"ถ้าคิดจะเอาเศษส้มเน่าๆ มาตบตาฉันในตลาดเมืองหลวงล่ะก็... เธอคงประเมินสมองของตัวเองสูงเกินไปหน่อยแล้วล่ะมั้ง คุณน้องสะใภ้รอง"
เสียงหัวเราะเยาะหยันของจางซิ่วอิง ดังลอดผ่านม่านผ้าใบทึบของรถบรรทุกทหารคันเก่า กลิ่นอับชื้นของเบาะหนังเทียมผสมผสานกับกลิ่นฝุ่นดินแดง ทำให้บรรยากาศในห้องโดยสารแคบๆ นี้อึดอัดเสียยิ่งกว่าห้องสอบสวน หลินฟางเซียนเพียงแค่ปรายตามองพี่สะใภ้ตัวแสบที่กำลังนั่งไขว่ห้างเชิดหน้าชูตาอยู่ฝั่งตรงข้าม รอยยิ้มบางเบาถูกจุดขึ้นที่มุมปากอย่างไม่ี่นาทน
เมืองหลวงในยุคแปดสิบ... สถานที่ที่เต็มไปด้วยโอกาสและคมมีดซ่อนเร้น
ฟางเซียนไม่ได้ตอบโต้อะไรในทันที ปลายนิ้วเรียวสวยภายใต้ถุงมือผ้าฝ้ายสีขาวกำลังลูบไล้กล่องไม้สนที่วางอยู่บนตัก ด้านในบรรจุ "แยมส้มทองคำ" สูตรพิเศษที่ผ่านการเคี่ยวด้วยพลังงานจากมิติห้างสรรพสินค้าจนได้เนื้อสัมผัสสีอำพันใสราวกระจก เงางามและส่งกลิ่นหอมหวลละมุนของเปลือกส้มเจือกลิ่นน้ำผึ้งป่าจางๆ ทะลุฝาไม้ปิดสนิทออกมา นี่คือไพ่ตายใบแรกที่เธอตั้งใจจะนำมาเปิดตลาดในเมืองหลวงวันนี้
"ปากเก่งไปก็เท่านั้น ของแบบนี้ดูด้วยตาเปล่าไม่ได้หรอกค่ะพี่สะใภ้ใหญ่" ฟางเซียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าแฝงประกายคมกริบในดวงตาคู่สวย "ของจริงหรือของปลอม เดี๋ยวตลาดมืดฝั่งตะวันตกคงเป็นคนให้คำตอบเราเอง... ว่าแต่... เงินทุนสามร้อยหยวนที่พี่แอบยักยอกมาจากกองกลางของบ้านเมื่อวานนี้ ตอนนี้ยังอยู่ในกระเป๋าเสื้อโค้ดตัวนั้นหรือเปล่าคะ?"
ใบหน้าอิ่มเอิบของจางซิ่วอิงเปลี่ยนสีทันที รอยยิ้มเยาะหยันแข็งค้าง หล่อนหน้าซีดเผือดก่อนจะรีบยกมือขึ้นกอดอกแน่นโดยไม่รู้ตัว "เธอ... เธอพูดเหลวไหลอะไร! นังสารเลว อย่ามาใส่ร้ายฉันนะ!"
"ฉันจะใส่ร้ายหรือเปล่า พี่รู้อยู่แก่ใจดีที่สุดค่ะ" ฟางเซียนหัวเราะในลำคอเบาๆ ดวงตากวาดมองสำรวจทัศนียภาพนอกหน้าต่างรถที่เริ่มเปลี่ยนจากทุ่งนาเขียวขจีเป็นตึกรามบ้านช่องอิฐแดงและผู้คนที่แต่งกายทันสมัยขึ้น ตึกสูงระฟ้าและถนนลาดยางมะตอยปรากฏสู่สายตา เป็นสัญญาณเตือนว่าพวกเขาได้เดินทางมาถึงเขตชานเมืองหลวงแล้ว
ฉินอี้เฉินที่นั่งเงียบทำหน้าที่เป็นพลขับอยู่เบรกมือลงเบาๆ เมื่อรถแล่นมาจอดสนิทหน้าโกดังสินค้าเก่าแก่มุมถนนสายหลัก เขากวาดสายตาดุคมมองภรรยาและพี่สะใภ้ผ่านกระจกมองหลัง ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจ
"ถึงแล้ว... อยากไปไหนก็รีบจัดการ ระวังตัวด้วย อย่าหาเรื่องใส่ตัว"
ประโยคสั้นๆ แต่เปี่ยมด้วยความห่วงใยและอำนาจกดดัน ทำให้จางซิ่วอิงไม่กล้าปริปากหาเรื่องต่อ หล่อนสะบัดหน้าพรวดลงจากรถทันทีที่ประตูเปิดออก พร้อมกับส้นสูงคู่ชีพที่กระแทกพื้นเสียงดังตึงตังราวกับจะระบายความหงุดหงิด
ฟางเซียนก้าวลงจากรถตามมาติดๆ โดยมีอี้เฉินเดินเคียงข้าง มือหนาเอื้อมมาฉวยกล่องไม้ในมือเธอไปถือไว้เองอย่างเป็นธรรมชาติ ดวงตาคมกริบกวาดมองไปรอบตัวด้วยสัญชาตญาณทหารยาม "ตรงนี้คนพลุกพล่าน ระวังตัวด้วยนะฟางเซียน ถ้ามีอะไรผิดสังเกต ส่งสัญญาณเรียกพี่ทันที"
"พี่เฉินก็... ฉันไม่ใช่เด็กๆ สักหน่อยค่ะ" ฟางเซียนเงยหน้าขึ้นส่งยิ้มหวานหยดให้สามีหนุ่มจนดวงตาหยีเป็นรูปสระอินทร์ แม้เขาจะแสดงออกด้วยความนิ่งขรึม แต่แผ่นหลังกว้างที่คอยบังลมหนาวให้เธอกับไออุ่นจากฝ่ามือที่กุมมือเธอไว้หลวมๆ นั้น ชัดเจนยิ่งกว่าคำบอกรักใดๆ ทั้งสิ้น
ทั้งสามคนเดินลัดเลาะเข้าสู่ตรอกแคบๆ ที่เชื่อมต่อไปยังตลาดมืด ซึ่งเป็นแหล่งรวมตัวของพ่อค้าแม่ค้านอกระบบและนักธุรกิจหน้าเลือดที่ต้องการสินค้าหายาก ฟางเซียนกวาดสายตาสำรวจแผงลอยสองข้างทางอย่างรวดเร็ว สมองประมวลผลวิเคราะห์ราคาและกำลังซื้อของคนในยุคนี้อย่างเงียบๆ
สินค้าส่วนใหญ่ในตลาดนี้ยังคงเป็นเสื้อผ้าโหล ผักผลไม้ตามฤดูกาลที่เหี่ยวเฉา และสินค้าอุปโภคบริโภคที่รัฐแจกจ่ายไม่เพียงพอ ช่องว่างทางธุรกิจยังมีมหาศาล... และนี่คือโอกาสทองของเธอ!
"เฮ้! แม่สาวน้อย กล่องไม้ในมือนั่น... ขายอะไรวะ? กลิ่นหอมชะมัด"
เสียงทุ้มห้าวเอ่ยทักขึ้นจากเงาสลัวของหน้าร้านขายสมุนไพรเก่าแก่ ชายวัยกลางคนสวมหมวกแก๊ปบังใบหน้าครึ่งหนึ่ง นั่งไขว่ห้างอยู่บนลังไม้ สายตาคมปลาบกวาดมองสำรวจฟางเซียนตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความสนใจระคนสงสัย
ฟางเซียนหยุดเดิน รอยยิ้มการค้าถูกระบายขึ้นบนใบหน้าทันที เธอรู้ทันทีว่านี่ไม่ใช่พ่อค้าธรรมดา... นี่คือ "เศรษฐีเงา" ผู้กุมตลาดค้าส่งรายใหญ่ของย่านนี้
"แยมส้มทองคำสูตรโบราณค่ะคุณลุง..." ฟางเซียนก้าวเข้าไปใกล้แผงเล็กๆ นั้นอย่างไม่เกรงกลัว มือเรียวเปิดฝากล่องไม้ออกช้าๆ จนกลิ่นหอมหวานอมเปรี้ยวฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณทันที "รับรองว่ารสชาตินี้ ต่อให้ท่านเดินหาทั่วทั้งเมืองหลวง ก็ไม่มีทางหาซื้อจากที่อื่นได้อีกแล้วค่ะ"
ดวงตาของชายวัยกลางคนเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อกลิ่นหอมนั้นแตะจมูก เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง กลิ่นอายความน่าเกรงขามแผ่ซ่านออกมาจากตัวตนของเขาอย่างชัดเจน ทว่าในวินาทีที่เขากำลังจะเอื้อมมือมาหยิบช้อนเงินชิมแยมในกล่องนั้นเอง...
