แฟ้มลับในตู้เซฟเหล็กกล้าอันตรธานหายไปพร้อมกับเงาร่างของสายลับจากส่วนกลางที่ควรจะถูกมัดตรึงไว้ด้วยเชือกป่านเส้นโตอย่างไร้ร่องรอย กลิ่นอายความตึงเครียดโรยตัวปกคลุมห้องโถงเล็กๆ ทว่าหลินฟางเซียนกลับไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ใบหน้ารูปไข่ผุดรอยยิ้มเยียบเย็นที่มุมปาก ดวงตากลมโตเป็นประกายวาววับขณะใช้นิ้วเรียวเคาะโต๊ะไม้เบาๆ เป็นจังหวะ
"คิดว่าขโมยเอกสารไปได้แล้วจะจบงั้นหรือคะ? ช่างไร้เดียงสาเสียจริง..."
เสียงหวานเอ่ยขึ้นลอยๆ ท่ามกลางความเงียบงัน พันจ่าฉินอี้เฉินที่เพิ่งก้าวเข้ามาพร้อมคราบเขม่าดินปืนจากการตรวจสอบร่องรอยรอบค่ายพักขมวดคิ้วมุ่น เขาปัดฝุ่นออกจากบ่าเสื้อทหารแล้วก้าวเข้าไปโอบกอดเอวบางของภรรยาไว้หลวมๆ ไออุ่นจากร่างกายของสามีแผ่ซ่านเข้ามาช่วยบรรยากาศรอบตัวให้อบอุ่นขึ้น แม้สถานการณ์ภายนอกจะกำลังคุกกรุ่นไปด้วยภัยเงียบจากการเมืองระดับสูงก็ตาม
"พวกมันคงคิดว่าได้หลักฐานชิ้นสำคัญที่จะใช้เล่นงานเราในเรื่องสัมปทานที่ดินแล้ว" อี้เฉินเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบ ดวงตาคมกริบกวาดมองกุญแจตู้เซฟที่ถูกวางทิ้งไว้อย่างจงใจ "แต่ฟางเซียน... เอกสารตัวจริงไม่ได้อยู่ในนั้นตั้งแต่แรกใช่ไหม?"
"ฉลาดมากค่ะสามี" ฟางเซียนหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เธอพลิกตัวหันมาเผชิญหน้ากับสามี มือเรียวปัดปอยผมที่ปรกลงมาทัดหูให้อย่างเบามือ "เอกสารชุดที่พวกมันได้ไปเป็นเพียงสำนวนร่างที่ฉันจงใจเขียนแก้ตัวเลขผลผลิตทางการเกษตรให้คลาดเคลื่อนเท่านั้น ใครอยากได้ไปก็เชิญเอาไปปวดหัวเล่นตามสบายค่ะ ส่วนของจริงน่ะหรือคะ... อยู่ในมิติฟาร์มที่ปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์เรียบร้อยแล้วล่ะค่ะ"
รอยยิ้มเจ้าเล่ห์แต่เปี่ยมด้วยความมั่นใจของภรรทำให้ฉินอี้เฉินอดไม่ได้ที่จะยกมือขึ้นบีบจมูกโด่งรั้นของเธอด้วยความหมั่นเขี้ยว
"ภรรยาใครช่างเจ้าแผนการนัก..."
"ภรรยาของท่านประธานฉินผู้เกรียงไกรอย่างไรล่ะคะ" ฟางเซียนตอบรับหน้าตาเฉย ก่อนที่ประกายตาของเธอจะเปลี่ยนเป็นความกระตือรือร้นเมื่อนึกถึงแผนการขั้นต่อไป "ในเมื่อพวกหนูสกปรกมันแอบขโมยของไปแล้ว เราก็ควรจะหาอะไรหอมๆ มาล้างจมูกให้ชื่นใจเสียหน่อยดีกว่าค่ะ วันนี้ฉันตั้งใจจะทำเมนูเด็ดที่จะทำให้คนทั้งหมู่บ้านต้องกลืนน้ำลายจนคอแห้งผากเลยทีเดียว!"
