"ตระกูลฉินของพวกเรา ช่างต่ำต้อยจนปัญญาจะหาหน้าไปสู้ใครแล้วหรือไร ถึงต้องให้สะใภ้รองออกหน้าไปค้าขายแข่งกับชาวบ้านเขาให้ขายขี้หน้า!"
เสียงตบโต๊ะดังสนั่นเรือนใหญ่ พร้อมกับร่างท้วมของแม่สามีตระกูลฉินที่ก้าวเท้าเข้ามาราวกับพายุหมุน ใบหน้ายับย่นเต็มไปด้วยความริษยาและรอยยิ้มหยันสะใจที่พยายามปิดไม่มิด นางจ้องมองหีบไม้ใส่เงินสดจำนวนมากบนโต๊ะทำงานของฉินอี้เฉินด้วยดวงตาเป็นประกายโลภโมกข์
หลินฟางเซียนซึ่งกำลังงทาน้ำผึ้งป่าเคลือบพุทราจีนลงบนถาดขนมพายสูตรพิเศษ ชะงักมือเล็กน้อย นางวางแปรงขนสัตว์ลงช้าๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาแม่สามีด้วยรอยยิ้มบางเบาที่ไปไม่ถึงดวงตา
"ขายขี้หน้าหรือเจ้าคะแม่? หรือว่าเงินสดนับพันหยวนที่กองอยู่ตรงนี้ มันทำให้สายตาฝ้าฟางของแม่ร้อนรุ่มจนแยกแยะไม่ออกว่าอันไหนคือความอับAอาย หรืออันไหนคือความอิจฉากันแน่" ฟางเซียนกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าบาดลึกถึงกระดูกดำ
"นังเด็กปากกล้า!" แม่สามีหน้าดำคร่ำเครียดด้วยความโกรธจัด มือเหี่ยวย่นชี้หน้าสะใภ้รองตัวดี "แกกล้าดียังไงมาพูดจาสามหาวกับฉัน! เงินพวกนี้... แกไปขโมยใครมา หรือไปทำมาหากินต่ำช้าอะไรถึงได้มามากขนาดนี้ หะ? อี้เฉิน ลูกชายฉันต้องเดือดร้อนเพราะความทะเยอทะยานของแกแน่ๆ!"
ในจังหวะนั้นเอง ประตูเรือนถูกผลักเปิดออกอย่างแรง ฉินอี้เฉินในชุดเครื่องแบบทหารเต็มยศก้าวเข้ามาด้วยก้าวย่างมั่นคง รังสีความกดดันรอบตัวทำให้ห้องทั้งห้องเงียบลงทันที นายทหารหนุ่มปราดเข้าไปยืนบังร่างของภรรยาไว้ครึ่งหนึ่ง สายตาคมกริบราวกับใบมีดกวาดมองมารดาของตนเองด้วยความเย็นชา
"เงินในหีบนี้ เป็นผลกำไรจากการส่งออกผลไม้และผลิตภัณฑ์แปรรูปจากฟาร์มของภรรยาผมครับ และผมเป็นคนเซ็นชื่อรับรองทุกบาททุกสตางค์ด้วยตัวเอง มีปัญหาอะไรหรือเปล่าครับ... แม่" คำพูดราบเรียบแต่เฉียบขาดของอี้เฉิน ทำให้แม่สามีถึงกับสะดุ้งโหยง ถอยหลังไปก้าวหนึ่ง
"แก... แกเข้าข้างนังนี่จนหัวปักหัวปำ!" แม่สามีหวีดร้องด้วยความคับแค้นใจ นางอุตส่าห์ไปสืบข่าวมาว่าวันนี้สินค้าล็อตใหญ่ของฟางเซียนในตลาดมืดและตลาดอำเภอขายหมดเกลี้ยงในเวลาไม่ถึงสองชั่วโมง สร้างรายได้มหาศาลจนพ่อค้าคนกลางต้องแย่งกันจองสิทธิ์ล่วงหน้า นึกว่าจะมาอาละวาดแยบยือกส่วนแบ่งเข้ากระเป๋าตัวเองได้ง่ายๆ แต่กลับโดนกำแพงหนาอย่างบุตรชายและสะใภ้ตัวแสบสกัดกั้นไว้เสียสนิท
ฟางเซียนลุกขึ้นยืน รอยยิ้มการค้าถูกระบายบนใบหน้าสวยหวาน นางเดินเข้าไปใกล้หีบไม้ ก่อนจะหยิบปึกธนบัตรขึ้นมาปัดฝุ่นเบาๆ แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงรื่นหู
"แม่ไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องหน้าตาของตระกูลหรอกนะคะ เพราะในขณะที่แม่กำลังกังวลเรื่องไร้สาระ ฉันเพิ่งเซ็นสัญญาจัดส่งผลไม้ปลอดสารพิษให้กับสหกรณ์การเกษตรประจำมณฑลไปเมื่อเช้านี้เอง ยอดขายพุ่งทะลุเป้าที่เราตั้งไว้ถึงสามร้อยเปอร์เซ็นต์... อ้อ เงินส่วนหนึ่งฉันตั้งใจจะแบ่งมาสร้างโรงครัวใหม่ให้เรือนเรา และอีกส่วนจะเก็บไว้เป็นทุนการศึกษาให้เด็กๆ ในหมู่บ้านด้วยค่ะ"
คำพูดของฟางเซียนเปรียบเสมือนน้ำร้อนลวกหน้าแม่สามีจนพูดไม่ออก ได้แต่ฮึดฮัดด้วยความแค้นเคืองแต่ทำอะไรไม่ได้ เมื่อฉินอี้เฉินส่งสายตากดดันไล่ส่ง นางจึงจำต้องสะบัดหน้าหนีแล้วเดินกระแทកเท้าออกไปจากเรือนด้วยความเจ็บใจ
