ก้อนกระดาษห่อหนังสือพิมพ์เก่าที่ถูกขยำจนยับยู่ยี่ถูกวางลงบนโต๊ะไม้ไผ่เสียงดังทึบ ตามมาด้วยสายตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยวของชายหนุ่มในชุดเครื่องแบบกึ่งทางการที่กวาดมองไปทั่วห้องครัวอันคับแคบ
ฟางเซียนสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติกลับคืนมา สมองที่เคยประมวลผลเรื่องการค้าขายในมิติฟาร์มพลิกกลับมาตั้งรับสถานการณ์เฉพาะหน้าอย่างรวดเร็ว นางไม่คาดคิดเลยว่าท่านประธานใหญ่แห่งกองอำนวยการเศรษฐกิจพิเศษ ผู้มีข่าวลือหนาหูว่ากุมอำนาจเบ็ดเสร็จและมีความเด็ดขาดในการบริหารจัดการเขตเศรษฐกิจชายแดน จะมายืนเคาะประตูบ้านดินเก่าๆ ของนางยามวิกาลเช่นนี้
"ดึกดื่นป่านนี้แล้ว ท่านประธานฉิน... ไม่สิ ท่านเฉินเฟิง ถึงกับลงทุนเดินลุยโคลนมาถึงชายขอบหมู่บ้าน ทรงเกียรติเกินไปหน่อยกระมังคะ?" ฟางเซียนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ รอยยิ้มบางเบาถูกประดับไว้ที่มุมปากเพื่อปกปิดความตื่นตระหนก นางก้าวถอยหลังครึ่งก้าวเพื่อเว้นระยะห่าง ขณะเดียวกันก็แอบส่งกระแสจิตสำรวจระบบมิติในห้วงความคิด เผื่อว่าจำเป็นต้องหยิบยืมเครื่องมือป้องกันตัวใดๆ ออกมา
ชายหนุ่มหัวเราະในลำคอ เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นสะเทือนอยู่ในอกกว้าง เขาไม่ตอบคำถามในทันที แต่กลับก้าวล่วงเข้ามาในห้องครัวแคบๆ กลิ่นอายความกดดันของผู้มีอำนาจแผ่ซ่านจนบรรยากาศรอบตัวรอบตัวดูอึดอัดขึ้นมาถนัดตา
"ฉันไม่ได้มาในฐานะท่านประธานอะไรทั้งนั้นค่ะ คุณหลิน" ดวงตาคมกริบมองสำรวจร่องรอยการทำงานบนโต๊ะ ที่ยังมีเศษผักสมุนไพรและคราบแป้งหลงเหลืออยู่ "ฉันได้ยินข่าวลือแปลกๆ เกี่ยวกับ 'ผักวิเศษ' ที่ทำให้คนป่วยติดเตียงลุกขึ้นมาเดินได้ในชั่วข้ามคืน... และบังเอิญว่าคนผู้นั้น เป็นสายลับคนสนิทที่ฉันส่งมาสืบราชการลับในพื้นที่นี้เสียด้วย"
ฟางเซียนหรี่ตาลงเล็กน้อย หัวใจเต้นแรงขึ้นด้วยความระแวดระวัง นางรู้ดีว่าสินค้าจากมิติห้างสรรพสินค้าของตนมีความพิเศษเกินกว่าสามัญสำนعทั่วไป แต่นางไม่คาดคิดว่ามันจะดึงดูดสายตาของเหยี่ยวตัวใหญ่ระดับนี้เร็วเกินไป
"ท่านประธานกำลังเข้าใจผิดแล้วกระมังคะ ผักบ้านๆ ปลูกตามมีตามเกิด จะไปมีอิทธิปาฏิหาริย์อะไรปานนั้น หากสหายของท่านหายป่วยได้ คงเป็นเพราะบุญเก่าของเขาเองมากกว่าค่ะ" นางตอบกลับอย่างไม่สะทกสะท้าน เชิดหน้าขึ้นสู้สายตาอย่างไม่เกรงกลัว
ฉินอี้เฉินหรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มที่มุมปากดูมีความหมายลึกซึ้ง เขาชอบความฉลาดและท่าทีนิ่งสงบของหญิงตรงหน้าเสียจริง ต่อหน้าผู้มีอำนาจ นางไม่เพียงแต่ไม่คุกเข่าหวาดกลัว แต่ยังรู้จักต่อรองและปกป้องตัวเองอย่างแนบเนียน
"ฝีปากกล้าหาญไม่เบาเลยนี่คะ... แต่ก็น่าเสียดาย ที่หลักฐานไม่ได้พูดแบบนั้น" มือหนาเอื้อมไปหยิบห่อกระดาษหนังสือพิมพ์ที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมา แล้วค่อยๆ คลี่ออก เผยให้เห็น "แตงกวาหิมะ" สีเขียวมรกตที่ยังคงมีหยดน้ำค้างเกาะพราวราวกับเพิ่งเด็ดออกจากต้นสดๆ กลิ่นหอมหวานเย็นชื่นใจโชยเข้าจมูกทันทีที่สัมผัสกับอากาศภายนอก
ฟางเซียนนิ่งงันไปชั่วขณะ นั่นคือสินค้าล็อตแรกที่นางตั้งใจจะแอบนำไปส่งขายในตลาดมืดเพื่อกอบโกยเงินทุนก้อนแรกในการสร้างเนื้อสร้างตัว เหตุใดมันจึงมาตกอยู่ในมือของเขาได้?
