"คิดจะหนีไปกับมันเหรอ... น้องสาวตัวแสบ? ลืมพี่ชายแท้ๆ คนนี้ไปแล้วหรือไง?"
เสียงทุ้มต่ำเจือแววเยาะหยันที่ดังขึ้นจากเบื้องหลัง ทำเอาเอลีน่าที่กำลังก้มหน้าก้มตาตรวจนับใบ “มูนไลท์ เฟิร์น” ในกระถางเซรามิกเคลือบมุกถึงกับชะงัก เธอนิ่งค้างไปเสี้ยววินาที ไม่ใช่เพราะความหวาดกลัว แต่เป็นความรำคาญใจที่แล่นริ้วขึ้นมาจนแทบอยากจะกรอกตาเป็นเลขแปด
นี่มันวันอะไรกัน ทำไมพวกแมลงหวี่แมลงวันถึงได้ขยันบินมาตอมสวนดอกไม้อันแสนสงบสุขของเธอกันนักนะ!
เอลีน่าค่อยๆ ยืดตัวขึ้นอย่างสง่างาม ปัดเศษดินออร์แกนิกสีดำสนิทที่ติดอยู่ตามปลายนิ้วเรียวบางออกอย่างใจเย็น ก่อนจะหมุนตัวกลับไปเผชิญหน้ากับผู้บุกรุก
เบื้องหน้าของเธอคือ ‘ลูคัส’ พี่ชายต่างมารดาผู้แสนจะ, เอ่อ... พูดให้ถูกคือ ผู้ชายที่ขยันสร้างความน่าปวดหัวให้เธอมากที่สุดในตระกูล ใบหน้าหล่อเหลาที่ถอดแบบมาจากท่านพ่อกำลังบึ้งตึง ดวงตาสีฟ้าเข้มจ้องมองเธอด้วยความไม่พอใจระคนดูแคลน สายตาคู่นั้นกวาดมองไปทั่วเรือนกระจกขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยดอกไม้เวทมนตร์หายาก ราวกับกำลังประเมินว่าเด็กผู้หญิงที่เคยถูกขับไลไสส่งอย่างเธอ ไปเอาปัญญาที่ไหนมาสร้างอาณาจักรดอกไม้ที่สวยงามขนาดนี้ได้
แต่สิ่งที่ดึงดูดสายตาของเอลีน่ายิ่งกว่าตัวของลูคัส ก็คือเงาร่างสูงโปร่งที่ยืนกอดอกพิงกรอบประตูอยู่อีกด้านหนึ่ง
คาลอส...
อดีตคู่หมั้นผู้เย็นชาไร้หัวใจในความทรงจำชาติก่อน ชายหนุ่มผู้เคยปฏิเสธการแต่งงานกับเธอกลางงานเลี้ยงน้ำชาด้วยใบหน้าไร้ความรู้สึก ทว่าในตอนนี้ ดวงตาคมกริบสีเทาเข้มคู่นั้นกลับไม่ได้มองลูคัสเลยแม้แต่น้อย เขากำลังจ้องมองมาที่เอลีน่า... ด้วยประกายบางอย่างที่ร้อนแรงและลึกซึ้งจนน่าขนลุก
"พูดจาให้มันระวังปากหน่อยดีกว่าค่ะ คุณลูคัส" เอลีน่าเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ รอยยิ้มบางเบาประดับอยู่บนมุมปากอย่างเยือกเย็น "สวนดอกไม้แห่งนี้เป็นเขตส่วนบุคคล และการที่คุณบุกรุกเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาต... ฉันมีสิทธิ์แจ้งข้อหาบุกรุกได้ทันทีนะคะ"
"เธอ!" ลูคัสหน้าดำคร่ำเครียดขึ้นมาทันทีเมื่อเจอไม้นี้ "กล้าดียังไงมาพูดจาแบบนี้กับฉัน? เธอคิดว่ามีเงินเปิดร้านขายดอกไม้กระจอกๆ แบบนี้แล้วจะปีกกล้าขาแข็งขึ้นมางั้นเหรอ? อย่าลืมสิว่าแกก็แค่..."
