กลิ่นหอมหวานของกุหลาบราตรีที่เพิ่งสกัดสดใหม่ ลอยคลุ้งผสมผสานกับกลิ่นอายเย็นยะเยือกของน้ำค้างยามค่ำคืนในเรือนกระจก ลมหายใจอุ่นร้อนของคาลอสปะทะเข้ากับลำคอระหงของเอลีน่าอย่างจงใจ ร่างสูงโปร่งในชุดสูททาร์ซิโดเข้ารูปสีดำสนิทขยับเข้าไปใกล้จนแทบไม่มีช่องว่างระหว่างคนทั้งสอง ดวงตาคมกริบสีเทาเข้มคู่นั้นเต็มไปด้วยความสำนึกผิดและความเวทนาที่ถูกปรุงแต่งขึ้นมาอย่างประณีต
"เอลีน่า... ผมขอโทษ" น้ำเสียงนุ่มทุ้มที่เคยเอ่ยวาจาเย็นชาใส่เธอนับครั้งไม่ถ้วนในอดีต บัดนี้กลับสั่นเครือเล็กน้อยราวกับคนใกล้จะขาดใจ "เรื่องในงานเลี้ยงวันนั้น... ผมถูกหลอกใช้ ผมไม่ได้ตั้งใจจะพูดจาทำร้ายจิตใจคุณแบบนั้นเลยสักนิด"
เอลีน่าไม่แม้แต่จะปรายตาแลมองใบหน้าหล่อเหลาที่ขึ้นชื่อว่าเป็นอดีตคู่หมั้นผู้สูงศักดิ์ นิ้วเรียวยาวที่สวมแหวนเงินฝังอัญมณีสีมรกตยังคงบรรจงคีบก้านดอกไม้เวทมนตร์สายพันธุ์หายากลงในตะกร้าสานอย่างใจเย็น ราวกับว่าบุรุษผู้เพียบพร้อมที่สุดในอาณาจักรที่กำลังคุกเข่าครึ่งหนึ่งอยู่ข้างกายเธอนั้นเป็นเพียงแค่อากาศธาตุ หรือเศษฝุ่นไร้ค่าที่ปลิวมาติดปลายรองเท้า
ความเงียบงันปกคลุมไปทั่วเรือนกระจกเวทมนตร์ มีเพียงเสียงกระซิบของกลีบดอกไม้ที่กำลังเบ่งบานแข่งกับแสงจันทร์ภายนอก
"คุณพูดจบแล้วใช่ไหมคะ, ท่านคาลอส?"
เสียงหวานใสที่เอ่ยออกมานั้นราบเรียบ ไร้ซึ่งร่องรอยของความโกรธเกรี้ยว ความเสียใจ หรือแม้แต่ความเกลียดชัง มันคือความเฉยชาขั้นสุดยอด... ความเฉยชาที่เจ็บปวดเสียยิ่งกว่าการกรีดเนื้อเถือหนัง คาลอสชะงักกักค้าง แววตาไหววูบด้วยความตระหนก เขาคาดหวังจะได้เห็นน้ำตา ความโกรธ หรืออย่างน้อยที่สุดก็ความลังเลในดวงตากลมโตคู่นั้น แต่สิ่งที่เขาได้รับกลับมีเพียงความว่างเปล่า
"เอลีน่า... ได้โปรด อย่าทำท่าทางห่างเหินแบบนี้เลย" คาลอสขยับมือหมายจะคว้าข้อมือเล็กของเธอ แต่วินาทีนั้นเอง เอลีน่าก็สะบัดข้อมือหลบอย่างนิ่มนวลพร้อมกับถอยหลังไปหนึ่งก้าว ระยะห่างที่ถูกสร้างขึ้นใหม่ทำให้เขารู้สึกเหมือนหัวใจหล่นวูบลงไปถึงตาตุ่ม
"ท่าทางห่างเหิน?" หญิงสาวหัวเราะเบาๆ ในลำคอ น้ำเสียงกลั้วหัวเราะเยาะหยันที่ไม่ได้ส่งไปถึงดวงตา "ดิฉันเกรงว่าท่านเข้าใจความสัมพันธ์ของเราผิดไปไกลเสียแล้วนะคะ, ท่านดยุกผู้สูงส่ง เราไม่ได้เป็นแม้แต่คนรู้จักกันด้วยซ้ำ นับตั้งแต่วันที่ท่านฉีกสัญญาหมั้นกลางงานเลี้ยงวันเกิดองค์รัชทายาท เพื่อไปโอบกอดสตรีอีกคน... ตัวตนของคาลอสในชีวิตของเอลีน่าคนนี้ ก็ได้ตายสนิทไปตั้งแต่วินาทีนั้นแล้วค่ะ"
คำพูดแต่ละคำคมกริบราวกับใบมีดอาบยาพิษที่กรีดลงบนหัวใจของคาลอสทีละน้อย เลือดในกายของชายหนุ่มเย็นเฉียบ ใบหน้าหล่อเหลาซีดเผือดลงถนัดตา เขาไม่เคยคิดเลยว่าสตรีที่เคยวิ่งตามติดเขาด้วยความรักและหลงใหลอย่างไร้สติ วันหนึ่งจะสามารถมองเขาด้วยสายตาราวกับมองสิ่งมีชีวิตที่น่ารังเกียจได้ถึงเพียงนี้
"วันนั้นผม... ผมมีเหตุผลที่จำ..."