"ถ้าสินค้าชิ้นนี้หลุดรอดออกไปถึงตลาดมืดในเมืองหลวงเขตเศรษฐกิจพิเศษ คุณคิดว่าหน่วยงานความมั่นคงจะจัดการอย่างไรกับ 'แหล่งผลิต' ที่ไม่ปรากฏที่มาแห่งนี้ดีล่ะคะ?" ฉินอี้เฉินโน้มตัวลงมา กระซิบเสียงต่ำชิดริมหีบห่อ พร้อมกับกลิ่นกายสะอาดสะอ้านที่เจือกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยมาแตะจมูก
ความตึงเครียดพุ่งขึ้นถึงขีดสุด ฟางเซียนรู้ดีว่าหากความลับเรื่องมิติหลุดรอดออกไป ชีวิตที่เพิ่งเริ่มต้นใหม่ของนางคงไม่พ้นต้องกลายเป็นหนูทดลองในห้องวิจัยลับของรัฐบาลอย่างแน่นอน แต่นางหาใช่หญิงสาวอ่อนต่อโลกไม่ ภายใต้ความกดดันนั้น สมองของนางกำลังหมุนติ้วเพื่อหาทางพลิกวิกฤตให้กลายเป็นโอกาส
นางเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ รอยยิ้มเย้ายวนใจถูกจุดขึ้นที่ริมฝีปากอิบอิ่มอย่างจงใจ "ท่านประธานอุตส่าห์ดั้นด้นมาถึงที่นี่ ย่อมไม่ใช่เพื่อมาจับกุมชาวบ้านตาดำๆ ข้อหาปลูกผักเก่งเกินไปหรอกกระมังคะ? ว่ามาเถอะค่ะ... ท่านต้องการอะไรจากฉันกันแน่?"
เสียงหัวเราะเบาๆ ดังลอดริมฝีปากของชายหนุ่ม เขาชื่นชมความเด็ดเดี่ยวนี้เสียจริง "ฉลาดมากค่ะ... ฉันไม่ได้ต้องการจะทำลายแหล่งผลิตของคุณ แต่ฉันต้องการ 'ผูกขาด' สินค้าทั้งหมดแต่เพียงผู้เดียว... และแน่นอนว่า ราคาที่คุณจะได้ จะทำให้คุณกลายเป็นเศรษฐีณีอันดับหนึ่งของมณฑลนี้ในชั่วข้ามคืน"
ข้อเสนอนี้เย้ายวนใจยิ่งนัก เงินก้อนโตที่กำลังจะไหลเข้ากระเป๋าคือสิ่งที่ฟางเซียนปรารถนาที่สุดในเวลานี้เพื่อใช้ฟาดหัวบรรดาคนตระกูลฉินที่คอยกลั่นแกล้ง แต่นางยังไม่ทันได้เอ่ยปากตกลง เสียงฝีเท้าหนักอึ้งก็ดังขึ้นที่หน้าบ้านเสียก่อน!
"ฟางเซียน! นังสะใภ้ตัวดี! ดึกดื่นป่านนี้ทำไมไฟในห้องครัวถึงยังสว่างอยู่ แกแอบซ่อนชู้รักไว้ในบ้านใช่ไหม ถึงได้กล้าทำตัวลับๆ ล่อๆ แบบนี้!"
เสียงแหลมสูงของแม่สามีตัวแสบดังทะลุประตูไม้เก่าๆ เข้ามา พร้อมกับเสียงทุบประตูดังปังๆ อย่างเกรี้ยวกราด สถานการณ์พลิกผันในพริบตา หากแม่สามีเปิดประตูเข้ามาเห็นท่านประธานใหญ่แห่งกองอำนวยการเศรษฐกิจพิเศษอยู่ในห้องครัวกับนางสองต่อสองในยามวิกาล ความฉิบหายวายป่วงจะบังเกิดทันที!
ฟางเซียนหน้าถอดสีเล็กน้อย หันขวับกลับมามองหน้าชายหนุ่มที่ยังคงยืนยงด้วยท่าทีสงบนิ่งราวกับเรื่องข้างนอกนั้นไม่เกี่ยวกับตนเอง
ฉินอี้เฉินเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตาดุดลมีประกายความสนุกสนานวาบผ่าน เขาโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน กระซิบด้วยน้ำเสียงพร่ามัวที่ชวนให้ใจสั่นสะท้าน
"ดูท่าทางแล้ว... ภรรยาของผม คงต้องรีบหาทางจัดการกับ 'แขกที่ไม่ได้รับเชิญ' คนนี้เสียก่อนที่เราจะมาตกลงเรื่องธุรกิจกันต่อแล้วล่ะนะคะ"
...โปรดติดตามตอนต่อไป...
ขอให้ทุกท่านมีความสุขกับการอ่านนิยายและร่วมเดินทางไปกับเส้นทางชีวิตใหม่ของฟางเซียนนะคะ!
วิถีเกษตรฉบับตัวร้ายขอวางมือมาเป็นภรรยาสุดที่รักของท่านประธาน•ตอนที่ 9
ขายล็อตแรกในตลาดมืด
ผลงานโดย สวนส้มปลายฟ้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สวนส้มปลายฟ้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีเกษตรฉบับตัวร้ายขอวางมือมาเป็นภรรยาสุดที่รักของท่านประธาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!