"แค่คนที่ตระกูลขับไลไสส่งมาให้ตายอย่างโดดเดี่ยว... ใช่ไหมคะ?" เอลีน่าสวนกลับทันควัน ดวงตากลมโตเป็นประกายวาววับด้วยความท้าทาย เธอสาวเท้าเข้าไปใกล้พี่ชายต่างมารดาช้าๆ กลิ่นหอมละมุนของดอกคาโมมายล์เวทมนตร์ลอยอบอวลอยู่รอบตัวเธอ ขับเน้นให้ท่าทีของเธอดูลึกล้ำและทรงอำนาจขึ้นอย่างประหลาด "น่าเสียดายนะคะที่แผนการนั้นมันล้มเหลวไม่เป็นท่า ตอนนี้ฉันไม่ได้เป็นเอลีน่าคนเดิมที่พวกท่านจะรังแกยังไงก็ได้อีกต่อไปแล้วล่ะค่ะ"
ลูคัสกัดฟันกรอด กำปั้นทั้งสองข้างกำแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน เขาเกลียดรอยยิ้มนี้ รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความมั่นอกมั่นใจและเหนือกว่าของเธอ มันช่างน่าหงุดหงิดเสียจนเขาอยากจะเอื้อมมือไปทำลายข้าวของพวกนี้ให้พังคามือ
ทว่า ก่อนที่ลูคัสจะได้ทันพ่นคำพูดร้ายกาจอะไรออกมามากกว่านั้น ร่างสูงสง่าของคาลอสก็ก้าวแทรกเข้ามากลางวงสนทนา
"พอได้แล้ว ลูคัส"
น้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่ทรงอำนาจเอ่ยขึ้นอย่างเรียบเฉย คาลอสปรายตามองลูคัสเพียงชั่วเสี้ยววินาที แต่นั่นก็มากพอที่จะทำให้ทายาทตระกูลใหญ่ถึงกับกลืนคำพูดทั้งหมดลงคอไปอย่างไม่เต็มใจ คาลอสไม่ใช่คนที่จะมีเรื่องด้วยได้ง่ายๆ โดยเฉพาะในตอนนี้ที่อิทธิพลของตระกูลดยุกแห่งคาลอนกำลังแผ่ขยายไปทั่วอาณาจักร
เอลีน่าหรี่ตาลงเล็กน้อย มองชายหนุ่มที่ยืนอยู่ห่างจากเธอเพียงไม่กี่ก้าว ความกดดันบางเบาแผ่ออกมาจากตัวเขา คาลอสในวันนี้สวมเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนเสื้อขึ้นลวกๆ เผยให้เห็นท่อนแขนแข็งแรงที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อสมชายชาตรี ใบหน้าคมคายไร้ที่ติประดับด้วยรอยยิ้มจางๆ ที่ไม่ได้ส่งไปถึงดวงตา
เขามาทำอะไรที่นี่อีก? หลังจากที่ตามตื๊อเธอมาตลอดสามสัปดาห์เต็ม ส่งทั้งจดหมาย ดอกไม้หายาก แม้กระทั่งยื่นข้อเสนอทางการค้าที่เอลีน่าปฏิเสธไปอย่างไร้เยื่อใย เขาก็ยังไม่ยอมแพ้
"คุณลูคัสเข้าใจผิดแล้วครับ" คาลอสเอ่ยขึ้น น้ำเสียงทุ้มต่ำน่าฟังหันไปอธิบายกับลูคัสด้วยท่าทีสบายๆ แต่แฝงความกดดัน "เอลีน่าไม่ได้หนีไปไหน และที่สำคัญ... เธอกำลังยุ่งอยู่กับการเตรียมแปลงเพาะปลูกล็อตใหม่ ผมต่างหากล่ะครับที่เป็นคนขอร้องให้เธออนุญาตให้ผมเข้ามา... ช่วยงานที่นี่"
สิ้นคำพูดนั้น ทั้งลูคัสและเอลีน่าต่างก็เบิกตากว้างขึ้นพร้อมกัน
"อะไรนะ?!" ลูคัสอุทานออกมาอย่างไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง "แกเนี่ยนะ... ท่านคาลอส จะมาลดตัวลงช่วยงานในสวนดอกไม้ชั้นต่ำนี่เนี่ยนะ? แกเสียสติไปแล้วหรือไง!"
