วิถีเกษตรฉบับตัวร้ายขอวางมือมาเป็นภรรยาสุดที่รักของท่านประธาน•ตอนที่ 23

ของขวัญจากสามี

ผลงานโดย สวนส้มปลายฟ้า
กลุ่มควันสีเทาทึบยังคงพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้ายามวิกาล กลิ่นหอมฉุนของใบชาชั้นดีและสมุนไพรหายากที่ถูกเผาผลาญจนกลายเป็นจุล ลอยอบอวลปะปนกับกลิ่นไอความชื้นของดินในหุบเขา หลินฟางเซียนยืนนิ่งอยู่หน้าแปลงเกษตรหลัก สายตาคมกริบกวาดมองความเสียหายตรงหน้าอย่างไม่สะทกสะท้าน แม้เปลวเพลิงจะมอดดับลงด้วยฝีมือของชาวบ้านและระบบจัดการฉุกเฉินจากมิติห้างสรรพสินค้าในหัว แต่ร่องรอยความตั้งใจแรมเดือนที่ถูกทำลายลงในพริบตาก็มากพอจะจุดประกายโทสะในแววตาของเธอให้ลุกโชนยิ่งกว่ากองเพลิงเมื่อครู่เสียอีก "หึ... คิดว่าส่งคนมาเผาแปลงชาตระกูลหลิน แล้วฉันจะสิ้นท่าจนต้องยอมคุกเข่ากราบกรานพวกมันหรือคะ?" ฟางเซียนแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ ปลายนิ้วเรียวสวยสะบัดเศษเถ้าถ่านออกจากชายเสื้ออย่างไม่ยี่ห้อ ข้อมูลจากระบบมิติส่งเสียงแจ้งเตือนเบาๆ ในโสตประสาท ยืนยันชัดเจนว่าคำสั่งเผาทำลายนี้ไม่ได้มาจากโจรกระจอกที่ไหน แต่เป็นฝีมือของ 'คุณนายใหญ่ตระกูลฉิน' ผู้เป็นแม่สามีตัวแสบ ที่ร่วมมือกับพ่อค้าคนกลางหน้าเลือดจากเมืองหลวง หวังจะตัดเส้นทางทำมาหากินของเธอเพื่อบีบให้เธอกลับไปยอมก้มหัวรับใช้ในบ้านหลังนั้น "อยากเล่นเกมสกปรกนักใช่ไหมคะ ได้... เดี๋ยวฉันจะทำให้พวกคุณรู้ซึ้งว่า การหาเรื่อง 'คนขายผัก' ที่มีห้างสรรพสินค้าติดตัว มันมีจุดจบที่ทรมานขนาดไหน!" ในจังหวะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดและฟางเซียนกำลังวางแผนตลบหลังศัตรู เสียงฝีเท้าหนักแน่นมั่นคงก็ดังขึ้นจากทางเดินแคบๆ ลัดเลาะริมหน้าผา ร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารที่เปื้อนฝุ่นควันและหยาดเหงื่อปรากฏขึ้น ฉินอี้เฉินก้าวฉับๆ เข้ามาหาเธอด้วยใบหน้าเคร่งขรึม ดวงตาคมกวาดสำรวจร่างบางตั้งแต่หัวจรดเท้าเพื่อความแน่ใจว่าเธอไม่ได้บาดเจ็บตรงไหน ก่อนที่อ้อมแขนแข็งแกร่งจะดึงรั้งร่างของเธอเข้ามากอดแนบแน่นโดยไม่สนใจสายตาใคร "คุณไม่เป็นอะไรใช่ไหม... ฟางเซียน" เสียงทุ้มต่ำเจือความกังวลอย่างปิดไม่มิดดังอยู่ข้างหู ฟางเซียนชะงักไปเล็กน้อย ความกรุ่นโกรธเมื่อครู่พลันมลายหายไปสิ้นเมื่อสัมผัสได้ถึงไออุ่นและกลิ่นอายเฉพาะตัวของสามี