วิถีเกษตรฉบับตัวร้ายขอวางมือมาเป็นภรรยาสุดที่รักของท่านประธาน•ตอนที่ 22

พบปะคู่ค้าผู้ทรงอิทธิพล

ผลงานโดย สวนส้มปลายฟ้า
"ข้อเสนอนี้... เกรงว่าฉันคงต้องปฏิเสธค่ะ" เสียงใสแต่หนักแน่นของหลินฟางเซียนดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องรับรองส่วนตัวในภัตตาคารหรูประจำเมือง แรงกดดันจากบรรยากาศรอบตัวไม่ได้ทำให้ร่างเพรียวบางในชุดเสื้อผ้าตัดเย็บประณีตสะท้านแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม เธอกลับยกถ้วยชาหอมกรุ่นขึ้นจิบอย่างใจเย็น ดวงตากลมโตคู่สวยทอดมองชายวัยกลางคนผู้มีอำนาจล้นมือในมณฑลตรงหน้าด้วยรอยยิ้มบางเบา โต๊ะไม้แกะสลักราคาแพงตรงหน้าเต็มไปด้วยเอกสารสัญญาการค้าที่ถูกเลื่อนมาตรงกั้นกลาง ผู้ทรงอิทธิพลแห่งวงการส่งออกสินค้าเกษตรอย่าง 'ท่านประธานสือ' ขมวดคิ้วมุ่น นัยน์ตาคมกริบฉายแววประหลาดใจระคนไม่พอใจเล็กน้อย น้อยคนนักที่จะกล้าปฏิเสธข้อเสนอผูกขาดสินค้าจากมือเขาโดยตรง โดยเฉพาะผู้หญิงบ้านนอกที่เพิ่งเริ่มต้นสร้างตัวขึ้นมาจากศูนย์เช่นนี้ "คุณหนูหลin... เอ๊ย คุณหลิน คุณรู้ตัวไหมว่ากำลังปฏิเสธโอกาสอะไรอยู่" สือไห่ถัง หัวหน้าสมาคมการค้าภาคเอกชนเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ พยายามกดดันด้วยบารมีที่สะสมมานานนับทศวรรษ "ผลผลิตผักปลอดสารและผลไม้ตระกูลส้มเกรดพรีเมียมจากสวนของคุณ มีมูลค่ามหาศาลหากส่งออกไปถึงมือเศรษฐีในเมืองหลวง การที่ฉันยอมลดตัวมาเจรจาด้วยตัวเอง นั่นหมายความว่าฉันให้เกียรติคุณมากแล้วนะ" ฟางเซียนวางถ้วยชาลงบนจานรองเกิดเสียงกระทบกันเบาๆ ชวนให้ใจหายวาบ เธอหัวเราะในลำคอเบาๆ แววตาทอประกายความฉลาดเฉลียวและรู้ทัน "ให้เกียรติ หรือว่าต้องการรวบอำนาจผูกขาดราคาแล้วกดขี่ฉันให้เป็นเพียงผู้ผลิตเบייהล่างกันแนคะ ท่านประธานสือ?" ฟางเซียนย้อนถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เชือดเฉือน "สัญญาฉบับนี้ระบุชัดเจนว่าให้ฉันส่งมอบผลผลิตทั้งหมดแต่เพียงผู้เดียวในราคาที่พวกคุณเป็นผู้กำหนดฝ่ายเดียว แบบนี้ไม่เรียกว่าโอกาสค่ะ... เขาเรียกว่าการเอาเปรียบทางธุรกิจต่างหากล่ะคะ" บรรยากาศในห้องอึมครึมลงในพริบตา ผู้ช่วยด้านหลังของสือไห่ถังถึงกับขยับตัวทำท่าจะก้าวเข้ามาข่มขู่ แต่ทว่า... *ปัง!* เสียงเปิดประตูห้องรับรองถูกผลักออกอย่างแรงจนกระแทกผนังดังสนั่น ร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารยศสูงของพันจ่าฉินอี้เฉินก้าวเข้ามาด้วยก้าวเท้าหนักแน่นและมั่นคง รัศมีคุกคามแบบฉายา 'พยัคฆ์แดนเหนือ' แผ่ซ่านออกมาจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงทันที นัยน์ตาดุดันกราดมองทุกคนในห้องก่อนจะหยุดอยู่ที่ภรรยาคนสวยแล้วแปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนในเสี้ยววินาที อี้เฉินเดินตรงเข้ามาโอบไหล่บางของฟางเซียนไว้หลวมๆ เป็นเชิงปกป้อง สายตาคมกราบมองสือไห่ถังด้วยความเย็นชาไร้ความเกรงกลัว "ภรรยาผมบอกว่าไม่รับข้อเสนอ... หูหนวกกันหรือไงถึงต้องให้พูดซ้ำ?" น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้น