"ดิฉันไม่สนใจเหตุผลของท่านหว่านพืชเช่นไรย่อมได้ผลเช่นนั้นไม่ใช่หรือคะ?" เอลีน่าหันกลับมาเผชิญหน้ากับเขาเต็มตา ดวงตาคู่สวยพราวระยับด้วยประกายความมั่นใจและอำนาจที่ล้นปรี่จนคาลอสแทบไม่กล้าสบตาตรงๆ "ในเมื่อท่านเลือกที่จะเขี่ยดิฉันทิ้งอย่างไร้เยื่อใย เพื่อแลกกับชื่อเสียงและอำนาจปลอมๆ ของตระกูลดยุกฝั่งตรงข้าม ทำไมตอนนี้ถึงทำท่าทางราวกับสุนัขที่ถูกเจ้าของทิ้งล่ะคะ? น่าสมเพชเสียจริง"
"เอลีน่า!" คาลอสเผลอหลุดเสียงดังด้วยความเจ็บปวดที่จุกแน่นอยู่ในอก มือหนากำเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน "คุณคิดว่าตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา ผมมีความสุขอย่างนั้นเหรอ? ทุกครั้งที่ผมหลับตาลง ภาพที่คุณหันหลังเดินออกจากงานเลี้ยงวันนั้นยังคงตามหลอกหลอนผม! สตรีคนนั้น... ไอรีน เธอไม่ได้บริสุทธิ์อย่างที่ผมคิด เธอมันก็แค่..."
"พอทีเถอะค่ะ" เอลีน่ายกมือขึ้นห้ามปรามด้วยท่าทางเบื่อหน่ายอย่างเห็นได้ชัด เธอย่อตัวลงเก็บกรรไกรตัดแต่งกิ่งทองคำใส่ลงในกล่องเครื่องมืออย่างปราณีต "ปัญหาความรักอันแสนน้ำเน่าของท่าน เอาไปใช้แสดงละครโรงเล็กในเมืองหลวงน่าจะเรียกเรตติ้งได้ดีกว่ามานั่งเพ้อเจ้อให้ดิฉันฟังนะคะ ดิฉันเป็นแค่เจ้าของสวนดอกไม้ธรรมดาๆ ไม่มีเวลามานั่งรับฟังเรื่องไร้สาระของอดีตคู่หมั้นที่ถูกเขี่ยทิ้งหรอกค่ะ"
ความเย็นชาที่พ่นออกมาจากริมฝีปากอิ่มสีระเรื่อทำให้คาลอสรู้สึกราวกับถูกฟ้าผ่ากลางวันแสกๆ เขาไม่เคยถูกปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใยขนาดนี้มาก่อนในชีวิต ชายหนุ่มผู้เพียบพร้อม ทรงอิทธิพล และเป็นที่หมายปองของหญิงสาวครึ่งค่อนอาณาจักร กลับกลายเป็นเพียงตัวตลกในสายตาของหญิงสาวที่เขาเคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรี
แต่ยิ่งเธอเย็นชาใส่เขามากเท่าไหร่ เปลวไฟแห่งความคลั่งรักที่ถูกกดทับไว้ในก้นบึ้งหัวใจกลับยิ่งลุกโชนขึ้นมาอย่างไร้การควบคุม คาลอสไม่ยอมแพ้... เขารู้ดีว่าความผิดพลาดในอดีตมันมหันต์เกินกว่าจะลบเลือนด้วยคำขอโทษเพียงไม่กี่คำ แต่วิธีการที่เอลีน่าใช้รับมือกับเขาในตอนนี้ มันกลับทำให้หัวใจที่ด้านชาของเขากลับมาเต้นแรงด้วยความเร่าร้อนอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
เธอไม่ได้เกลียดเขาจนกรีดร้อง... เธอกำลังเมินเฉย เมินเฉยอย่างสมบูรณ์แบบ ซึ่งนั่นคืออาวุธที่ทรงพลังที่สุดในการฆ่าผู้ชายคนหนึ่งให้ตายทั้งกลม
"คุณเปลี่ยนไปมาก... เอลีน่า" คาลอสฝืนยิ้มขื่นๆ ออกมา แววตาคมกริบฉายประกายความดื้อรั้นและมุ่งมั่นอย่างน่ากลัว "คุณไม่ได้เป็นยัยคุณหนูเอาแต่ใจคนเดิมอีกต่อไปแล้ว คุณทั้งฉลาด เฉียบคม และ... มีเสน่ห์จนผมละสายตาไม่ได้เลยสักวินาทีเดียว"