เอลีน่าเองก็ตกใจไม่แพ้กัน เธอมองหน้าชายหนุ่มนิ่ง ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความสงสัยระคนระแวง "คาลอส... คุณกำลังเล่นตลกอะไรอยู่คะ? สวนดอกไม้ของฉันไม่ใช่ที่สำหรับคุณชายสำราญมาเดินเล่นแก้เบื่อหรอกนะคะ"
คาลอสไม่ได้สนใจลูคัสที่กำลังยืนอ้าปากค้างด้วยความช็อก เขาสบตาเข้ากับดวงตาสีมรกตคู่สวยของเอลีน่าโดยตรง แววตาของเขาในยามนี้ลcกซึ้งและจริงจังเสียจนคนถูกมองเผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว
"ผมไม่ได้ล้อเล่นครับ, เอลีน่า" คาลอสเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าหนักแน่นในทุกพยางค์ เขาขยับเข้ามาใกล้เธออีกนิด กลิ่นอายบุรุษเพศผสมผสานกับกลิ่นหอมสะอาดของไม้กฤษณาโชว์เข้าจมูก "ในเมื่อคุณบอกว่าข้อเสนอทางธุรกิจของผมมันน่าเบื่อ งั้นผมขอเปลี่ยนมาใช้... แรงงาน แลกกับการได้อยู่ใกล้ๆ คุณแทน น่าจะพอรับได้ใช่ไหมครับ?"
คำพูดหน้าไม่อายหน้าตาเฉยแบบนั้น ทำเอาเอลีน่าถึงกับมุมปากกระตุก เธอถอยหลังไปหนึ่งก้าวเพื่อเว้นระยะห่าง แต่คาลอสกลับก้าวตามมาอย่างรู้ทัน สายตาคู่นั้นพราวระยับด้วยประกายความเจ้าเล่ห์ที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อนในชาติก่อน
นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน! อดีตคู่หมั้นผู้เย็นชาและหยิ่งยโสคนนั้นหายไปไหน ทำไมตอนนี้เขาถึงกลายร่างเป็นหมาป่าเจ้าเล่ห์ที่ขยันมาป่วนหัวใจเธอทุกวี่ทุกวันแบบนี้เล่า!
"กลับไปซะ คาลอส ฉันไม่มีงานอะไรให้คุณทำทั้งนั้น และคุณลูคัส... ถ้าพวกคุณยังไม่ไสหัวออกไปจากพื้นที่ของฉันภายในสามวินาทีนี้ อย่าหาว่าฉันไม่เตือนนะคะ" เอลีน่าเอ่ยเสียงแข็ง พยายามดึงความเยือกเย็นของตัวเองกลับมาให้เร็วที่สุด พร้อมกับยกมือขึ้นสะบัดเบาๆ ส่งสัญญาณเวทมนตร์เตือนภัยรอบอาณาเขตที่เริ่มเรืองแสงสีทองจางๆ
ลูคัสหน้าเสียเมื่อเห็นเวทมนตร์ป้องกันตัวของเอลีน่าทำงาน เขาถอยกรูดด้วยความหวาดกลัว ปะปนกับความแค้นเคือง "ฝากไว้ก่อนเถอะนังตัวแสบ!" ว่าแล้วเขาก็สะบัดหน้าหนีแล้ววิ่งแจ้นออกไปจากสวนทันที
เหลือเพียงคาลอส... ที่ยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม รอยยิ้มมุมปากของเขายิ่งกว้างขึ้นเมื่อเห็นว่าตอนนี้เหลือแค่เขากับเธอตามลำพัง
"เวทมนตร์ป้องกันตัวยอดเยี่ยมมากครับ สมเป็นคุณจริงๆ" คาลอสเอ่ยชมด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความหวาดกลัวต่อแสงสีทองที่กำลังเตือนภัยอยู่รอบตัวแม้แต่น้อย เขายกมือขึ้นปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตเม็ดบนออก เผยให้เห็นลำคอแกร่งและผิวเนื้อนวลเนียนภายใต้แสงอาทิตย์ยามบ่าย "งั้น... ในเมื่อเหลือเราแค่สองคนแล้ว จะให้ผมเริ่มตรงไหนก่อนดีล่ะครับ? พรวนดิน รดน้ำ หรือว่า... จัดดอกไม้?"
