“ถ้าคุณยังไม่เลิกทำหน้าเหมือนคนถูกหวยรางวัลที่หนึ่งแต่ดันทำตั๋วหายแบบนั้น ผมจะจูบคุณกลางห้างฯ จริงๆ ด้วยนะพาย”
เสียงทุ้มต่ำของคินดังขึ้นข้างใบหู พร้อมกับแรงกระชับที่ฝ่ามือหนาซึ่งกุมมือผมไว้แน่นจนแทบไม่มีช่องว่างให้ลมผ่าน ผมสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะหันไปถลึงตาใส่ร่างสูงที่แต่งตัวดูดีเกินกว่าจะมาเดินห้างฯ ธรรมดาในวันหยุด
“ก็ใครใช้ให้แฟนเก่าคุณโผล่มาเป็นผีเฝ้าประตูแบบนั้นล่ะครับ?” ผมประชดพลางดึงมือออก แต่คินกลับยิ่งกุมแน่นขึ้นไปอีก “แล้วถามจริง... สภาพแบบนั้น คุณยังจะพาผมมาเดตต่อเนี่ยนะ? ใจคอจะไม่เคลียร์ให้จบก่อนหรือไง”
คินหยุดเดิน เขาหันมาเผชิญหน้ากับผมเต็มตัว แววตาคมกริบที่มักจะใช้มองโลกอย่างหยิ่งผยอง บัดนี้กลับอ่อนแสงลงจนเหลือเพียงความนิ่งงันที่อ่านยาก
“ผมพาคุณมาที่นี่เพื่อเดต ไม่ใช่เพื่อมาเปิดศาลไกล่เกลี่ย” คินเอ่ยเรียบๆ ก่อนจะโน้มตัวเข้ามาจนปลายจมูกของเราเกือบแตะกัน “เรื่องเน็ต... สำหรับผมมันคืออดีตที่ฝุ่นจับหนาเตอะไปแล้ว พายครับ อย่าเอาความสำคัญของตัวเองไปวางไว้ใต้ฝ่าเท้าคนอื่นสิ”
คำพูดนั้นทำเอาใจผมกระตุกวาบ ไม่ใช่เพราะความซึ้ง แต่มันคือการประกาศอาณาเขตที่ชัดเจนจนผมเถียงไม่ออก คินไม่ใช่คนพูดจาหวานหู แต่เขามักจะใช้ความตรงไปตรงมาทุบกำแพงที่ผมสร้างไว้จนพังทลายลงอยู่เรื่อย
ตลอดทั้งบ่าย เราเดินเคียงข้างกันในสภาวะที่ไม่มีคำว่า ‘ข้อตกลงลับ’ เหลืออยู่ ทุกสายตาที่มองมาที่คิน—เดือนคณะวิศวะที่ขึ้นชื่อเรื่องความปากร้ายและเข้าถึงยาก—ต้องหันมาจับจ้องที่ผมด้วยความรู้สึกผสมปนเป ระหว่างความอิจฉาและความสงสัย แต่คินกลับไม่สนใจใครเลย เขาสนใจแค่ว่าผมอยากกินอะไร อยากดูหนังเรื่องไหน หรือแม้แต่จังหวะที่ผมก้าวพลาด เขาก็จะเป็นคนแรกที่คว้าเอวผมไว้
“อย่ามองทางอื่น” คินกระซิบตอนที่เรากำลังยืนรอลิฟต์ “โลกทั้งใบตอนนี้มีแค่เรา ถ้าคุณยังวอกแวก ผมจะเปลี่ยนที่เดตจากร้านอาหารเป็นห้องนอนผมแทนนะ”
“ปากดี” ผมพ่นลมหายใจใส่อีกฝ่าย แต่ใบหน้ากลับร้อนผ่าวจนต้องเบือนหน้าหนี
เราลงเอยที่ร้านอาหารบนดาดฟ้าที่วิวสวยจนลืมหายใจ แสงไฟระยิบระยับของกรุงเทพฯ ยามค่ำคืนสะท้อนลงในดวงตาของคิน ทำให้คนตรงหน้าดูมีเสน่ห์จนผมแทบอยากจะหยุดเวลาไว้ตรงนี้จริงๆ บรรยากาศเงียบสงบ ต่างจากชีวิตวัยรุ่นที่วุ่นวายและเต็มไปด้วยการแข่งขัน
“ถามจริง... คุณชอบผมตรงไหน?” ผมตัดสินใจถามหลังจากเงียบไปพักใหญ่ พลางจิบไวน์เพื่อกลบความประหม่า
คินวางช้อนส้อมลง เขาประสานนิ้วเข้ากับนิ้วมือของผมบนโต๊ะ อาการแบบนี้ของคินคือการเปิดโหมดจริงจัง ซึ่งมักจะตามมาด้วยคำพูดที่ทำเอาคนฟังทำตัวไม่ถูกเสมอ
“ผมชอบที่พายฉลาดเกินไป... จนบางทีก็อยากจับขังไว้ไม่ให้ใครเห็น” เขาเว้นจังหวะ สายตาคู่นั้นไล่มองตั้งแต่ดวงตา จมูก จนมาหยุดที่ริมฝีปาก “ชอบที่ปากจัดแต่ยอมรับความจริงได้ ชอบที่ดื้อด้านแต่กลับทำให้ผมอ่อนลงได้ทุกครั้งโดยไม่รู้ตัว... สรุปสั้นๆ คือ ผมชอบที่คุณเป็นคุณ และผมก็เกลียดตัวเองนิดหน่อยที่ดันมาแพ้ทางให้คนแบบคุณเข้าจริงๆ”
