กล่องไม้แกะสลักโบราณที่นอนนิ่งสนิทอยู่แทบเท้า ส่งกลิ่นอายอับชื้นของกาลเวลาและคาวเลือดจางๆ ออกมา หลินฟางเซียนมิได้ก้มลงเก็บทันที ดวงตากลมโตหรี่ลงเล็กน้อยยามกวาดมองเงาร่างของชายแปลกหน้าที่หายลับไปกับความมืดมิดของราตรีที่มีหิมะโปรยปราย
"ฟางเซียน! ข้างนอกเกิดอะไรขึ้น เสียงเมื่อครู่..."
เสียงทุ้มต่ำทรงพลังของฉินอี้เฉินดังขึ้นพร้อมกับร่างสูงใหญ่ที่ก้าวพรวดพราดออกมาจากตัวบ้าน มือหนากำปืนพกคู่กายแน่นโดยสัญชาตญาณ ดวงคมกริบกวาดตามองรอบบริเวณด้วยความระแวกระวัง ก่อนจะหยุดนิ่งเมื่อเห็นภรรยาวยืนอยู่ท่ามกลางเกล็ดหิมะโปรย และกล่องไม้ปริศนาที่พื้น
ฟางเซียนสูดลมหายใจเข้าลึก ภายในมิติห้างสรรพสินค้าของเธอกำลังส่งสัญญาณเตือนภัยสีแดงยิบตา บ่งบอกว่าวัตถุชิ้นนั้นมีกลไกซ่อนอยู่ เธอยกมือห้ามสามีที่ทำท่าจะก้มลงหยิบมันขึ้นมา
"อย่าแตะค่ะพี่อี้เฉิน ของขวัญชิ้นนี้... ดูท่าทางจะส่งมาจากคนที่ไม่อยากให้เรานอนหลับฝันดีในคืนหน้าหนาวนี้เสียแล้ว"
รอยยิ้มเยาะหยันผุดขึ้นที่มุมปากของหญิงสาว นางเอกแห่งสวนส้มปลายฟ้ามิใช่คนที่จะยอมถูกข่มขู่ฝ่ายเดียว ทว่าเมื่อครู่ คำว่า "หลานสะใภ้ตระกูลฉิน" ที่ชายคนนั้นเอ่ยออกมา มันชี้ชัดว่าเบื้องหลังเหตุการณ์วุ่นวายทั้งหมดในหมู่บ้าน มีตาแก่หรือตัวการใหญ่ระดับสูงในตระกูลสามีคอยชักใยอยู่เบื้องหลัง โดยเฉพาะแม่สามีตัวแสบที่คงจะดิ้นรนเฮือกสุดท้ายก่อนที่ความลับเรื่องการฮุบที่ดินจะแดง
อี้เฉินขบกรามแน่น เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด ความโกรธเกรี้ยวแผ่ซ่านออกจากร่างหนาวราวกับเตาไฟที่กำลังลุกโชน เขาคว้าตัวภรรยาเข้ามากอดไว้แนบอก ปลายจมูกโด่งสูดดมกลิ่นหอมสะอาดจากเรือนผมของเธอเพื่อสงบสติอารมณ์
"พี่จะจัดการมันให้ราบคาบ ไม่ว่ามันจะเป็นใครหน้าไหน" เสียงกระซิบของเขาต่ำลึกและเต็มไปด้วยจิตสังหาร
ฟางเซียนตบมือเบาๆ ที่แผงอกกว้างของสามี นางยิ้มบางๆ ดวงตาพราวระยับด้วยประกายความเจ้าเล่ห์ "จัดการน่ะต้องจัดการแน่ค่ะ แต่ไม่ใช่ตอนนี้... ดึกดื่นค่ำคืนแบบนี้ อากาศหนาวเหน็บจนน้ำแข็งเกาะหน้าต่างเช่นนี้ จะให้เราออกไปวิ่งไล่จับสุนัขรับใช้คงเสียพลังงานแย่ อีกอย่าง... ท้องของฉันเริ่มส่งเสียงประท้วงแล้วด้วยนะคะ"
นางก้มลงมองกล่องไม้ ก่อนจะใช้ปลายเท้างัดมันออกเบื้องหน้า เผยให้เห็นแผ่นกระดาษจารึกตัวอักษรจีนโบราณที่เขียนด้วยหมึกสีชาด คำขู่ที่ไร้สาระเหล่านั้นถูกปัดตกไปในทันทีเมื่อฟางเซียนตัดสินใจเด็ดขาด
"คืนนี้... เราจะทำหม้อไฟต้มยำน้ำข้นสูตรพิเศษ กินประชดความหนาวและพวกเศษสวะที่คอยตามรังควานกันดีกว่าค่ะพี่อี้เฉิน!"