เอลีน่ามองท่าทางสบายๆ ของชายหนุ่มตรงหน้า หัวใจเจ้ากรรมดันเต้นผิดจังหวะไปวูบหนึ่งอย่างไม่รักดี เธอสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อตั้งสติ ก่อนจะหยิบกรรไกรตัดแต่งกิ่งไม้ด้ามทองขึ้นมาถือไว้ในมือ ชี้ปลายแหลมไปที่อกของเขาโดยตรง
"ถ้าคุณยังไม่ก้าวเท้าออกไปจากสวนของฉันภายในตอนนี้ คาลอส... ฉันรับรองได้เลยว่า กรรไกรด้ามนี้จะได้ตัดแต่งอย่างอื่น... ที่ไม่ใช่กิ่งไม้อย่างแน่นอนค่ะ"
คาลอสไม่เพียงแต่ไม่ถอยหนย เขากลับโน้มตัวเข้าไปใกล้ปลายกรรไกรคมกริบนั้นมากขึ้น จนเกือบจะชิดกับอกเสื้อของเขา ดวงตาสีเทาเข้มพราวระยับด้วยรอยยิ้มกรุ้มกริ่มที่ชวนให้คนมองใจสั่นระทึก
"เชิญตามสบายเลยครับ... แต่อย่าลืมนะ ว่าหัวใจดวงนี้ของผม มันยอมให้คุณเป็นคนจัดการ... ตั้งนานแล้วล่ะ"
จังหวะนั้นเอง... ทันทีที่คำพูดหวานเลี่ยนแต่ทรงพลังนั้นหลุดออกมาจากริมฝีปากของชายหนุ่ม เสียงกริ่งประตูหน้าสวนดอกไม้ก็ดังขึ้นขัดจังหวะ พร้อมกับร่างของบุรุษไปรษณีย์เวทมนตร์ในชุดเครื่องแบบสีน้ำเงินเข้มที่พุ่งทะยานลงมาจากท้องฟ้าด้วยไม้กวาดเวท
"มีพัสดุด่วนพิเศษสำหรับ... ท่านเอลีน่าครับ! รบกวนเซ็นรับและชำระค่าธรรมเนียมด้วยครับ!"
คาลอสหรี่ตาลงเล็กน้อยด้วยความไม่สบอารมณ์ที่ถูกขัดจังหวะ แต่เอลีน่ากลับฉวยโอกาสนี้ผละถอยหลังออกมาอย่างรวดเร็ว เธอหันไปมองบุรุษไปรษณีย์ที่ยื่นกล่องพัสดุห่อด้วยกระดาษสีดำสนิทประทับตราประทับทองคำแท้ของ "หอการค้าเวทมนตร์หลวง"
กล่องพัสดุที่ส่งตรงมาจากบุคคลลึกลับ... ผู้กุมความลับทั้งหมดเกี่ยวกับการตายของเธอบนโลกใบเก่า
เอลีน่าชะงักไป มือเรียวที่ถือกล่องพัสดุสั่นระริกเล็กน้อย ความทรงจำอันเจ็บปวดพรั่งพรูเข้ามาในหัวสมอง ทว่าก่อนที่เธอจะได้แกะเชือกฟางสีแดงออกจากกล่อง คาลอสก็ยื่นมือเข้ามาคว้าข้อมือของเธอไว้แน่น ดวงตาคมกริบของเขาจ้องมองกล่องพัสดุนั้นด้วยประกายตาดุดันที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
"อย่าเปิดมัน..." คาลอสกระซิบเสียงต่ำข้างหูเธอ ลลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับใบหูจนขนลุกซู่ "ของขวัญชิ้นนั้น... ไม่ได้ส่งมาจากมิตร, แต่กำลังจะลากเธอ... กลับไปสู่นรกอเวจีอีกครั้ง"
(โปรดติดตามตอนต่อไป)
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างความฟินและความป่วนในสวนดอกไม้นี้นะคะ! - ม่านหมอกโรแมนซ์
คุณหนูสายชิลล์กับอดีตคู่หมั้นผู้ขยันตามตื๊อ•ตอนที่ 9
อดีตคู่หมั้นผู้มาตามตื๊อ
ผลงานโดย ม่านหมอกโรแมนซ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ม่านหมอกโรแมนซ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูสายชิลล์กับอดีตคู่หมั้นผู้ขยันตามตื๊อ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!