ความร้อนพุ่งขึ้นมาที่ใบหน้าผมจนทำอะไรไม่ถูก จังหวะหัวใจมันเต้นรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก นี่ไม่ใช่การสารภาพรักหวานเลี่ยนแบบในนิยาย แต่มันคือการยอมจำนนของผู้ชายที่เคยคิดว่าตัวเองเป็นเจ้าของโลกทั้งใบ
“จะบอกว่าคุณกำลังโดนผมตกงั้นเถอะ?” ผมแกล้งยิ้มกวนๆ เพื่อซ่อนความหวั่นไหว
“ใช่ครับ” คินตอบรับโดยไม่ลังเล “ผมโดนตกอย่างหนัก จนถอนตัวไม่ขึ้นแล้วด้วย”
เขายื่นมือมาเกลี่ยปอยผมที่ปรกหน้าผากผมเบาๆ สัมผัสนั้นแผ่วเบาแต่น้ำหนักสายตากลับหนักแน่นและเต็มไปด้วยความหมาย ทว่าในจังหวะที่บรรยากาศกำลังโรแมนติกจนแทบจะหลอมละลาย เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ของคินก็ดังขึ้นขัดจังหวะ
คินขมวดคิ้ว เขาเหลือบมองหน้าจอเพียงแวบเดียวแล้วสีหน้าก็เปลี่ยนไปทันที ความเย็นชาที่ผมไม่เคยเห็นในวันนี้หวนกลับมาอีกครั้ง เขาเงยหน้าขึ้นมองผม สายตาคู่นั้นวูบไหวราวกับกำลังตัดสินใจเรื่องบางอย่างที่สำคัญมาก
“พาย... ถ้าเกิดว่าวันนี้เดตของเราต้องจบลงเร็วกว่าที่คิด คุณจะโกรธไหม?”
ผมชะงัก รอยยิ้มค้างอยู่บนใบหน้า “หมายความว่ายังไง?”
คินยังไม่ทันได้อธิบาย เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นจากทางด้านหลัง พร้อมกับกลิ่นน้ำหอมที่คุ้นเคยจนน่าสะอิดสะเอียน ผมหันไปมองตามสัญชาตญาณ ก่อนจะพบว่าเน็ตกำลังยืนอยู่ตรงนั้น พร้อมกับรอยยิ้มที่เคลือบไปด้วยความร้ายกาจ
“ลืมบอกไปค่ะคิน” เน็ตเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย แต่แฝงไปด้วยความกดดัน “เรื่องที่ฉันบอกว่ามันเป็นอดีต... บางทีมันอาจจะยังไม่จบถ้าคุณยังไม่จัดการให้เคลียร์ ในเมื่อคุณเลือกพา ‘คนใหม่’ มาเปิดตัวต่อหน้าฉันแบบนี้ ก็อย่าหาว่าฉันไม่เตือนนะคะ”
มือของคินที่กุมมือผมอยู่ค่อยๆ ปล่อยออกอย่างช้าๆ ความหนาวเหน็บแล่นผ่านสันหลังผมทันทีเมื่อเห็นสิ่งที่เน็ตชูขึ้นมาในมือ... มันคือซองเอกสารสีน้ำตาล ที่ผมมั่นใจว่ามันไม่ใช่แค่เรื่องส่วนตัว แต่มันคือจุดเปลี่ยนที่จะทำให้ชีวิตผมและคินไม่มีวันกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้อีกต่อไป
ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของพายและคินมาจนถึงตอนนี้นะครับ หวังว่าบทนี้จะทำให้ใจสั่นกันไปไม่มากก็น้อย เตรียมรับมือกับพายุในตอนหน้าให้ดีนะครับ
คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
ขอเป็นคนโปรดของคุณ (ศัตรูหัวใจคนนี้คือผมเอง)•ตอนที่ 23
โลกทั้งใบมีแค่เรา
ผลงานโดย คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอเป็นคนโปรดของคุณ (ศัตรูหัวใจคนนี้คือผมเอง) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!