"เดี๋ยวก่อน!"
เสียงกรีดร้องแหลมสูงของจางซิ่วอิงก็ดังแทรกขึ้นมาขัดจังหวะ พร้อมกับร่างอวบที่พุ่งเข้ามาแทรกกลางระหว่างฟางเซียนและชายวัยกลางคนอย่างเสียมารยาท หล่อนหอบหายใจแรง ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความริษยาและต้องการเอาชนะ
"คุณท่านคะ! อย่าไปหลงเชื่ออีบ้านนอกนี่เลยค่ะ! ของในกล่องนั่นมันสกปรก ทำมาจากส้มเน่าๆ หลังเขา แถมยังสกปรกโสมม ซื้อไปมีหวังท้องร่วงตายคาที่แน่ๆค่ะ! ถ้าคุณอยากได้แยมชั้นดี ของฉัน... ของฉันมีผลไม้ป่าสดๆ ส่งตรงจากสวนใหญ่โตน่าเชื่อถือมากกว่านี้ร้อยเท่า!"
บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงอุณหภูมิติดลบทันที ฉินอี้เฉินก้าวเข้ามาขนาบข้างภรรยา แววตาดุคมที่จ้องมองจางซิ่วอิงรากับจะกินเลือดกินเนื้อ แรงกดดันระดับทหารรบพิเศษแผ่กระจายจนจางซิ่วอิงหน้าซีดตัวสั่น ถอยหลังกรูดด้วยความหวาดกลัว
ทว่า ชายวัยกลางคนเจ้าของร้านกลับไม่ได้สนใจเสียงโวยวายของจางซิ่วอิงเลยแม้แต่น้อย สายตาคมกริบของเขาจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตานิ่งสงบของฟางเซียนอย่างพิจารณา ก่อนที่มุมปากของเขาจะยกยิ้มขึ้นช้าๆ เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์และถูกใจอย่างยิ่ง
"น่าสนใจ... ดีมาก เด็กน้อย กล้าเอาของแปลกมาเสนอถึงถิ่นฉัน" ชายผู้นั้นหัวเราะในลำคอเบาๆ "ถ้าแยมของเธอรสชาติห่วยแตกเหมือนที่ยายบ้านี่พูด เธอเตรียมตัวคลานออกจากตลาดนี้ได้เลย... แต่ถ้ามันอร่อยอย่างที่ฉันคิดล่ะก็..."
เขาหยุดพูดไปชั่วครู่ หยิบช้อนเงินขึ้นมาตักแยมสีอำพันคำโตเข้าปาก ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นทันทีเมื่อรสชาติหวานละมุนละลายบนลิ้น ความสดชื่นของส้มผสมผสานกับความหอมของสมุนไพรในมิติกระจายซ่านไปทั่วโพรงปากอย่างลงตัว
ฟางเซียนยิ้มรับอย่างมั่นใจ เธอยืนกอดอกมองปฏิกิริยานั้นด้วยสายตาเฉียบคมไม่แพ้กัน
"แล้วถ้ามันอร่อยถูกใจท่านล่ะคะ... คุณท่านจะให้ผลตอบแทนฉันเท่าไหร่?"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของ "สวนส้มปลายฟ้า" เสมอมานะคะ!
วิถีเกษตรฉบับตัวร้ายขอวางมือมาเป็นภรรยาสุดที่รักของท่านประธาน•ตอนที่ 21
การเดินทางเข้าเมือง
ผลงานโดย สวนส้มปลายฟ้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สวนส้มปลายฟ้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีเกษตรฉบับตัวร้ายขอวางมือมาเป็นภรรยาสุดที่รักของท่านประธาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!