ว่าแล้วร่างระหงก็ผละออกจากอ้อมแขนของสามี เดินตรงไปยังห้องครัวหลังบ้านทันที พื้นที่ครัวขนาดกะทัดรัดแต่สะอาดสะอ้านถูกเนรมิตให้กลายเป็นเวทีประลองฝีมือปลายจวัก
หลินฟางเซียนเรียกวัตถุดิบชั้นเลิศออกจากมิติพิเศษทันที ไก่บ้านเนื้อแน่นเหนียวนุ่มขนาดกำลังดีถูกสับเป็นชิ้นพอดีคำ ล้างทำความสะอาดจนเกลี้ยงเกลา ก่อนจะนำไปลวกน้ำร้อนเพื่อขจัดกลิ่นสาบและสิ่งสกปรกออกอย่างพิถีพิถัน จากนั้นจึงเตรียมสมุนไพรจีนชั้นดีที่อุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการและให้กลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ ทั้งเก๋ากี้สีแดงฉาน โสมตังกุยแผ่นบาง โสมอี้หมี่ ฮ่วย山 และรากบัวสดที่เพิ่งขุดขึ้นมาจากดินในมิติฟาร์ม ทั้งหมดถูกจัดเตรียมลงบนถาดไม้ด้วยความประณีต
กลิ่นหอมหวานของเครื่องยาจีนเริ่มโชยเตะจมูกทันทีเมื่อหม้อดินเผาใบใหญ่ถูกตั้งขึ้นบนเตาถ่านไฟอ่อนๆ
ฟางเซียนบรรจงใส่เนื้อไก่ลงไปเคี่ยวเคียงคู่กับสมุนไพร เติมน้ำซุปกระดูกหมูเข้มข้นที่เคี่ยวเคี่ยวทิ้งไว้ข้ามคืนลงไปจนท่วม เปลวไฟสีส้มแดงวับแวมใต้ก้นหม้อค่อยๆ เลียผิวหม้อดิน ส่งผลให้น้ำซุปภายในเริ่มเดือดปุดๆ ส่งเสียงเบาหวิวราวกับดนตรีขับกล่อม
เธอหรี่ไฟลงให้เหลือเพียงความร้อนระอุ เพื่อให้สารอาหารและรสชาติหวานล้ำจากสมุนไพรซึมซาบเข้าไปในเนื้อไก่ทีละน้อย ความลับของความอร่อยระดับตำนานนี้อยู่ที่การหยด "น้ำผึ้งป่าบริสุทธิ์" จากมิติฟาร์มลงไปเพียงครึ่งช้อนชา เพื่อตัดรสชาติให้กลมกล่อมและขับกลิ่นหอมของเครื่องเทศให้พวยพุ่งยิ่งขึ้นไปอีก
ผ่านไปเพียงหนึ่งก้นธูป กลิ่นหอมอวลอันเป็นเอกลักษณ์ของ "ไก่ตุ๋นยาจีน" สูตรลับเฉพาะตัวก็เริ่มลอยละลิ่วไปตามสายลมยามบ่ายที่พัดโชยเข้าสู่ตัวหมู่บ้าน
อนุภาคความหอมอันทรงพลังนี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่ในรั้วบ้านตระกูลฉิน แต่มันทำหน้าที่ราวกับคลื่นแม่เหล็กดึงดูดสติของทุกคนในละแวกนั้นให้หลุดลอย
ที่บ้านหลักตระกูลฉิน ซึ่งแม่สามีใจร้ายกำลังนั่งบ่นกระปอดกระแปดเรื่องผลผลิตในไร่ที่ยังเก็บเกี่ยวไม่ได้ตามเป้า จู่ๆ จมูกของนางก็กระตุกยิก กลิ่นหอมหวานละมุนลไมของโสมผสมผสานกับความมันกลมกล่อมของเนื้อไก่ตุ๋นลอยเข้ามาแตะจมูกอย่างจังจนท้องไส้ปั่นป่วนขึ้นมาทันที
"กลิ่นอะไรน่ะ..." แม่สามีขมวดคิ้วแน่น สูดดมอากาศฟุดฟิดด้วยความงุนงง "กลิ่นหอมขนาดนี้... หรือว่าบ้านนั้นจะแอบทำเนื้อกินกันเองอีกแล้ว!"
นางลุกขึ้นยืนพรวดโดยลืมอาการปวดหลังไปเสียสนิท ก้าวเท้าเดินออกมายืนที่หน้าชานบ้านแล้วกวาดสายตามองไปยังทิศทางของบ้านพักหลังเล็กปลายสวน กลิ่นหอมนั้นยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนชาวบ้านละแวกใกล้เคียงเริ่มทยอยเปิดประตูบ้านออกมามองหาต้นตอ บางคนถึงกับกลืนน้ำลายเอื้อมมือลูบท้องด้วยความหิวโหย
"แม่เจ้าโว้ย... นั่นมันกลิ่นไก่ตุ๋นยาจีนไม่ใช่หรือไหง หอมตลบอบอวลไปสามบ้านแปดบ้านแบบนี้ บ้านไหนมันทำอาหารน่ากินขนาดนี้วะเนี่ย!" เสียงชาวบ้านคนหนึ่งร้องอุทานขึ้นด้วยความอิจฉา
ในขณะเดียวกัน ที่หน้าประตูรั้วบ้านของหลินฟางเซียน มีเงาร่างของใครบางคนกำลังยืนหลบมุมอยู่หลังพุ่มไม้ใหญ่ ดวงตาคู่คมจดจ้องมองเข้าไปในครัวด้วยแววตาซับซ้อน มือหนากำหมัดแน่นโดยไม่รู้ตัวเมื่อกลิ่นหอมนั้นยั่วยวนจนแทบจะทนไม่ไหว
ฟางเซียนที่กำลังใช้ทัพพีไม้คนซุปในหม้ออย่างอารมณ์ดี ชะงักมือเล็กน้อยเมื่อสัมผัสได้ถึงจิตสังหารและสายตาคู่หนึ่งที่แอบมองมาจากนอกรั้ว มุมปากอิ่มยกยิ้มขึ้นอย่างรู้ทัน เธอจงใจตักน้ำซุปสีอำพันร้อนๆ ใส่ถ้วยกระเบื้องเคลือบสีขาวลายครามจนเต็มเปี่ยม ไอความร้อนลอยกรุ่นขึ้นมาพร้อมกับควันจางๆ ที่ยิ่งขับเน้นความน่ากินให้ถึงขีดสุด
เธอยกถ้วยซุปเดินออกมายืนที่ระเบียงบ้านอย่างช้าๆ สายตากวาดมองไปยังทิศทางของพุ่มไม้หน้าบ้านที่เงาปริศนาซ่อนอยู่ เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงใสแต่กังวานก้องไปทั่วบริเวณ
"อ้าว... ยืนดมกลิ่นอยู่ตั้งนาน ไม่คิดจะเข้ามาลองชิมฝีมือฉันสักหน่อยหรือคะ สายลับท่านนั้น...?"
สิ้นเสียงหวาน บรรยากาศรอบบริเวณก็พลันเงียบกริบลงทันที ความตื่นเต้นพุ่งทะยานถึงขีดสุดเมื่อเงาร่างปริศนาค่อยๆ ก้าวออกมาจากความมืดพร้อมกับใบหน้าที่ซีดเผือด!
รี้ดเดอร์ที่รักของสวนส้มปลายฟ้า อย่าเพิ่งกะพริบตาเดียวนะคะ เพราะเกมพลิกโฉมหน้ากำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้วค่ะ!
วิถีเกษตรฉบับตัวร้ายขอวางมือมาเป็นภรรยาสุดที่รักของท่านประธาน•ตอนที่ 15
เมนูเด็ดส่งกลิ่นทั่วหมู่บ้าน
ผลงานโดย สวนส้มปลายฟ้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สวนส้มปลายฟ้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีเกษตรฉบับตัวร้ายขอวางมือมาเป็นภรรยาสุดที่รักของท่านประธาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!