บรรยากาศในห้องกลับมาอบอุ่นอีกครั้ง อี้เฉินถอดหมวกทหารออก วางพาดไว้บนเก้าอี้ ก่อนจะโอบเอวบางของภรรยาเข้ามาแนบชิด ใบหน้าเคร่งขรึมเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนจนน่าประหลาด
"เหนื่อยไหมครับ?" เสียงทุ้มต่ำเอמהถามข้างใบหู พร้อมกับมือหนาที่ช่วยนวดคลายไหล่ให้ภรรยาอย่างรู้ใจ
"ไม่เหนื่อยเลยค่ะ ได้เห็นสีหน้าของแม่ตอนที่เห็นยอดเงินแล้ว หายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้งเลยต่างหาก" ฟางเซียนหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะหมุนตัวกลับมามองสามีด้วยดวงתาเป็นประกายเจ้าเล่ห์ "แต่อาหารมื้อเย็นวันนี้ ฉันตั้งใจทำเมนูพิเศษเพื่อฉลองความสำเร็จครั้งใหญ่ของเราโดยเฉพาะเลยนะเจ้าคะ"
นางผละออกจากอ้อมแขนของสามี เดินไปเปิดเตาถ่านที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่นของ "เป็ดพะโล้ตุ๋นยาจีน" ที่เคี่ยวมานานหลายชั่วโมง กลิ่นหอมของเครื่องเทศ โป๊ยกั๊ก อบเชย และซีอิ๊วดำชั้นดีฟุ้งกระจายไปทั่วทั้งห้องครัว ผสมผสานกับกลิ่นหอมของข้าวสวยร้อนๆ ที่หุงด้วยน้ำแร่จากมิติฟาร์ม ทำเอาคนท้องร้องด้วยความหิวโหย
ฟางเซียนจัดการสับเนื้อเป็ดนุ่มละมุนเป็นชิ้นพอดีคำ ราดด้วยน้ำพะโล้เข้มข้นสีอำพันที่เคี่ยวจนเหนียวข้นน่ากิน วางเคียงด้วยไข่ต้มพะโล้สีเข้มและผักคะน้ากรอบสีเขียวสด จัดใส่จานกระเบื้องเคลือบอย่างประณีตบรรจง
"หอมมากครับ..." อี้เฉินโน้มตัวลงสูดดมกลิ่นหอมที่ลอยเข้าจมูก ดวงตาคมมองภรรยาด้วยความรักใคร่ระคนเอ็นดู
ฟางเซียนตักข้าวใส่ถ้วยส่งให้สามี พร้อมกับรอยยิ้มพึงพอใจ "รีบกินเสียหน่อยนะคะ เพราะพรุ่งนี้เรามีงานใหญ่ต้องทำต่อ... โรงเรือนเพาะปลูกล็อตที่สองพร้อมเก็บเกี่ยวแล้วค่ะ"
ทว่า ในขณะที่ทั้งสองกำลังจะนั่งลงร่วมโต๊ะอาหารอย่างมีความสุข เสียงเคาะประตูดังปังๆ ที่หน้าบ้านก็ขัดจังหวะขึ้นเสียก่อน
อี้เฉินขมวดคิ้วเล็กน้อย ลุกขึ้นไปเปิดประตูด้วยความระแวดระวัง แต่เมื่อประตูเปิดออก บุคคลที่ยืนอยู่หน้าบ้านกลับทำให้ทั้งเขาและฟางเซียนต้องชะงักค้างไปพร้อมกัน
ชายวัยกลางคนในชุดสูทสากลเรียบร้อย ใบหน้าเคร่งเครียดมีเหงื่อซึมเต็มกรอบหน้า เขายกมือขึ้นปาดเหงื่อด้วยความร้อนรน ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือที่ทำเอาฟางเซียนต้องวางตะเกียบลงทันที
"คุณหนูหลิน... เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ สินค้าล็อตพรีเมียมทั้งหมดที่เราส่งไปคลังสินค้าหลัก ถูกเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองอายัดไว้หมดแล้ว! และคนที่สั่งอายัด... คือท่านรองผู้ว่าการคนใหม่ที่เพิ่งย้ายมารับตำแหน่งวันนี้ ซึ่งก็คือ... อดีตคู่หมั้นของคุณนั่นเองครับ!"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางเคียงข้างและสนับสนุน "สวนส้มปลายฟ้า" มาโดยตลอดนะคะ
วิถีเกษตรฉบับตัวร้ายขอวางมือมาเป็นภรรยาสุดที่รักของท่านประธาน•ตอนที่ 33
การเติบโตของธุรกิจ
ผลงานโดย สวนส้มปลายฟ้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สวนส้มปลายฟ้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีเกษตรฉบับตัวร้ายขอวางมือมาเป็นภรรยาสุดที่รักของท่านประธาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!