วิถีเกษตรฉบับตัวร้ายขอวางมือมาเป็นภรรยาสุดที่รักของท่านประธาน•ตอนที่ 3

มื้ออาหารที่เปลี่ยนโลก

ผลงานโดย สวนส้มปลายฟ้า
"ถ้าคิดว่าการส่งเสียงแหลมสูงใส่ภรรยาของผมจะทำให้ตระกูลฉินดูสูงส่งขึ้นมาได้ แม่ก็เข้าใจผิดถนัดแล้วล่ะครับ" น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงพลังของพันจ่าฉินอี้เฉินดังแทรกขึ้นกลางห้องโถงราวกับเสียงคำรามของพยัคฆ์หนุ่ม ประโยคที่หลุดออกมาจากปากนายทหารผู้เคร่งขรึมทำให้ร่างของนางผู้เป็นมารดาชะงักกึก ใบหน้าที่เคยบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวเปลี่ยนเป็นซีดเผือดลงถนัดตา นางอ้าปากพะงาบๆ คล้ายอยากจะเอ่ยคำแก้ตัว แต่เมื่อสบเข้ากับดวงตาคมกริบดั่งใบมีดโกนที่ทอดมองมาอย่างว่างเปล่าและเยียบเย็น คำพูดทั้งหมดก็กลืนกลับลงคอไปจนหมดสิ้น หลินฟางเซียนแอบลอบยิ้มมุมปากอย่างสะใจ นางปรายตามองแม่สามีที่กำลังตัวสั่นเทาด้วยความแค้นเคืองแต่ทำอะไรไม่ได้ ก่อนจะหันไปสบตาร่างสูงใหญ่ของสามีที่ก้าวเข้ามาประชิดตัว นางแสร้งทำเป็นกระพริบตาปริบๆ ส่งสายตาออดอ้อนไปให้ — *โอ้โห นายทหารคนนี้นอกจากจะรูปร่างกำยำน่าซบแล้ว ฝีปากในการปกป้องภรรยาก็คมกริบไม่แพ้กันเลยสินะคะ* "อี้เฉิน! ลูกกล้าพูดจากับแม่แบบนี้เพื่ออีสะใภ้ตัวดีเนี่ยนะ!" แม่สามีแค่นเสียงกรีดร้องออกมาด้วยความเหลืออด แต่นางไม่กล้าเข้าใกล้บุตรชายที่มีรังสีอำมหิตแผ่ออกมาจากร่างแม้แต่น้อย "ผมพูดความจริงครับ" ฉินอี้เฉินตอบสั้นๆ ห้วนๆ แต่เด็ดขาด เขาไม่แม้แต่จะชายตามองมารดาอีก ร่างสูงก้าวผ่านนางตรงดิ่งเข้ามาหาฟางเซียน มือหนายื่นออกไปคว้าข้อมือเล็กบางของภรรยาไว้อย่างทะนุถนอม สัมผัสอุ่นจัดส่งผ่านผิวเนื้อทำให้หัวใจของฟางเซียนกระตุกวูบไปชั่วขณะ "เหนื่อยไหม?" น้ำเสียงที่เอ่ยถามเธอนั้นอ่อนโยนจนคนฟังแทบละลาย ต่างจากเมื่อครู่ลิบลับ "ไม่เหนื่อยเลยค่ะ... แค่กำลังคิดอยู่ว่า มื้อเย็นวันนี้เราจะทำอะไรกินกันดี ถึงจะทำให้บ้านหลังนี้มีชีวิตชีวาขึ้นมาได้บ้าง" ฟางเซียนตอบยิ้มๆ จงใจลากเสียงหวานหยดเพื่อยั่วโมโหแม่สามีที่ยืนกำหมัดแน่นอยู่ด้านหลัง อี้เฉินมองรอยยิ้มพราวระยับบนใบหน้าจิ้มลิ้มของภรรยา เขาเข้าใจทันทีว่าดวงตากลมโตคู่นั้นกำลังซ่อนแผนการเจ้าเล่ห์เอาไว้ นายทหารหนุ่มมุมปากกระตุกยิ้มขึ้นเล็กน้อย นานเท่าไหร่แล้วนะที่บ้านหลังนี้ไม่มีบรรยากาศสนุกสนานแบบนี้ ตั้งแต่แต่งงานเข้ามา ฟางเซียนเอาแต่ก้มหน้ายอมรับชะตากรรมและร้องไห้กระซิก แต่วันนี้... ผู้หญิงตรงหน้าเขากลับเปล่งประกายเจิดจ้าเสียจนน่ามอง "ตามใจเธอ... อยากทำอะไร ผมช่วยเป็นลูกมือเอง" ฉินอี้เฉินเอ่ยอนุญาตเสียงทุ้ม เมื่อได้รับไฟเขียวจากสามีสายเปย์ มีหรือที่แม่ครัวเอกแห่งศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ดอย่างหลินฟางเซียนจะรอช้า นางสะบัดหน้าเชิดใส่แม่สามีที่ทำหน้าเหมือนกลืนยาขม แล้วหมุนตัวเดินนำสามีมุ่งตรงไปยังห้องครัวหลังบ้านทันที ก้าวเท้าพ้นประตูห้องครัว ฟางเซียนก็อาศัยจังหวะที่อี้เฉินหันไปปิดประตู แอบส่งจิตสำนึกวูบวาบเข้าไปใน "มิติห้างสรรพสินค้า" ทันที ห้างสรรพสินค้าเสมือนจริงขนาดมหึมาปรากฏขึ้นในห้วงความคิด ชั้นวางสินค้าเรียงรายละลานตา ทั้งเนื้อสัตว์ปลอดสารพิษ ผักไฮโดรโปนิกส์กรอบสด และเครื่องเทศนานาชนิดที่ส่งกลิ่นหอมหวลยวนใจ *เอาล่ะ... วันนี้ฉันจะทำให้คนทั้งหมู่บ้านต้องน้ำลายสอจนนอนไม่หลับกันไปข้างหนึ่งเลยคอยดู!* ฟางเซียนแสร้งทำเป็นเอื้อมมือไปหยิบตะกร้าไม้ไผ่เก่าๆ ที่มุมห้อง แต่พริบตานั้นเอง นางก็แอบดึงวัตถุดิบชั้นเลิศออกจากมิติมาซ่อนไว้ใต้กองฟืนทันที — หมูสามชั้นติดมันแทรกชั้นสวยงามราวกับงานศิลปะ น้ำตาลทรายแดงเนื้อเนียนละเอียด ซอสถั่วเหลืองหมักบ่มสูตรโบราณขวดพรีเมียม และที่ขาดไม่ได้คือพริกแห้งเม็ดโตกับขิงแก่สดๆ "อี้เฉินคะ ช่วยก่อไฟให้หน่อยนะ ช่วงนี้ฉันไปล้างผักก่อน" ฟางเซียนหันไปสั่งสามีอย่างคล่องแคล่ว ชายหนุ่มพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย เขาไม่ถามซักไซ้ไล่ความว่าภรรยาไปเอาหมูชิ้นหนาและเครื่องปรุงชั้นดีเหล่านี้มาจากไหน รู้เพียงแค่ว่ากลิ่นอายความสุขและรอยยิ้มของภรรยาในยามนี้ คือสิ่งที่เขากระหายอยากเห็นมาตลอดตั้งแต่ตบแต่งเข้าบ้าน เสียงไม้ฟืนลั่นเปรี๊ยะๆ จากเตาไฟสาดแสงสีส้มเรืองรองขับให้ใบหน้าคมคายของนายทหารหนุ่มดูโดดเด่นขึ้นไปอีก ฟางเซียนยืนล้างผักเคียงข้าง ยามที่สายตาแอบเหลือบไปมองสามีที่กำลังตั้งอกตั้งใจพัดเตาไฟ หัวใจดวงน้อยก็เต้นผิดจังหวะอย่างห้ามไม่อยู่ — *ให้ตายเถอะ มีสามีหล่อเหลาแถมยังว่านอนสอนง่ายแบบนี้ ชีวิตในยุคนี้ก็ไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิดนี่นา* ไม่รอช้า ฟางเซียนเริ่มลงมือทำอาหารจานเด็ดทันที เมนูแรกที่นางเลือกคือ **"หมูสามชั้นตุ๋นซีอิ๊วแดงสูตรลับ"** (หงShao Rou) ที่ขึ้นชื่อเรื่องความนุ่มละลายในปาก นางตั้งกระทะเหล็กใบใหญ่ใส่น้ำมันหมูเพียงเล็กน้อย รอจนกระทะร้อนได้ที่ก็บรรจงวางชิ้นหมูสามชั้นลงไป เสียง "ฉ่า..." ดังสนั่นหวั่นไหว ตามมาด้วยกลิ่นหอมของไขมันหมูที่เริ่มละลายเคลือบผิวชิ้นเนื้อจนเป็นสีเหลืองทองน่ากิน ฟางเซียนตักน้ำมันส่วนเกินออก ก่อนจะโรยน้ำตาลทรายแดงลงไปเคี่ยวจนเกิดเป็นคาราเมลสีอำพันเคลือบชิ้นหมูทั่วทุกอณู ต่อด้วยการใส่ขิงหั่นแว่น ต้นหอบิดแตก พริกแห้ง และราดซอสถั่วเหลืองสูตรพิเศษที่นางแอบเนียนหยิบมาจากชั้นซอสพรีเมียมในมิติ กลิ่นหอมหวานปนเค็มกลมกล่อมเริ่มฟุ้งกระจายออกจากกระทะเหล็ก ลอยทะลุกรอบหน้าต่างห้องครัว พัดพาไปตามสายลมยามเย็นที่เริ่มโชยพัด อี้เฉินที่นั่งคุมเตาไฟอยู่ถึงกับสูดหายใจเข้าลึกๆ ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ กลิ่นหอมเย้ายวนนี้... ไม่เคยมีมาก่อนในบ้านตระกูลฉิน แม้แต่มื้ออาหารในโรงเลี้ยงทหารชั้นยอด ก็ยังไม่เคยหอมรัญจวนใจเท่านี้เลย "ฟางเซียน... กลิ่นนี่มัน..." อี้เฉินเอ่ยขึ้นอย่างอดไม่ได้ "อดใจรอก่อนนะคะท่านประธาน... เอ้ย! พี่อี้เฉิน" ฟางเซียนเกือบหลุดปากเรียกสรรพนามในโลกเดิม รีบเปลี่ยนคำอย่างแนบเนียน ใบหน้าหวานขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความเขินอาย "อีกแค่เคเคอร์เดียว รับรองว่าพี่ต้องติดใจฝีมือฉันจนถอนตัวไม่ขึ้นแน่ๆ" นางเติมน้ำซุปกระดูกหมูเข้มข้นลงไปจนท่วมชิ้นหมู ปิดฝากระทะแน่น แล้วลดไฟลงให้เคี่ยวตุ๋นไปเรื่อยๆ เพื่อให้น้ำซอสซึมซาบเข้าสู่เนื้อหมูอย่างล้ำลึก ทว่า... กลิ่นหอมอันทรงพลังนี้ไม่ได้ทำร้ายแค่กระเพาะของสองสามีภรรยาเท่านั้น ณ เรือนพักข้างเคียง แม่สามีที่นั่งหน้าบึ้งตึงอยู่บนแคร่ไม้ไผ่ จู่ๆ ก็ต้องชะงักกึก สูดจมูกฟุดฟิดเข้าหาอากาศ กลิ่นหอมหวานของเนื้อตุ๋นและเครื่องเทศลอยมาเตะจมูกนางอย่างจัง จนต่อมน้ำลายในปากทำงานพลั่งพรู ท้องไส้เริ่มส่งเสียงร้องโครกครากออกมาอย่างน่าอับอาย "กลิ่นอะไรวะเนิ่น... ทำไมมันหอมขนาดนี้!" แม่สามีขมวดคิ้วมุ่น พยายามฝืนใจทำเป็นไม่สนใจ แต่กลิ่นหอมนั้นกลับยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนลอยอบอวลไปทั่วทั้งบริเวณบ้านตระกูลฉิน ไม่เพียงแต่มารดาใจร้ายเท่านั้น ชาวบ้านในละแวกใกล้เคียงที่กำลังนั่งพักผ่อนยามเย็นต่างก็ต้องหยุดชะงักเงี่ยหูฟัง บางคนถึงกับเดินออกมานอกบ้าน มองซ้ายมองขวาด้วยความงุนงง "เฮ้ย... กลิ่นเนื้อตุ๋นมาจากบ้านไหนวะ? หอมชวนน้ำลายสอชะมัด!" เสียงชาวบ้านคนหนึ่งอุทานขึ้นอย่างเหลืออด ภายในห้องครัวของบ้านตระกูลฉิน ควันสีขาวกรุ่นลอยฟุ้งพร้อมกับเสียงเดือดปุดๆ ของหมูสามชั้นตุ๋นที่งวดลงจนเหลือน้ำซอสข้นคลักระยิบระยับ ฟางเซียนใช้ทัพพีไม้คนเบาๆ กลิ่นหอมตลบอบอวลพุ่งทะยานทะลุกำแพงบ้านออกไปด้านนอกอย่างไร้การควบคุม นางตักหมูสามชั้นสีแดงฉ่ำวาวจัดเรียงใส่จานกระเบื้องอย่างประณีต ราดด้วยน้ำซอสข้นคลั๊กประกายเงางาม โรยหน้าด้วยผักชีสดสีเขียวขจี ตัดกับสีสันของอาหารได้อย่างลงตัวจนน่าอัศจรรย์ อี้เฉินมองจานอาหารตรงหน้าด้วยแววตาระคนทึ่ง เขารู้ว่าภรรยาของตนมีความลับ แต่เขาไม่คาดคิดเลยว่าผู้หญิงตัวเล็กๆ คนนี้จะมีฝีมือในการทำอาหารระดับเชฟภัตตาคารหลวงซ่อนอยู่ด้วย ฟางเซียนหยิบตะเกียบยื่นส่งให้สามี นางส่งยิ้มหวานหยาดเยิ้มให้เขาพร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงท้าทาย "อ่ะ ลองชิมดูค่ะ... ฝีมือภรรยาคนนี้ จะทำให้พี่ลืมรสชาติอาหารเดิมๆ ไปเลยล่ะ" อี้เฉินรับตะเกียบมา เขาคีบชิ้นหมูสามชั้นที่เปื่อยนุ่มจนแทบละลายในปากขึ้นมาเป่าเบาๆ แล้วส่งเข้าปาก... *กรี๊ดดดดดด!* — สัมผัสแรกที่แตะลิ้นคือนุ่มละลาย รสชาติหวานเค็มกลมกล่อมซึมซาบเข้าถึงเนื้อในอย่างลงตัว ความอร่อยที่ระเบิดขึ้นในปากทำให้นายทหารหนุ่มผู้เคร่งขรึมถึงกับเบิกตากว้างนิ่งค้างไปชั่วขณะ แต่ในจังหวะที่อี้เฉินกำลังเคลิบเคลิ้มไปกับรสชาติอันล้ำเลิศนั้นเอง... *ปัง!* ประตูห้องครัวถูกถีบกระเด็นเปิดผางด้วยแรงอารมณ์ ร่างของแม่สามีที่หน้าตาบิดเบี้ยวด้วยความอยากกินพุ่งพรวดเข้ามาในห้อง นางจ้องมองจานหมูสามชั้นบนโต๊ะด้วยดวงตาวาวโรจน์ราวกับสุนัขป่าหิวโหย พร้อมกับส่งเสียงแหลมสูงตวาดลั่น "พวกแกแอบกินอะไรกัน! เอามานี่นะ ฉันเป็นแม่บ้านนี้ ฉันต้องได้กินก่อน!" ฟางเซียนหรี่ตาลงรอยยิ้มเย็นเยียบผุดขึ้นที่มุมปากทันที — *หึ ปลาติดเบ็ดเข้าจนได้สินะคะ* แต่ก่อนที่แม่สามีจะทันได้ยื่นมือสกปรกมาหยิบชิ้นหมูในจาน ฉินอี้เฉินก็วางตะเกียบลงเสียงดัง *กริ๊ก* ร่างสูงใหญ่ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงบังหน้าภรรยาเอาไว้มิดชิด ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวจ้องมองมารดาด้วยรังสีอำมหิตที่แผ่พุ่งจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงทันที "ถ้าแม่กล้าแตะต้องจานข้าวของภรรยาผมแม้แต่นิดเดียว... อย่าหาว่าผมไม่เตือน" ขอบคุณรี้ดเดอร์ที่น่ารักทุกท่านที่อยู่เคียงข้าง "สวนส้มปลายฟ้า" เสมอมานะคะ!
สารจากนักเขียน (สวนส้มปลายฟ้า)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีเกษตรฉบับตัวร้ายขอวางมือมาเป็นภรรยาสุดที่รักของท่านประธาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%