กลิ่นควันจางๆ จากเตาฟืนผสมกลิ่นหอมกรุ่นของเนื้อหมูตุ๋นครึ่งซีก ลอยอวลอบอวลอยู่ใต้ร่มเงาของต้นไม้ใหญ่หลังบ้านพักทหาร ตะหลิวเหล็กกระทบกระทะเหล็กหล่อดัง *เคร้ง!* เป็นจังหวะสม่ำเสมอ หลินฟางเซียนตักน้ำซุปสีอำพันเคี่ยวเข้มข้นขึ้นมาเป่าเบาๆ ก่อนจะพยักหน้าอย่างพึงพอใจกับรสชาติที่กลมกล่อมลงตัว
"กลิ่นหอมขนาดนี้ เกรงว่าทหารทั้งกองร้อยคงไม่อาจตั้งสมาธิฝึกซ้อมได้แล้วกระมั้งครับ, สะใภ้รองฉิน"
เสียงทุ้มต่ำและราบเรียบดังขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อกล้ามสีเขียวขี้ม้าของนายทหารยศสูง ที่ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ใต้เงาไม้ใหญ่เงียบๆ ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่ทราบ ฉินอี้เฉินใช้ผ้าขนผืนเล็กซับเหงื่อตามกรอบหน้าคมคาย ดวงตาคมกริบราวเหยี่ยวคู่นั้นไม่ได้มองไปที่หมูตุ๋นในกระทะ หากแต่กำลังจ้องมองภรรยาตัวน้อยที่วันนี้สวมผ้ากันเปื้อนสีซีดแต่กลับดูโดดเด่นสะดุดตา
ฟางเซียนสะดุ้งเล็กน้อย หัวใจกระตุกวูบ แต่นางก็รวบรวมสติ ปรับสีหน้าให้เป็นปกติอย่างรวดเร็ว หญิงสาวหันไปยิ้มหวานหยาดเยิ้มส่งให้สามี พร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงติดตลกกลบเกลื่อนความพิรุธ
"ถ้ากลิ่นมันรบกวนการฝึกของท่านประธานฉินและลูกน้อง เดี๋ยวฉันคงต้องแบ่งใส่ปิ่นโตไปให้พวกเขากินอุดปากกันเสียคนละคำสองคำแล้วล่ะค่ะ... ว่าแต่คุณเถอะค่ะ ทำไมวันนี้กลับเร็วน็อตหลุดมาจากสนามฝึกซ้อมหรืออย่างไรกันคะ?"
อี้เฉินไม่ตอบในทันที เขาก้าวเท้าเข้ามาใกล้ร่างบางอีกก้าวหนึ่ง จนกลิ่นกายสะอาดผสมกลิ่นอายแดดและเหงื่อของผู้ชายลอยเข้ามาแตะจมูก ร่างสูงก้มลงมองวัตถุดิบที่วางเรียงรายอยู่บนโต๊ะไม้ไผ่—มันฝรั่งลูกโตที่ผิวเกลี้ยงเกลาไร้ที่ติ เห็ดหอมสดดอกใหญ่ที่ต่อให้หาซื้อในตลาดมืดเมืองหลวงก็ยังยากจะเจอ และที่สำคัญที่สุด... พริกไทยดำเม็ดอวบที่ถูกบรรจุอยู่ในถุงผ้าดิบสะอาดสะอ้าน ซึ่งไม่มีทางที่เสบียงปันส่วนของกองทัพในยุคข้าวยากหมากแพงนี้จะมีแจกจ่ายอย่างแน่นอน
สายตาของฉินอี้เฉินกวาดมองสิ่งเหล่านี้ด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน เขารู้ดีว่าภรรยาของเขาแอบซ่อนความลับบางอย่างเอาไว้ ผู้หญิงที่เคยเอาแต่ก้มหน้ารับกรรมและถูกแม่สามีโขกสับจนผอมโซ จู่ๆ จะพลิกฟื้นผืนดินหลังบ้านให้กลายเป็นแปลงเกษตรอุดมสมบูรณ์ในชั่วข้ามคืนได้อย่างไร? แถมยังมีเสบียงชั้นดีราวกับเสกได้โผล่มาให้ทำอาหารบำรูปร่างเขาอยู่เสมอ
แต่ทว่า... ความสงสัยใคร่รู้เหล่านั้น กลับถูกความรู้สึกอีกสายหนึ่งปัดตกไปอย่างง่ายดาย
ในใจของนายทหารหนุ่ม มีเพียงความคิดเดียวที่เด่นชัดขึ้นมา—*ไม่ว่านางจะไปเอาของพวกนี้มาจากไหน หรือมีความลับดำมืดอะไรซ่อนอยู่ สิ่งเดียวที่เขาต้องทำคือปกป้องนางให้พ้นจากสายตาและเงื้อมมือของพวกคนตระกูลฉินและพวกสอดรู้สอดเห็นในค่ายทหารแห่งนี้*
"ผมแค่เป็นห่วงกลัวว่าภรรยาตัวน้อยของผม จะเหนื่อยเกินไปกับการทำอาหารเลี้ยงคนทั้งค่าย" อี้เฉินเอ่ยเสียงนุ่ม แววตาที่มองนางเต็มไปด้วยความอ่อนโยนจนน่าใจหาย มือหนายื่นออกไปหยิบถุงพริกไทยดำบนโต๊ะขึ้นมาถือไว้ เล่นเอาฟางเซียนสะท้านเฮือก เผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว
"คุณ..." นางเอ่ยเสียงตะกุกตะกักเล็กน้อย เมื่อเห็นสามีหยิบหลักฐานชิ้นสำคัญขึ้นมาพิจารณา
ฉินอี้เฉินแค่นยิ้มที่มุมปากอย่างรู้ทัน เขาวางถุงพริกไทยลงที่เดิม ก่อนจะโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ใบหูของหญิงสาว จนลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่บริเวณต้นคอระหง "ของพวกนี้... ต่อให้คนนอกถาม ผมก็จะเป็นคนจัดการปิดปากพวกมันให้เอง เซียนเซียน... คุณแค่วางใจทำอาหารอร่อยๆ ให้ผมกินก็พอ ส่วนความลับใต้เงาไม้ตรงนี้ ให้มันเป็นเรื่องของเราสองคนก็พอแล้ว... ดีไหมครับ?"
