"ถ้าพวกคุณกล้าก้าวเข้ามาเหยียบเขตแปลงเกษตรปลอดสารของฉันอีกก้าวเดียว ฉันไม่รับรองว่าใบหน้าสวย ๆ ของพวกคุณจะยังเหลือเค้าโครงเดิมไหมนะคะ!"
เสียงตวาดก้องกังวานของหลินฟางเซียนดังแทรกเสียงหבีดหวิวของสายลมยามดึกในแปลงผักออร์แกนิกขนาดใหญ่ เธอไม่ได้ถือไม้พลองหรืออาวุธน่ากลัวใด ๆ นอกจากกระบอกฉีดน้ำผสมน้ำยาไล่แมลงสูตรเข้มข้นพิเศษที่เธอกลั่นขึ้นมาจากมิติห้างสรรพสินค้าในหัว แต่แววตาคู่คมที่ทอประกายเยียบเย็นภายใต้แสงจันทร์กลับทรงพลังเสียยิ่งกว่าอาวุธใด ๆ ในมือของบรรดาโจรยามวิกาล
เงาร่างสามสายที่กำลังก้ม ๆ เงย ๆ อยู่แถวแปลงโสมและสมุนไพรหายากสะดุ้งสุดตัว หนึ่งในนั้นคือสะใภ้รองตระกูลจ้าวผู้มีศักดิ์เป็นญาติห่าง ๆ ของแม่สามีตัวแสบ เธอกำลังถือเสียมขนาดเล็กและถุงผ้าดิบเตรียมขุดรากโสมอายุสามปีที่ฟางเซียนเพิ่งรดน้ำด้วยมิติพิเศษไปเมื่อช่วงหัวค่ำ
"ฟางเซียน... นี่เธอบ้าไปแล้วหรือไง! พวกเราแค่มาเดินเล่นชมสวนยามค่ำคืน ทำไมต้องใส่ร้ายว่าพวกเราจะมาขโมยของด้วยล่ะคะ!" สะใภ้รองจ้าวแสร้งทำเป็นตีหน้าเศร้า เสียงสั่นเครือด้วยความตกใจ แต่ดวงตาคู่เล็กกลับเหลือบมองไปทางถุงผ้าในมือด้วยความเสียดายอย่างปิดไม่มิด
ฟางเซียนแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างชัดเจน "เดินเล่นชมสวน? สวนฉันอยู่ห่างจากบ้านพวกเธอตั้งสามกิโลเมตร แถมเวลานี้ก็ตีสองกว่าแล้วนะคะคุณพี่สะใภ้รอง ถ้าสมองส่วนความจำเสื่อมจนจำทางกลับบ้านไม่ได้ เดี๋ยวฉันจะให้พี่อี้เฉินช่วยขับรถแทรกเตอร์ไปส่งที่หน้าบ้านดีไหมคะ หรือจะให้ส่งเข้าสถานีตำรวจภูธรข้อหาบุกรุกยามวิกาลและพยายามลักทรัพย์สินส่วนบุคคลดีล่ะคะ?"
คำขู่ของฟางเซียนไม่ได้ลอยลม พลันสิ้นเสียงของเธอ ประตูรั้วไม้สักทองด้านหลังแปลงผักก็เปิดผางออกอย่างแรง ร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารที่ปลดกระดุมคอเสื้อออกสองเม็ดเผยให้เห็นแผงอกกว้างและกล้ามเนื้อแน่นหนາของพันจ่าฉินอี้เฉินก็ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเรียบเฉย แววตาดุดันคู่นั้นกวาดมองผู้บุกรุกทั้งสามราวกับพญาอินทรีย์ที่กำลังจ้องมองเหยื่อในกรง
อี้เฉินไม่ได้เอ่ยคำขู่แม้แต่ครึ่งคำ เขาเพียงแค่เดินเข้ามาโอบเอวบางของภรรยาเอาไว้ด้วยมือข้างเดียวอย่างแสดงความเป็นเจ้าของ พร้อมกับสะบัดข้อมือเบา ๆ เสียงหักของกระดูกข้อนิ้วดังกร๊อบสะท้อนความเงียบยามวิกาล ทำเอาผู้บุกรุกถึงกับหน้าซีดเผือด เข่าอ่อนทรุดลงไปกองกับพื้นดินทันที
"เมียฉันบอกให้ไสมันกลับไป... หรือจะต้องให้ฉันใช้วิธีลากพวกมันออกไปเองคะ?" อี้เฉินเอ่ยเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลัง กลิ่นอายความตายที่สั่งสมมาจากการปฏิบัติภารกิจสนามรบแผ่ซ่านออกมาจนบรรยากาศรอบตัวหนาทึบขึ้นถนัดตา
สะใภ้รองจ้าวและสมุนอีกสองคนรีบคลานหนีออกจากแปลงผักแทบไม่ทัน เสียงร้องโวยวายและเสียงวิ่งลนลานหายลับไปในความมืดอย่างรวดเร็ว
