม
“ผมไม่ได้หึง” ผมตอบสวนทันควัน “ผมแค่รำคาญ”
“งั้นเหรอครับ...” คินโน้มใบหน้าลงมาจนจมูกโด่งแทบจะแตะกับพวงแก้มผม “แต่ถ้าคุณรำคาญขนาดนี้ ทำไมหัวใจคุณถึงเต้นแรงขนาดที่ผมได้ยินเสียงมันชัดเจนเลยล่ะครับพาย”
บรรยากาศรอบตัวเหมือนถูกแช่แข็ง ผมรู้สึกเหมือนถูกต้อนจนมุมเข้ากับเสาปูน เสียงหัวใจของผมมันทรยศอย่างที่เขาพูดจริงๆ ผมเม้มปากแน่น พยายามหาคำตอบมาโต้กลับ แต่ยังไม่ทันที่ผมจะได้อ้าปาก...
“พี่คิน! มาอยู่นี่เอง เน็ตตามหาตั้งนาน”
เสียงแหลมสูงที่คุ้นหูแทรกเข้ามาขัดจังหวะการสนทนา เน็ตเดินเข้ามาด้วยท่าทางมั่นใจเต็มร้อย เธอส่งสายตาจิกกัดมาที่ผมก่อนจะคว้าแขนคินเอาไว้แน่น
“มีธุระอะไรด่วนหรือเปล่าครับเน็ต?” คินถามโดยไม่หันไปมอง แม้แต่วินาทีเดียวเขาก็ไม่ละสายตาไปจากใบหน้าของผมเลย
“ก็เรื่องงานกิจกรรมอาทิตย์หน้าไงคะ ที่เราตกลงกันไว้...”
“อ้อ... เรื่องนั้นเหรอ” คินแค่นหัวเราะ “ผมว่าผมบอกคุณชัดเจนแล้วนะเน็ต ว่าผมมีธุระที่สำคัญกว่าต้องจัดการ”
พูดจบ เขาก็ขยับตัวเข้าใกล้ผมมากขึ้นอีก จนไหล่ของเราเกยกัน เขาโน้มตัวลงมากระซิบข้างหูผม เสียงกระซิบนั้นแผ่วเบา ทว่ามันกลับสั่นสะเทือนไปถึงขั้วหัวใจ “คืนนี้ผมจะมารับ... และหวังว่าคุณคงไม่ใจร้ายปฏิเสธคนที่มีเจ้าของอย่างผมอีกนะครับ”
ผมเบิกตากว้าง กำลังจะอ้าปากปฏิเสธ แต่คินกลับเดินเลี่ยงออกไปโดยไม่หันกลับมามองเน็ตที่ยืนหน้าถอดสีแม้แต่นิดเดียว
แต่ความซวยของผมยังไม่จบแค่นั้น เมื่อเน็ตเดินตรงเข้ามาหาผม เธอกวาดสายตามองผมตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความเหยียดหยาม ก่อนจะโน้มตัวลงมากระซิบเสียงลอดไรฟัน
“อย่าคิดว่าสิ่งที่เขาทำวันนี้คือความรักนะพาย... เพราะสิ่งที่เขาให้เธอ มันก็แค่ ‘ของเล่น’ ที่เขายังเล่นไม่เบื่อเท่านั้นเอง”
คำพูดนั้นกรีดลึกลงไปในความรู้สึก ผมได้แต่ยืนนิ่ง มองตามแผ่นหลังของคนสองคนที่ดูเหมือนจะผูกพันกันด้วยความสัมพันธ์ที่ผมยังเข้าไม่ถึง
ทันใดนั้น โทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงของผมก็สั่นเตือน มีข้อความส่งเข้ามาจากเบอร์ที่ไม่ระบุชื่อ แต่ข้อความข้างในกลับทำให้เลือดในกายผมเย็นเฉียบ
*‘ระวังให้ดีนะครับ... เกมที่คินกำลังเล่นอยู่ มันอาจจะจบลงด้วยน้ำตาของคุณเอง’*
ผมเงยหน้าขึ้นมองไปทางที่คินเดินจากไป เห็นเขากำลังยืนรอผมอยู่ที่ทางแยกหน้าตึก พร้อมกับรอยยิ้มที่ผมอ่านไม่ออก... รอยยิ้มที่เป็นเหมือนกับดักที่สวยงามที่สุด
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามเดินทางร่วมไปกับความสัมพันธ์อันซับซ้อนของพายและคินนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
ขอเป็นคนโปรดของคุณ (ศัตรูหัวใจคนนี้คือผมเอง)•ตอนที่ 2
กฎข้อที่ 1 ห้ามกวนประสาท
ผลงานโดย คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอเป็นคนโปรดของคุณ (ศัตรูหัวใจคนนี้คือผมเอง) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!