เรียบเรื่อยแต่ทรงพลังจนสือไห่ถังต้องชะงัก "คุณฉิน... นี่เป็นเรื่องธุรกิจ..." สือไห่ถังพยายามรักษาฟอร์ม "ธุรกิจอะไรที่ต้องใช้วิธีสกปรกข่มขู่ผู้หญิงตัวคนเดียว?" อี้เฉินสวนกลับทันควัน มือหนาลูบหลังมือของฟางเซียนเบาๆ เพื่อถ่ายทอดความอบอุ่น "ภรรยาผมอยากค้าขายอย่างยุติธรรม หากพวกคุณไร้ความสามารถที่จะซื้อในราคาที่เหมาะสม ก็เชิญไสหัวออกไปจากที่นี่ได้เลย" ฟางเซียนแอบอมยิ้มในใจ สามีหนุ่มสายซัพพอร์ตของเธอมักจะมาถูกเวลาและเปย์ความปลอดภัยให้เธอได้เสมอแบบนี้ ใครบอกว่าเขาเป็นแค่ทหารบ้านๆ กันล่ะคะ? เบื้องหลังอำนาจมืดและเครือข่ายข่าวสารที่อี้เฉินถือครองอยู่นั้น ทรงอิทธิพลเสียยิ่งกว่านักธุรกิจหน้าเลือดพวกนี้เสียอีก เมื่อเห็นท่าทีแข็งกร้าวและไร้ทางเจรจา สือไห่ถังจึงจำต้องเก็บเอกสารด้วยความขัดแย้งในใจ ก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วทิ้งท้ายด้วยสายตาอาฆาต "ฝากไว้ก่อนเถอะ... ตระกูลหลินกับคุณฉิน วันหน้าอย่ามาร้องขอความช่วยเหลือจากฉันก็แล้วกัน!" สิ้นเสียง ประตูห้องก็ปิดลงพร้อมกับความเงียบที่กลับคืนมา ฟางเซียนถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะหันไปหยิกเอวสามีหนุ่มหมั่นเขี้ยว "คุณนี่นะ มาถึงก็ขู่เขาซะกระเจิง ฉันยังคุยธุระไม่จบเลยนะคะ" อี้เฉินคว้ามือซนนั้นมาจับไว้แน่น นัยน์ตาดุดันเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นประกายระยิบระยับด้วยความคลั่งรัก "ไม่อยากให้ใครมองเมียผมด้วยสายตาแบบนั้น... กลับบ้านกันเถอะ ผมทำความสะอาดแปลงเกษตรในมิติของคุณเสร็จแล้ว แถมวันนี้ยังแอบไปเก็บสุกรป่าตัวโตมาแปรรูปเป็นเมนูโปรดของคุณรอไว้ด้วยนะ" กลิ่นอายความอบอุ่นเข้ามาแทนที่ความตึงเครียดทันที ฟางเซียนแย้มยิ้มกว้าง ความเหนื่อยล้าจากการเจรจาธุรกิจสลายหายไปสิ้นเมื่อนึกถึงบ้านหลังเล็กที่เต็มไปด้วยความสุขและระบบมิติฟาร์มสุดโกงที่เธอกำลังใช้พลิกชีวิต คืนนี้... เธอคงต้องใช้มิติห้างสรรพสินค้าผลิตสินค้าล็อตใหม่เพื่อตบหน้าพวกพ่อค้าหน้าเลือดในวันพรุ่งนี้เสียแล้ว แต่ทว่า... ในขณะที่ทั้งคู่กำลังก้าวเท้าเดินออกจากภัตตาคารเพื่อกลับบ้าน โทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของอี้เฉินก็สั่นขึ้น สายเรียกเข้าจากเบอร์แปลกประหลาดที่ไม่มีการบันทึกชื่อปรากฏขึ้นบนหน้าจอ อี้เฉินกดรับและฟังปลายสายเพียงไม่กี่วินาที สีหน้าที่เคยผ่อนคลายกลับเคร่งเครียดขึ้นมาทันที ดวงตาคมกริบหันขวับมามองฟางเซียนด้วยแววตาที่ซ่อนความกังวลไว้ไม่มิด "ฟางเซียน... ทางด่านชายแดนแจ้งมาว่า สินค้าเกษตรล็อตใหญ่ที่สุดที่เราส่งออกผ่านช่องทางลับ ถูกสกัดกั้นโดยคำสั่งด่วนจากบุคคลปริศนา... และตอนนี้ แปลงเกษตรหลักในหุบเขาของเรากำลังถูกเพลิงปริศนากลืนกิน!" คำขอบคุณจากนักเขียน: ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของ "สวนส้มปลายฟ้า" เสมอมานะคะ!
สารจากนักเขียน (สวนส้มปลายฟ้า)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีเกษตรฉบับตัวร้ายขอวางมือมาเป็นภรรยาสุดที่รักของท่านประธาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%