กลิ่นหอมของข้าวหอมมะลิใหม่สดที่เพิ่งสีเสร็จ รลินผ่านรอยแตกของแผ่นไม้เก่าคร่ำคร่า ชวนให้น้ำลายสอจนคนด้านนอกถึงกับกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ เสียงเคาะประตูดังโครมครามด้วยความร้อนรนราวกับจะพังเข้ามาให้ได้ สะท้อนความโลภและอยากรู้อยากเห็นที่พุ่งทะยานถึงขีดสุดของคนหน้าห้อง
“เปิดประตูเดี๋ยวนี้! นังตัวดี ซ่อนอะไรไว้ข้างใน ทำไมถึงมีกลิ่นหอมขนาดนี้!”
เสียงแหลมสูงของแม่สามีตระกูลฉินแผดลั่น แทรกด้วยเสียงทุบประตูโครมครามจนฝุ่นผงร่วงกราว หลินฟางเซียนที่ยืนอยู่หน้าเตาไฟปรายตามองประตูด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ เธอเพิ่งจะหยิบเอาหม้อหุงข้าวไฟฟ้าอัจฉริยะจากมิติห้างสรรพสินค้าออกมาใช้หุงข้าวหอมมะลิชั้นดี ทานคู่กับหมูสามชั้นตุ๋นน้ำแดงรสชาติเข้มข้นที่ตุ๋นจนเปื่อยนุ่มละลายในปาก กลิ่นหอมฟุ้งตลบอบอวลขนาดนี้ ต่อให้เอาช้างมาฉุดก็ปิดไม่มิดแล้วค่ะ
ฟางเซียนหันไปสบตากับฉินอี้เฉิน สามีหนุ่มนายทหารที่ยืนกอดอกนิ่ง ใบหน้าคมคายเคร่งขรึมไร้ความหวาดกลัว เขารู้ทันทีว่าภรรยาตัวน้อยกำลังจะทำอะไร ดวงตาคมกริบฉายแววเจ้าเล่ห์และตามใจภรรยาเต็มที่ ชายหนุ่มเพียงแต่พยักหน้ารับเบาๆ เป็นเชิงอนุญาตให้เธอจัดการตามใจชอบ
แกร็ก!
กลอนประตูถูกปลดออกอย่างง่ายดาย บานประตูไม้เก่าๆ ถูกผลักเปิดผางออกกว้าง เผยให้เห็นใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโลภและอิจฉาริษยาของแม่สามี รวมถึงบรรดาญาติพี่น้องตระกูลฉินที่แห่กันมามุงดูราวกับมีมหรสพ พวกเขาอ้าปากค้าง ดวงตาเบิกกว้างเมื่อปะทะกับภาพตรงหน้า—บนโต๊ะไม้ตัวเล็กมีข้าวสวยร้อนๆ ควันฉุย เม็ดข้าวเรียงตัวสวยงามเงางามราวนำไข่มุกมาหุง พร้อมกับถ้วยหมูสามชั้นตุ๋นสีแดงฉ่ำน้ำซอสที่ส่งกลิ่นหอมเย้ายวนใจจนคนท้องร้องจ๊อก
“นี่... นี่พวกแกกินอะไรกัน! ไหนบอกว่าไม่มีเงินแม้แต่แดงเดียว ทำไมถึงมีเนื้อหมูชั้นดีแบบนี้กิน!” แม่สามีแผดเสียงแหลมปรี๊ด ชะเง้อมองหาที่มาของอาหารราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ มือเหี่ยวย่นพยายามจะพุ่งเข้ามาคว้าถ้วยอาหารบนโต๊ะด้วยความตะกละ
เพียะ!
เสียงฟาดไม้บรรทัดเหล็กกระทบลงบนโต๊ะดังสนั่น หลินฟางเซียนขยับตัวอย่างรวดเร็วกว่า มือเรียวบางตวัดไม้เรียวที่หยิบมาจากมุมห้องห้ามปรามไว้ทันท่วงที ดวงตากลมโตฉายแววเด็ดเดี่ยวและเฉียบคมจนแม่สามีต้องชะงัก ถอยหลังกรูดด้วยความตกใจ
“คุณแม่จะทำอะไรคะ? มือไม้ไวนะคะ ระวังจะหยิบผิด ฎีกาแยกบ้านที่เราทำสัญญาตกลงกันไว้เมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน ระบุชัดเจนว่า ‘ตัดขาด ทรัพย์สินและปากท้องแยกเด็ดขาด’ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป!” เสียงใสเอ่ยขึ้นด้วยน้ำพักน้ำแรงที่ฉาดฉาน ทรงพลัง และไม่เกรงกลัวใครหน้าไหนทั้งสิ้น
“นังสะใภ้เนรคุณ! แกกล้าดียังไงมาพูดจาแบบนี้กับฉัน แกแอบซ่อนอาหารดีๆ ไว้กินเองสินะ อีน่าไม่อายฟ้าดิน!” แม่สามีหน้าดำคร่ำเครียดด้วยความโกรธจัด ชี้นิ้วด่าทอกราดเกรดจนน้ำลายแตกฝอย บรรดาญาติๆ ที่ยืนดูอยู่เริ่มส่งเสียงซุบซิบนินทาด้วยความอิจฉาริษยา บ้างก็ว่านางสะใภ้คนนี้อกตัญญู บ้างก็ว่าแอบซ่อนสมบัติลับของตระกูลฉินไว้
ฟางเซียนหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงหัวเราะเยдя เย็นเยียบจนคนฟังรู้สึกเสียวสันหลังวาบ เธอเดินเข้าไปใกล้ผู้เป็นแม่สามีทีละก้าว ชaลอจังหวะการเดินอย่างมั่นอกมั่นใจ
“ซ่อนสมบัติ? คุณแม่พูดจาให้เกียรติกันบ้างนะคะ สมบัติอะไรกันคะ เงินสักแดงเดียวจากบ้านเก่าพวกท่านก็ไม่เคยแบ่งให้เรา แถมยังผลักไสไล่ส่งพวกเราให้ออกมาอยู่เรือนพักโทรมๆ นอกบ้าน อาหารมื้อนี้... เป็นหยาดเหงื่อแรงงานและความสามารถเฉพาะตัวของฉันกับสามีค่ะ หามาด้วยมือตนเอง ไม่ได้ไปเบียดเบียนใครเหมือนปลิงที่เกาะดูดเลือดชาวบ้านไปวันๆ”
คำพูดจี้จุดดำและตรงไปตรงมาทำให้แม่สามีหน้าชาดิก พูดไม่ออกบอกไม่ถูก อี้เฉินก้าวเท้าเข้ามายืนเคียงข้างภรรยา ร่างสูงใหญ่แผ่รังสีความน่าเกรงขามกดดันผู้คนรอบข้างจนทุกคนต้องหุบปากเงียบสนิท ไม่มีใครกล้าสบสายตากับนายทหารหนุ่มผู้นี้เลยสักคน
“ในเมื่อท่านแม่ประกาศตัดขาดและขับไล่เราออกจากตระกูลฉินอย่างเป็นทางการแล้ว วันนี้... ต่อหน้าสักขีพยานชาวบ้านหมู่บ้านหงشิงทั้งหมด ข้าพเจ้า ฉินอี้เฉิน ขอลงนามใน ‘ประกาศเอกราช’ แยกบ้าน แยกครัว และตัดขาดพันธะผูกพันใดๆ ทั้งสิ้น นับแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป ความเป็นความตายของพวกเรา สามีภรรยา จะไม่เกี่ยวข้องอันใดกับตระกูลฉินอีก!”
เสียงทุบโต๊ะหนักแน่นประดุจประกาศิตของฉินอี้เฉินก้องกังวานไปทั่วบริเวณ ทุกคนในที่นั้นต่างเงียบกริบ ตะลึงงันกับความเด็ดขาดของสองสามีภรรยา คนบ้านเก่าที่เคยคิดจะสูบเลือดสูบเนื้อต่อถึงกับหน้าซีดเผือด เพราะรู้ดีว่าเงินเดือนทหารและเบี้ยเลี้ยงของอี้เฉินต่อจากนี้จะไม่ได้ตกถึงมือพวกเขาอีกต่อไปแล้ว!
ฟางเซียนยิ้มหวานหยดย้อย เธอหันกลับไปตักข้าวหอมมะลิร้อนๆ ราดด้วยหมูสามชั้นตุ๋นชิ้นโต กลิ่นหอมกรุ่นยวนใจตลบอบอวลยิ่งกว่าเดิม เธอส่งยิ้มเยาะเย้ยให้แม่สามีที่กำลังยืนตัวสั่นด้วยความแค้นใจ
“ถ้าไม่มีอะไรแล้ว เชิญพวกท่านกลับบ้านไปนอนฝันหวานเถอะนะคะ ดึกดื่นตื่นมาแบบนี้เดี๋ยวเส้นโลหิตในสมองจะแตกเอาเสียเปล่าๆ อาหารมื้อนี้... อร่อยและมีความสุขมากจริงๆ ค่ะ”
ประโยคสุดท้ายถูกเอ่ยด้วยน้ำเสียงรื่นเริง ชวนให้คนฟังรู้สึกเจ็บแปลบในอกราวกับถูกเข็มแหลมนับพันเล่มทิ่มแทง
ท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียดและสายตาริษยาของผู้คนนับสิบ ทันใดนั้นเอง... เสียงเคาะประตูก็จู่ๆ ก็ดังขึ้นอีกครั้งจากด้านหลังเรือนพัก เป็นจังหวะสามครั้งหนักๆ ที่ไม่เหมือนใคร
ฟางเซียนขมวดคิ้วเล็กน้อย ชะงักมือที่กำลังจะตักข้าวเข้าปาก ดวงตาคู่สวยฉายแววระแวดระวังขึ้นมาทันที ในยามวิกาลเช่นนี้ ใครกันที่มีธุระกับพวกเธอที่เรือนพักแยกบ้านใหม่หลังนี้... หรือว่าความลับเรื่องมิติห้างสรรพสินค้าจะรั่วไหลไปถึงหูของคนนอกผู้ทรงอิทธิพลคนนั้นเข้าแล้ว?
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "สวนส้มปลายฟ้า" เสมอมานะคะ!
วิถีเกษตรฉบับตัวร้ายขอวางมือมาเป็นภรรยาสุดที่รักของท่านประธาน•ตอนที่ 7
ประกาศเอกราช
ผลงานโดย สวนส้มปลายฟ้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สวนส้มปลายฟ้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีเกษตรฉบับตัวร้ายขอวางมือมาเป็นภรรยาสุดที่รักของท่านประธาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!