คุณหนูสายชิลล์กับอดีตคู่หมั้นผู้ขยันตามตื๊อ•ตอนที่ 3

สวนสวยในแดนต้องห้าม

ผลงานโดย ม่านหมอกโรแมนซ์
"ถ้าคิดว่าที่ดินผืนนี้จะกลายเป็นกองขยะไร้ค่าให้พวกท่านเหยียบย่ำเล่นตามอำเภอใจ... ก็เชิญฝันหวานต่อไปเถอะค่ะ" ซองเอกสารสีน้ำตาลถูกโยนลงบนโต๊ะไม้เนื้อแข็งอย่างไม่ไยดี เสียงกระดาษกระทบผิวไม้ดังทึบสะท้อนก้องไปทั่วห้องทำงานชั่วคราวที่ยังคงมีกลิ่นอายความชื้นของป่ารกร้าง เอลีน่าลดมือลง ปลายน้องเรียวยาวเกลี่ยปอยผมที่คลอเคลียกรอบหน้าอย่างไม่ใส่ใจ ดวงตาสีไพลินคู่สวยกวาดมองผู้จัดการเขตที่หน้าซีดเผือดจนแทบไร้สีเลือด เขากำลังยืนตัวสั่นเทาอยู่เบื้องหน้าหลังจากเพิ่งรับรู้ว่าโฉนดที่ดิน ‘แดนต้องห้าม’ ส਼ปาดิการ์ที่ถูกตราหน้าว่าไร้ประโยชน์หลังนี้ ได้ถูกโอนกรรมสิทธิ์มาเป็นของเธอแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาดโดยสมบูรณ์แล้ว "ตะ... แต่คุณหนูเอลีน่าครับ ที่ดินตรงนั้นมัน..." ผู้จัดการเขตอึกอัก เสียงสั่นพร่าด้วยความหวาดกลัวผสมความไม่เข้าใจ เขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเมื่อพบว่าอดีตคุณหนูผู้เคยเอาแต่ใจและถูกเนรเทศให้มาตายอย่างโดดเดี่ยว กลับมีอำนาจทางกฎหมายและเงินทุนหนาเตอะในมือจนน่าเหลือเชื่อ "อย่าเรียกฉันด้วยชื่อเล่นสนิทสนมแบบนั้นเลยค่ะท่านผู้จัดการ" เอลีน่าตัดบทด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าเฉียบคมราวกับใบมีดที่เคลือบด้วยน้ำตาล รอยยิ้มมุมปากของเธองดงามเย้ายวนแต่กลับทำให้คนมองรู้สึกหนสันหลังวาบ "และที่สำคัญ... เลิกเรียกที่ดินผืนนั้นว่าแดนต้องห้ามเสียที เพราะนับจากวินาทีนี้เป็นต้นไป ที่นี่คืออาณาจักรส่วนตัวของฉัน ‘สวนพฤกษศาสตร์เวทมนตร์เอลลูเซีย’ ต่างหากล่ะคะ" พูดจบ เธอก็หมุนตัวเดินผละออกจากห้องทำงานชั่วคราว ทิ้งให้ชายวัยกลางคนทรุดฮวบคุกเข่าลงกับพื้นด้วยความสิ้นหวัง การตบหน้าพวกที่จ้องจะฮุบสมบัติของเธอด้วยเอกสารสิทธิ์และตัวเลขในบัญชีเมื่อครู่ช่างหอมหวานและสะใจเสียนี่กระไร แต่ความท้าทายที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่พวกสุนัขรับใช้ปลายแถวเหล่านั้น... มันอยู่เบื้องหน้าเธอนี่ต่างหาก พื้นที่รกร้างกว้างใหญ่ไพศาลสุดลูกหูลูกตา สิ่งที่เคยเป็นสวนดอกไม้อันเลื่องชื่อในอดีตบัดนี้ถูกปกคลุมด้วยวัชพืชหนาทึบและละอองหมอกสีเทาอมม่วงที่แผ่ไอความหนתยะเยือกออกมาตลอดเวลา ไม่มีใครกล้าเฉียดกรายเข้ามาใกล้ในรัศมีสบเมตรเพราะคำสาปโบราณที่ตกทอดกันมา แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาสำหรับเอลีน่า... ไม่ใช่หลังจากที่เธอกระตุ้น ‘ระบบปลุกพลังตระกูลสายเลือดโบราณ’ สำเร็จเมื่อคืนก่อน เอลีน่าก้าวเท้าเหยียบลงบนพื้นดินแห้งแล้ง รองเท้าบูทหนังสีดำสนิทบดขยี้กิ่งไม้แห้งจนเกิดเสียงดังกรอบแกรบ เธอยกมือขึ้นช้าๆ ฝ่ามือเรียวบางแบออกเบื้องหน้าสู่อากาศว่างเปล่า ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอเพื่อดึงพลังงานเวทมนตร์หลับใหลที่ไหลเวียนอยู่ในกระแสเลือดให้ตื่นตัว *เปร๊าะ!* ประกายแสงสีทองอร่ามสว่างวาบขึ้นจากปลายนิ้ว ราวกับหิ่งห้อยนับล้านตัวที่ถูกปลดปล่อยจากการจองจำ ละอองแสงเหล่านั้นพวยพุ่งเข้าหากลุ่มหมอกสีเทาทึบที่ปกคลุมผืนดินราวกับมีชีวิตจิตใจ เสียงคำรามต่ำๆ คล้ายเสียงคำรามของสัตว์ป่าดังก้องมาจากใต้พื้นดิน แรงสั่นสะเทือนเบาๆ ทำให้ก้อนกรวดบนพื้นกระโดดโลดเต้น "คิดจะขัดขืนฉันเหรอคะ... เจ้าคำสาปโบราณโง่เง่า" เอลีน่าพึมพำกับตัวเองด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ ดวงตาเปล่งประกายเจิดจ้าสะท้อนแสงสีทองของเวทมนตร์ ทันใดนั้น เธอก็กำมือแน่น! *ตูมมม!* คลื่นพลังเวทมนตร์ระเบิดออกเป็นวงกว้าง แผ่ขยายอาณาเขตครอบคลุมพื้นที่รกร้างหลายร้อยไร่ในพริบตาเดียว ละอองหมอกสีเทาที่เคยน่ากลัวถูกชำระล้างจนสลายกลายเป็นละอองน้ำบริสุทธิ์ พื้นดินแห้งแล้งสีดำคล้ำแตกออกเป็นร่อง ก่อนที่ความมหัศจรรย์จะบังเกิดเมื่อรากไม้สีเขียวมรกตและเถาวัลย์เรืองแสงนับไม่ถ้วนพุ่งทะยานขึ้นมาจากใต้ดิน ราวกับธรรมชาติกำลังฟื้นคืนชีพจากการหลับใหลอันยาวนาน กลิ่นหอมหวานละมุนของดอกไม้หายากนับร้อยชนิดโชยฟุ้งกระจายไปในอากาศแทนที่กลิ่นอับชื้นเดิม บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนจากแดนสนทยาที่น่าสะพรึงกลัว กลายเป็นสวนสวรรค์เรืองแสงที่งดงามราวกับภาพวาดในเทพนิยาย เอลีน่ายืนมองความเปลี่ยนแปลงตรงหน้าด้วยความพึงพอใจ เม็ดเหงื่อผุดพรายขึ้นตามไรผมเล็กน้อยจากความเหนื่อยล้า แต่ความรู้สึกอิ่มเอมใจกลับท่วมท้นจนแทบกลั้นยิ้มไว้ไม่อยู่ นี่เป็นเพียงก้าวแรกเท่านั้น... ก้าวแรกของการสร้างอาณาจักรความมั่งคั่งที่จะทำให้พวกที่เคยหัวเราะเยาะเธอต้องอ้าปากค้าง "ช่างเป็นภาพที่งดงามและน่าประทับใจเสียจริง..." เสียงทุ้มต่ำคุ้นหูลอยแว่วมาจากด้านหลัง น้ำเสียงนั้นเจือไปด้วยความทึ่งและรอยยิ้มจางๆ ที่เต็มไปด้วยความเอ็นดูระคนหลงใหล เอลีน่าชะงักฝีเท้าเล็กน้อย หัวใจเจ้ากรรมกระตุกวูบไปจังหวะหนึ่ง ร่างบางหันขวับกลับไปมองต้นเสียงทันทีด้วยสัญชาตญาณของการป้องกันตัว ที่นั่น... ท่ามกลางหมู่มวลดอกไม้เรืองแสงที่เพิ่งเบ่งบาน ร่างสูงโปรดของ ‘คาลอส’ อดีตคู่หมั้นผู้เย็นชาและไร้หัวใจในความทรงจำชาติก่อนกำลังยืนกอดอกพิงลำต้นไม้อย่างสบายอารมณ์ ชุดสูทสีเข้มของเขาตัดกับบรรยากาศแฟนตาซีรอบตัวอย่างสิ้นเชิง ใบหน้าคมคายหล่อเหลาราวกับเทพสลักประดับด้วยรอยยิ้มมุมปากที่ส่งมาให้เธอคนเดียว ดวงตาสีรัตติกาลคู่นั้นพราวระยับเต็มไปด้วยประกายความคลั่งรักที่ปิดไม่มิด เขามาตั้งแต่เมื่อไหร่? และยืนดูเธอใช้เวทมนตร์ตบแต่งสวนแห่งนี้มานานแค่ไหนแล้ว? "คุณมาทำอะไรที่นี่คะ คาลอส?" เอลีน่าหรี่ตามองชายหนุ่มอย่างระแวดระวัง แม้ในชาติปัจจุบันเขาจะตามตื๊อและทำตัวน่าสงสัยจนเธอเริ่มปรับตัวไม่ถูก แต่เขตหวงห้ามแห่งนี้เพิ่งถูกปลดคำสาปเมื่อไม่ถึงห้าวินาทีที่แล้วด้วยซ้ำ เขาเข้ามาเร็วจนน่าเหลือเชื่อ! คาลอสไม่ได้ตอบคำถามทันที ขายาวก้าวเดินเข้ามาหาเธอทีละก้าวอย่างเชื่องช้า ท่าทางสง่างามราวนักล่าที่กำลังต้อนเหยื่อเข้ามุม เวทมนตร์เรืองแสงจากดอกไม้รอบตัวส่องกระทบใบหน้าด้านข้างของเขา ทำให้เขายิ่งดูโดดเด่นและอันตรายต่อหัวใจดวงน้อยๆ ของเธอยิ่งขึ้นไปอีก "ฉันก็แค่..." คาลอสหยุดยืนห่างจากเธอเพียงแค่เอื้อมมือถึง กลิ่นอายบุรุษเพศเจือกลิ่นอายจางๆ ของไม้หอมลอยเข้าแตะจมูก "เป็นห่วงกลัวว่าคู่หมั้นตัวน้อยของฉันจะเหนื่อยเกินไปกับการเนรมิตสวนสวยด้วยตัวคนเดียว... เลยรีบมาช่วยไงล่ะครับ" "ฉันบอกกี่ครั้งแล้วว่าเราถอนหมั้นกันไปแล้ว และฉันไม่ใช่คู่หมั้นของคุณ!" เอลีน่าเชิดหน้าขึ้นเถียงกลับทันควัน พยายามซ่อนความปั่นป่วนในอกที่ถูกสายตาหวานเชื่อมของเขาเล่นงาน "อีกอย่าง ที่นี่คือพื้นที่ส่วนตัว ห้ามบุกรุกโดยไม่ได้รับอนุญาต ไม่อย่างนั้นฉันจะเรียกให้... อุ๊บ!" คำพูดทั้งหมดถูกกลืนหายไปในลำคอ เมื่อจู่ๆ คาลอสก็ก้าวประชิดตัวเธอด้วยความเร็วที่เหนือกว่า แล้วคว้าเอวบางเอาไว้ด้วยมือข้างเดียว รั้งร่างเธอให้แนบชิดกับอกแกร่งของเขาอย่างรวดเร็วโดยที่เธอไม่ทันได้ตั้งตัว ดวงตาสีไพลินเบิกกว้างด้วยความตกใจ ลมหายใจสะดุดกึกลงทันทีเมื่อใบหน้าของเขาโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน สัมผัสอุ่นร้อนจากฝ่ามือของเขาที่ทาบทับอยู่บริเวณเอวผ่านเนื้อผ้าบางเบาทำให้ผิวเนื้อบริเวณนั้นร้อนผ่าวราوกับถูกไฟลน "ปล่อยนะคะ! คุณคิดจะทำบ้าอะไร..." เสียงของเธอขาดห้วงไป เมื่อสายตาคมกริบของคาลอสเลื่อนลงมามองริมฝีปากของเธอก่อนจะเงยขึ้นสบตาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความดุดันและลุ่มลึกเกินกว่าจะต้านทาน "ถ้าเธอคิดจะขับไล่ฉันออกจากสวนสวยแห่งนี้ล่ะก็..." คาลอสกระซิบแผ่วเบาข้างใบหูของเธอ น้ำเสียงทุ้มพร่าเต็มไปด้วยความเย้ายวนที่ทำให้ขนลุกซู่ "เธอคงต้องลองถามใจตัวเองดูก่อน... ว่าไอ้หัวใจที่กำลังเต้นโครมครามอยู่ในตอนนี้ มันกำลังสั่งให้เธอไล่ฉันไป หรือให้อยู่ตรงนี้กันแน่ หึ..." ยังไม่ทันที่เอลีน่าจะได้อ้าปากเถียงหรือผลักไสร่างสูงออกไป ทันใดนั้น... เสียงเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวขนาดใหญ่ก็คำรามกึกก้องแหวกม่านเมฆลงมาจอดสนิทบนลานโล่งท้ายสวน กระแสลมแรงพัดพากลีบดอกไม้เรืองแสงให้ปลิวว่อนไปทั่วบริเวณ ประตูเฮลิคอปเตอร์เปิดออกพร้อมกับร่างของเลขานุการส่วนตัวของคาลอสที่ก้าวลงมา พร้อมด้วยเอกสารกองโตในมือ เขาก้มโค้งคำนับให้ทั้งสองคนก่อนจะเอ่ยรายงานเสียงดังแข่งกับเสียงใบพัด "ท่านประธานครับ... ทางคณะกรรมการสมาคมพ่อค้าเวทมนตร์ระดับสูงส่งจดหมายเชิญด่วนที่สุดมาถึงคุณเอลีน่าแล้วครับ พวกเขาต้องการพบคุณเพื่อเจรจาซื้อสิทธิ์การครอบครอง ‘สวนพฤกษศาสตร์เวทมนตร์’ แห่งนี้ด้วยวงเงินไม่อั้น... และตอนนี้ ประธานสมาคมกำลังรอสายวิดีโอคอลล์จากคุณอยู่บนเครื่องบินส่วนตัวแล้วครับ!" คาลอสชะงักเล็กน้อย เขาก้มมองเอลีน่าที่ตอนนี้ดวงตาสีไพลินกำลังเป็นประกายระยับด้วยความตื่นเต้นและเจ้าเล่ห์ รอยยิ้มพึงพอใจผุดขึ้นบนมุมปากของชายหนุ่มทันที เขายังคงโอบเอวเธอไว้แนบแน่น ไม่ยอมปล่อยให้หลุดมือไปไหน "ดูเหมือนว่า... สวนสวยในแดนต้องห้ามของเธอ จะราคาแพงกว่าที่คิดเสียแล้วสิครับ ยอดภรรยาของผม" คาลอสกระซิบกระซับที่ข้างแก้มเธอด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ เอลีน่าเหล่ตามองชายหนุ่มด้วยความหมั่นไส้ระคนทึ่ง ก่อนที่มุมปากอิ่มจะยกยิ้มขึ้นเป็นรอยยิ้มแห่งชัยชนะที่ร้ายกาจที่สุดในรอบวัน "แพงแค่ไหนก็ไม่ขายค่ะ... เว้นแต่ว่าพวกเขาจะกล้าจ่ายด้วยหุ้นทั้งหมดในสมาคมเพื่อแลกกับการได้เหยียบเข้ามาในสวนของฉัน!" เธอสะบัดหน้าหนีออกจากอ้อมแขนของเขาอย่างรวดเร็วด้วยความมั่นใจเต็มร้อย แล้วก้าวฉับๆ ตรงไปยังเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวที่จอดรออยู่ เพื่อไปตบหน้าพวกสมาคมพ่อค้าหน้าเลือดให้หงายเงิบคาจอวิดีโอคอลล์ด้วยมูลค่าทรัพย์สินที่เหนือกว่าคาดคิด! *(โปรดติดตามตอนต่อไป...)* --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเติมความหวานและร่วมเดินทางไปกับความแซ่บปนฟินใน1ตอนนี้นะคะ! — ม่านหมอกโรแมนซ์
สารจากนักเขียน (ม่านหมอกโรแมนซ์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูสายชิลล์กับอดีตคู่หมั้นผู้ขยันตามตื๊อ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%