บรรยากาศตึงเครียดเมื่อครู่พลันมลายหายไปในพริบตา เมื่อภรรยาคนสวยพลิกวิกฤตให้กลายเป็นมหกรรมทำ2อาหารชวนน้ำลายสอ อี้เฉินมองหน้าภรรยาด้วยความทึ่งระคนเอ็นดู ไม่ว่าสถานการณ์จะเลวร้ายแค่ไหน หญิงสาวในอ้อมกอดของเขาก็มักจะมีวิธีเปลี่ยนโลกทั้งใบให้กลายเป็นสวนดอกไม้ (หรือแปลงผักออร์แกนิก) ได้เสมอ
ภายในห้องครัวที่อบอุ่น แสงไฟสีส้มจากตะเกียงน้ำมันส่องกระทบใบหน้างดงามที่กำลังงละมุนอยู่กับการเตรียมวัตถุดิบ ฟางเซียนใช้สิทธิ์แอบหยิบเนื้อวัวลายหินอ่อนชั้นดี ผักกาดขาวกรอบหวาน เห็ดเข็มทองอวบอ้วน และเต้าหู้โฮมเมดจากมิติห้างสรรพสินค้าออกมาวางเรียงรายบนโต๊ะไม้เนื้อดี
กลิ่นหอมของเครื่องเทศนานาชนิด ไม่ว่าจะเป็นข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด และพริกแห้งคั่ว กลิ่นหอมฟุ้งกระจายไปทั่วห้องครัวจนฉินอี้เฉินที่คอยทำหน้าที่เป็นลูกมือคอยสับฟืนและต้มน้ำซุปถึงกับกลืนน้ำลาย
"หอมมาก..." ชายหนุ่มเอ่ยชมด้วยความจริงใจ ดวงตาสคมมองภรรยาที่กำลังบรรจงตำพริกแกงด้วยท่าทางคล่องแคล่ว
"แน่นอนค่ะ สูตรเด็ดเคล็ดลับของภรรยาคุณประธาน... เอ๊ย นายทหารผู้ยิ่งใหญ่คนนี้เชียวนะคะ" ฟางเซียนหัวเราะคิกคัก ยื่นมือไปเขี่ยปลายจมูกโด่งของสามีที่โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ด้วยความมันเขี้ยว "ถอยไปเลยค่ะ น้ำซุปกำลังเดือดพล่าน เดี๋ยวกระเด็นโดนหน้าหล่อๆ ของสามี ฉันจะไม่มีคนช่วยถือตะเกียบพานะคะ"
อี้เฉินไม่ถอย หนแถมยังรวบเอวบางเข้าหาตัว วางคางเกยไว้บนลาดไหล่เล็ก พลางกระซิบเสียงพร่าข้างใบหู "ต่อให้หน้าพี่ลาย แต่ถ้าได้กินฝีมือเธอทุกวัน พี่ก็ยอม... ว่าแต่ กล่องไม้ข้างนอกนั่น จะปล่อยไว้เฉยๆ หรือ?"