คำพูดราบเรียบแต่หนักแน่นราวกับภูเขาผา ทำให้หัวใจของหลินฟางเซียนกระตุกวูบอย่างแรง ความหวาดระแวงว่าความลับเรื่อง "มิติห้างสรรพสินค้า" จะถูกล่วงรู้มลายหายไปในพริบตา แทนที่ด้วยความรู้สึกอบอุ่นแปลกประหลาดที่ตีตื้นขึ้นมาจุกอก นางหันกลับไปสบตาคมกริบของสามี เห็นความจริงใจและความปกป้องคุ้มครองที่ฉายชัดอยู่ในนั้นอย่างไม่ปิดบัง
นี่หรือคือสามีตัวร้ายที่ในนิยายบรรยายไว้ว่าเลือดเย็น? ชายคนนี้ช่างร้ายกาจเสียจริง ร้ายกาจจนทำให้หัวใจที่ด้านชาของนางเริ่มสั่นไหวอย่างควบคุมไม่ได้เสียแล้ว
"ถ้าอย่างนั้น... คุณก็ต้องช่วยฉันชิมฝีมือหมูตุ๋นหม้อนี้เสียก่อนค่ะ ถึงจะถือว่าเราทำข้อตกลงกันสำเร็จ" ฟางเซียนกระซิบตอบด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าเดิม พร้อมกับตักชิ้นหมูสามชั้นตุ๋นเปื่อยนุ่มสีสันน่ารับประทานขึ้นมาเป่าให้หายร้อน แล้วย่อตัวป้อนให้ชายหนุ่มตรงหน้าทันที
อี้เฉินก้มลงรับชิ้นหมูเข้าปาก รสชาติหวานเค็มกลมกล่อมละลายในปากทันที ความเหนื่อยล้าจากการฝึกทหารตลอดทั้งวันหายเป็นปลิดทิ้ง แต่สิ่งที่หวานยิ่งกว่าหมูตุ๋นในปาก กลับเป็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์แต่เปี่ยมด้วยความสุขของภรรยาตัวน้อยที่ยืนอยู่ตรงหน้า
บรรยากาศใต้เงาไม้ใหญ่กำลังอบอวลไปด้วยความหวานชื่น ทว่าความเงียบสงบนั้นกลับอยู่ได้ไม่นานนัก เมื่อจู่ๆ ก็มีเสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงโวยวายแหลมสูงที่คุ้นเคยดังแว่วมาจากทางหน้าบ้านพัก
"ตายจริง! นี่มันกลิ่นเนื้อหมูอะไรกันเนี่ย?! นังตัวดีฟางเซียน! แกแอบซ่อนอาหารดีๆ ไว้กินกันเองสองคนผัวเมียรึไง ถึงได้ไม่ยอมเอาไปเซ่นไหว้แม่ chồngอย่างฉันบ้างเลยวะ?!"
เสียงแว้ดๆ ของแม่สามีตระกูลฉินดังแผดเข้ามาใกล้เรื่อยๆ พร้อมกับร่างอ้วนท้วมที่ผลักประตูรั้วไม้เข้ามาอย่างถือวิสาสะ โดยมีสะใภ้ใหญ่คอยเดินกระเง้ากระงอดประคองตามหลังมาติดๆ เพื่อรอจังหวะซ้ำเติม
หลินฟางเซียนหุบยิ้มทันที แววตาคู่สวยฉายประกายเย็นเยียบขึ้นมาวับหนึ่ง นางหันไปสบตากับฉินอี้เฉินที่ตอนนี้ใบหน้าคมคายกลับมาเคร่งขรึมและเย็นชาดั่งน้ำแข็งขั้วโลกอีกครั้ง รังสีอำมหิตแผ่ออกมาจากร่างสูงของนายทหารหนุ่มจนน่ากลัว
ในขณะที่แม่สามีพังประตูห้องครัวเข้ามาหมายจะพุ่งตรงมาคว่ำหม้อข้าวของนาง ฉินอี้เฉินกลับก้าวเท้าออกไปยืนขวางหน้าภรรยาเอาไว้ พร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจที่ทำเอาผู้มาเยือนถึงกับผงะถอยหลัง
"ใครอนุญาตให้คุณแม่เข้ามาในเขตบ้านพักทหารของผม... โดยไม่เคารพความเป็นส่วนตัวแบบนี้ครับ?"
ขอให้ทุกท่านมีความสุขกับการอ่านนิยายและร่วมเดินทางไปกับเส้นทางชีวิตใหม่ของฟางเซียนนะคะ!
วิถีเกษตรฉบับตัวร้ายขอวางมือมาเป็นภรรยาสุดที่รักของท่านประธาน•ตอนที่ 11
ความลับใต้เงาไม้
ผลงานโดย สวนส้มปลายฟ้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สวนส้มปลายฟ้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีเกษตรฉบับตัวร้ายขอวางมือมาเป็นภรรยาสุดที่รักของท่านประธาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!