เอลีน่าชะงักฝีเท้าที่กำลังจะก้าวเดินออกไปจากเรือนกระจก เธอยังคงยืนหันหลังให้เขาโดยไม่หันกลับมามองแม้แต่น้อย
"ชมกันเกินไปแล้วค่ะ" เสียงหวานเอ่ยลอดไรฟันด้วยความรำคาญ "แต่ต่อให้ดิฉันจะเปลี่ยนไปเป็นใคร หรือน่าดึงดูดแค่ไหน... มันก็ 'ไม่ใช่เรื่องของท่าน' อีกต่อไปจำใส่สมองเอาไว้ด้วยนะคะ, ท่านดยุก"
พูดจบ เอลีน่าก็ก้าวเดินออกไปจากเรือนกระจกเวทมนตร์อย่างสง่างาม ทิ้งให้คาลอสยืนโดดเดี่ยวท่ามกลางหมู่มวลบุปผาราตรีที่ส่งกลิ่นหอมเย้ายวน ชายหนุ่มมองตามแผ่นหลังบางที่ลับตาไปพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากที่ค่อยๆ ปรากฏขึ้นอย่างท้าทาย
*ในเมื่อเธออยากเล่นเกมผลักไส... เขาก็พร้อมจะเล่นเกมตามตื๊อให้เธอกระอักเลือดตายไปข้างหนึ่งเลยเช่นกัน*
ทว่า ในจังหวะที่คาลอสกำลังจะหันหลังเดินออกจากเรือนกระจกเพื่อกลับไปวางแผนการรุกจีบครั้งใหม่ เสียงฝีเท้าหนักแน่นจำนวนมากก็ดังขึ้นจากด้านนอกสวนดอกไม้ พร้อมๆ กับแสงไฟสว่างจ้าจากคบเพลิงเวทมนตร์ที่สาดส่องเข้ามาทางกระจกใสจนแสบตา
ประตูเรือนกระจกถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท ร่างของอัศวินในชุดเกราะเงินวาววับตราสัญลักษณ์ราชวงศ์ก้าวเข้ามาล้อมรอบพื้นที่ไว้ทั้งหมดอย่างรวดเร็ว และก่อนที่คาลอสจะได้เอ่ยปากถามอะไร ร่างสูงโปรดของบุคคลที่ไม่คาดคิดว่าจะมาปรากฏตัว ณ ที่แห่งนี้ในยามวิกาล ก็ก้าวผ่านแถวอัศวินเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งขรึมและแววตาที่เต็มไปด้วยประกายอันตราย
"องค์ชายรัชทายาทแอชตัน?!" คาลอสอุทานออกมาด้วยความตกใจ เมื่อเห็นบุรุษผู้ทรงอำนาจที่สุดรองจากพระราชา ยืนจ้องมองมาที่ตนด้วยรอยยิ้มเยือกเย็น
แอชตันปรายตามองอดีตคู่หมั้นของเอลีน่าด้วยหางตาก่อนจะแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ พร้อมกับชูเอกสารตราประทับทองคำในมือขึ้นสูงให้คาลอสเห็นชัดๆ
"บังเอิญจริงๆ นะท่านคาลอสที่ได้พบคุณที่นี่... แต่ดูเหมือนว่า 'เจ้าของที่ดิน' ตัวจริงของสวนดอกไม้แห่งนี้ จะเพิ่งเซ็นสัญญาขายสิทธิ์ขาดทั้งหมดให้กับราชสำนักเมื่อห้านาทีก่อน และบัญชีการเงินของสวนแห่งนี้... ตอนนี้อยู่ภายใต้การดูแลของผมแต่เพียงผู้เดียวแล้วล่ะครับ"
ขอขอบพระคุณนักอ่านที่น่ารักทุกท่านที่คอยสนับสนุน "ม่านหมอกโรแมนซ์" เสมอมานะคะ!
คุณหนูสายชิลล์กับอดีตคู่หมั้นผู้ขยันตามตื๊อ•ตอนที่ 5
เมินหน้าใส่คืออาวุธที่ดีที่สุด
ผลงานโดย ม่านหมอกโรแมนซ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ม่านหมอกโรแมนซ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูสายชิลล์กับอดีตคู่หมั้นผู้ขยันตามตื๊อ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!