ฟางเซียนหยุดมือจากการจัดเรียงลูกชิ้นกุ้งเด้งดึ๋ง นางหันมาสบตาคมกริบของสามี รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างรวดเร็วก่อนจะจางหายไป
"ปล่อยไว้ให้มันรากงอกเล่นไปก่อนค่ะ คนพวกนั้นส่งของมาขู่ แปลว่าพวกมันกำลังร้อนรน... ยิ่งพวกมันร้อนรน เรายิ่งต้องใจเย็น และวิธีที่ดีที่สุดในการรับมือกับความหนาวเหน็บและความสกปรกของคนพวกนั้น ก็คือการซดน้ำซุปร้อนๆ ให้เหงื่อออกท่วมตัว เพื่อขับพิษร้ายออกจากร่างกายยังไงล่ะคะ!"
ว่าแล้ว หญิงสาวก็ตักน้ำซุปเดือดปุดๆ สีส้มเข้มข้นราดลงบนวัตถุดิบสดใหม่ในหม้อดินเผา ควันสีขาวพวยพุ่งพร้อมกับกลิ่นหอมยวนใจที่เตะจมูกจนฉินอี้เฉินต้องยอมจำนนต่อความหิว
ท่ามกลางหิมะที่โปรยปรายหนาหนักข้างนอก ภายในบ้านพักตระกูลฉินกลับอบอวลไปด้วยความสุข เสียงหัวเราะ และไออุ่นของหม้อไฟรสชาติจัดจ้าน ฟางเซียนคีบเนื้อวัวนุ่มละมุนลิ้นใส่ถ้วยให้สามีอย่างเอาอกเอาใจ ขณะที่อี้เฉินก็คอยตักกุ้งตัวโตแกะเปลือกให้อย่างไม่ขาดมือ บรรยากาศความรักและความอบอุ่นแผ่ซ่านกลบเกลื่อนความมืดมนของค่ำคืนนี้จนหมดสิ้น
ทว่า... ในขณะที่ตะเกียบในมือของฟางเซียนกำลังจะคีบเต้าหู้ชิ้นสุดท้ายเข้าปาก เสียงทุบประตูก็รัวดังสนั่นหวั่นไหวขึ้นที่หน้าบ้าน พร้อมกับเสียงแหลมปรี๊ดของแม่สามีที่ตะโกนแหกปากฝ่าความหนาวเข้ามา
"นังตัวดี! หลินฟางเซียน! แกกล้าดียังไงถึงส่ง 'ของขวัญ' ไปต้อนรับน้องชายฉันถึงบ้าน ออกมาเดี๋ยวนี้เลยนะ!"
ฟางเซียนชะงักมือเล็กน้อย ดวงตากลมโตหรี่ลงเล็กน้อย นางค่อยๆ วางตะเกียบลงบนโต๊ะอย่างใจเย็น หันไปสบตากับสามีที่ใบหน้าเคร่งขรึมลงถนัดตา รอยยิ้มมุมปากของหญิงสาวผุดขึ้นอีกครั้ง—มันเป็นรอยยิ้มของนักล่าที่เหยื่อเดินเข้ามาติดกับด้วยความโง่เขลาเอง
"ดูเหมือนว่า... อาหารมื้อนี้ของเราจะมีแขกไม่ได้รับเชิญมาขอแบ่งซดน้ำซุปร้อนๆ ด้วยแล้วล่ะค่ะพี่อี้เฉิน" ฟางเซียนเอ่ยเสียงหวานหยดย้อย แต่แววตากลับเยียบเย็นราดน้ำแข็ง
(โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ)
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนสวนส้มมาโดยตลอดนะคะ
วิถีเกษตรฉบับตัวร้ายขอวางมือมาเป็นภรรยาสุดที่รักของท่านประธาน•ตอนที่ 26
อาหารมื้อพิเศษกลางหน้าหนาว
ผลงานโดย สวนส้มปลายฟ้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สวนส้มปลายฟ้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีเกษตรฉบับตัวร้ายขอวางมือมาเป็นภรรยาสุดที่รักของท่านประธาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!