ฟางเซียนถอนหายใจยาว พิงศีรษะซบลงกับอกแกร่งของสามีที่ยืนเป็นเกราะกำบังให้เธออย่างอบอุ่น "ให้ตายเถอะค่ะ... พวกเขาไม่เคยคิดจะเลิกราเลยจริง ๆ รู้ทั้งรู้ว่าโสมพวกนี้ฉันใช้เวลาฟูมฟักนานแค่ไหน แถมยังตั้งใจจะเอาสูตรการหมักปุ๋ยของฉันไปขายให้อีกกลุ่มทุนในอำเภอข้างเคียงอีกด้วย"
อี้เฉินก้มลงจุมพิตที่กลุ่มผมนุ่มของภรรยาอย่างแผ่วเบา มือหนาลูบหลังเธอเบา ๆ เพื่อปลอบประโลม "ไม่ต้องห่วงนะคะที่รัก ฉันส่งคนไปตลบหลังกลุ่มทุนพวกนั้นเรียบร้อยแล้ว สูตรอาหารและสูตรปุ๋ยที่พวกมันพยายามขโมยไป... จริง ๆ แล้วเป็นเวอร์ชันปลอมที่ฉันให้คนร่างขึ้นมาหลอกล่อพวกมันโดยเฉพาะค่ะ"
ฟางเซียนเงยหน้าขึ้นสบตาเขา ดวงตากลมโตเป็นประกายด้วยความทึ่ง "คุณนี่มันร้ายกาจกว่าฉันเสียอีกนะคะเนี่ย!"
"เพื่อความสงบสุขของภรรยาและธุรกิจฟาร์มของเรา ฉันทำได้ทุกอย่างค่ะ" อี้เฉินยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่นาน ๆ ครั้งจะปรากฏขึ้นทำให้หัวใจของฟางเซียนเต้นไม่เป็นจังหวะ
ท่ามกลางความเงียบสงบที่กลับคืนสู่แปลงเกษตร ฟางเซียนจูงมือสามีเดินกลับมาที่ห้องครัวเล็ก ๆ ในบ้านพัก กลิ่นหอมกรุ่นของ "ซุปไก่ตุ๋นโสมตังกุย" ที่เธอกลั่นตุ๋นทิ้งไว้ในหม้อดินเผาตั้งแต่มืดค่ำโดยอาศัยพลังงานจากมิติพิเศษลอยฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ น้ำซุปสีทองใสเคี่ยวจนเข้มข้นส่งกลิ่นหอมหวานของเนื้อไก่บ้านและสมุนไพรจีนชั้นดี ยั่วยวนน้ำลายจนแทบอดใจไม่ไหว
ฟางเซียนตักน้ำซุปใส่ชามกระเบื้องเคลือบสีขาวสะอาด ยื่นให้สามีชิมเป็นคนแรก "ลองชิมดูค่ะว่ารสชาติพอดีไหม หลังจากเหนื่อยมาทั้งคืน เรามาเติมพลังกันหน่อยดีกว่านะคะ"
อี้เฉินรับชามกระเบื้องมาถือไว้ แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้ตักน้ำซุปเข้าปาก ทันใดนั้น... เสียงเคาะประตูหน้าบ้านก็ดังขึ้นรัวเร็วและรุนแรงราวกับมีคนกำลังหนีตายมาขอความช่วยเหลือ
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
ฟางเซียนขมวดคิ้วมุ่นยามดึกสงัดเช่นนี้ ใครกันที่มีธุระด่วนถึงขนาดบุกมาเคาะประตูบ้านพักของพวกเขา และเมื่ออี้เฉินเปิดประตูออก ภาพเบื้องหน้าทำให้สองสามีภรรยาต้องชะงักค้าง ร่างชุ่มโชกไปด้วยเลือดของหญิงชราคนหนึ่งล้มฟุบลงตรงธรณีประตู และคน ๆ นั้นก็ไม่ใช่ใครที่ไหน... แต่คือแม่สามีผู้เกลียดชังเธอเข้ากระดูกดำ ที่เวลานี้กำลังกระอักเลือดออกมาพร้อมกับเอ่ยชื่อของลูกชายด้วยเสียงอันแผ่วเบา
"อี้เฉิน... ช่วยแม่ด้วย... พวกมัน... พวกมันตามมาฆ่าเราแล้ว!"
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "สวนส้มปลายฟ้า" เสมอมานะคะ!
วิถีเกษตรฉบับตัวร้ายขอวางมือมาเป็นภรรยาสุดที่รักของท่านประธาน•ตอนที่ 24
ศัตรูที่มองไม่เห็น
ผลงานโดย สวนส้มปลายฟ้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สวนส้มปลายฟ้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีเกษตรฉบับตัวร้ายขอวางมือมาเป็นภรรยาสุดที่รักของท่านประธาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!