เธอซบหน้าลงกับอกแผ่นกว้างสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แม้ปากจะชอบบ่นว่าเขาชอบตามใจจนเสียคน แต่ในยามวิกาลที่มืดมนและเต็มไปด้วยศัตรูรอบด้าน อ้อมกอดนี้กลับเป็นที่พักพิงที่มั่นคงที่สุดสำหรับเธอ "ฉันไม่เป็นอะไรค่ะ... แค่เสียดายผลผลิตล็อตนั้นนิดหน่อย แต่คุณสิคะ ทำไมถึงรีบกลับมาดึกดื่นแบบนี้ ทางด่านชายแดนไม่มีปัญหาอะไรใช่ไหมคะ?" ฟางเซียนผละออกจากอ้อมแขน เงยหน้าขึ้นสบตาชายหนุ่ม พลสังเกตเห็นรอยแผลถลอกที่สันจาม e และรอยเปื้อนดินปืนบนเสื้อผ้าของเขา อี้เฉินไม่ตอบในทันที มือหนายื่นเข้าไปในกระเป๋าเสื้อทหารชั้นใน ควักกล่องกำมะหยี่สีเข้มเก่าๆ ออกมาวางไว้บนฝ่ามือของเธอ "นี่คือ... ของขวัญ" ฟางเซียนเลิกคิ้วขึ้นอย่างประหลาดใจ เธอรับกล่องนั้นมาเปิดออกด้วยความระมัดระวัง ภายในบุด้วยผ้ากำมะหยี่สีแดงสด ซึ่งมี "ปิ่นปักผมหยกเนื้อเนียน" สลักลวดลายดอกไม้ป่าอย่างประณีตวางอยู่ แม้หยกชิ้นนี้จะไม่ได้มีขนาดใหญ่โตหรือราคาค่างวดเทียบเท่าเครื่องประดับของบรรดาคุณหญิงในเมืองหลวง แต่มันกลับเปล่งประกายงดงามและทรงคุณค่าอย่างยิ่งในยุคสมัยนี้ "เงินเดือนทหารของคุณ... เอามาซื้อนี่หมดเลยเหรอคะ?" ฟางเซียนเงยหน้ามองสามีด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งซาบซึ้งและอยากจะเอ็ดเขาในความใจเติบ "อืม" อี้เฉินตอบสั้นๆ ใบหน้าคมคายขึ้นสีแดงจางๆ อย่างไม่ค่อยคุ้นชินกับการเอาใจภรรยาเท่าใดนัก "ผมบอกแล้วว่า... ผมจะดูแลคุณให้ดีที่สุด เงินเดือนของผม สิทธิ์สวัสดิการทุกอย่าง และตัวผม เป็นของคุณทั้งหมด ตั้งแต่วันที่เราจดทะเบียนกันแล้ว ใครหน้าไหนที่กล้าแตะต้องแปลงเกษตรหรือทำร้ายคุณ มันต้องข้ามศพผมไปก่อน" คำพูดราบเรียบแต่หนักแน่นดั่งขุนเขา ทำให้หัวใจของฟางเซียนกระตุกวูบ ความรู้สึกอุ่นซ่านแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย หญิงสาวอมยิ้มบางๆ ก่อนจะหยิบปิ่นหยกนั้นขึ้นมาแล้วยื่นให้เขา "สวมให้ฉันหน่อยสิคะ... สามี" อี้เฉินรับปิ่นหยกมาด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อย เขาบรรจงปักมันลงบนมวยผมของภรรยาอย่างเบามือที่สุด ราวกับกลัวว่ามันจะบอบช้ำ ท่าทีที่เก้ๆ กังๆ แต่เปี่ยมด้วยความทะนุถนอมนี้ ทำให้ฟางเซียนอดไม่ได้ที่จะหัวเราะคิกคักออกมาเบาๆ "ไหนๆ คุณก็เปย์ฉันจนหมดกระเป๋าแล้ว งั้นคืนนี้... ฉันจะลงมือทำอาหารมื้อดึกสุดพิเศษให้คุณทานเองค่ะ รับรองว่ากินแล้วหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้งแน่ๆ" ฟางเซียนดึงมือสามีให้เดินตามไปยังห้องครัวเล็กๆ ท้ายบ้าน กลิ่นหอมกรุ่นของเครื่องเทศและข้าวสารชั้นดีจากมิติห้างสรรพสินค้าถูกนำออกมาใช้อย่างไม่เสียดาย เธอจัดการหมักเนื้อหมูสามชั้นตุ๋นน้ำแดงด้วยสูตรลับเฉพาะ พร้อมกับผัดผักสดกรอบที่เพิ่งเก็บเกี่ยวมาจากแปลงสำรองในมิติ เสียงตะหลิวกระทบกระทะดังฉ่าท่ามกลางเสียงหัวเราะและบรรยากาศอันอบอุ่น ตัด ขาดความโหดร้ายของโลกภายนอกไปเสียสนิท เวลาล่วงเลยไปจนกระทั่งอาหารจานเด็ดถูกยกมาเสิร์ฟบนโต๊ะไม้เก่าๆ กลิ่นหอมเย้ายวนของเนื้อตุ๋นน้ำแดงที่เปื่อยนุ่มละลายในปาก ลอยฟุ้งกระจายไปทั่วทั้งบริเวณบ้านพักข้าราชการทหาร ส่งผลให้เพื่อนบ้านหลายคนเริ่มสูดจมูกด้วยความอิจฉา แต่ในขณะที่ทั้งสองกำลังจะเริ่มรับประทานมื้อค่ำอันแสนสุขนั้นเอง... ปัง! เสียงทุบประตูดังสนั่นหวั่นไหวราวกับจะพังเข้ามา พร้อมกับเสียงแหลมปรี๊ดที่คุ้นเคยเป็นอย่างดีแผดดังทะลุกำแพงเข้ามา "ไอ้ลูกอกตัญญู! นากสะใภ้ตัวแสบ! แกสองคนกล้าดีนักนะ ถึงได้กล้าตัดขาดความช่วยเหลือจากตระกูลฉิน แถมยังแจ้งทางการให้มาจับตัวญาติฉันอีก ออกมาเดี๋ยวนี้! ถ้ารักษาหัวหดอยู่ในบ้าน ฉันจะพังประตูเข้าไปลากคอพวกแกมารับโทษเดี๋ยวนี้แหละ!" ฟางเซียนชะงักตะเกียบในมือ รอยยิ้มหวานหยดย้อยเมื่อครู่พลันเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก เธอลุกขึ้นยืนช้าๆ จัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อย ก่อนจะหันไปสบตากับสามีที่ตอนนี้ใบหน้าคมเข้มมืดมนลงจนน่ากลัว "ดูท่าทาง... แขกที่ไม่ได้รับเชิญจะมาเร็วกว่าที่คิดนะคะ สามี" ฟางเซียนกระตุกยิ้มมุมปาก ดวงตาส่องประกายความเจ้าเล่ห์ "ในเมื่อคุณแม่สามีุตระกูลฉินลงทุนมาเคาะประตูบ้านถึงที่... เราออกไปต้อนรับท่าน 'ผู้มีพระคุณ' กันหน่อยดีกว่าค่ะ" อี้เฉินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง มือหนาคว้าปืนพกประจำกายมาเหน็บไว้ที่เอวอย่างรวดเร็ว ดวงตาสีเข้มฉายแววดุดันราวกับพญาอินทรีย์ที่พร้อมจะขยี้เหยื่อให้แหลکคาอุ้งเท้า "ครับ... ไปกัน" -------------------------------------------------- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและคอยสนับสนุน "สวนส้มปลายฟ้า" เสมอมานะคะ!
สารจากนักเขียน (สวนส้มปลายฟ้า)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีเกษตรฉบับตัวร้ายขอวางมือมาเป็นภรรยาสุดที่รักของท่านประธาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%